닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บ2ะีัะี

นายกฯสั่งการศปช.เร่งแก้อุทกภัยภาคใต้ด่วน ย้ำความปลอดภัยประชาชนต้องมาก่อน ด้านศูนย์อำนวยการน้ำส่วนหน้า พร้อมรับมือ



นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีและโฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม(ศปช.) เปิดเผยว่า ศปช.ได้ออกประกาศเตือนฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่าจะมีฝนตกหนักไปจนถึงวันที่ 30 พ.ย.ขณะเดียวกันสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยงข้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคใต้ ช่วงวันที่ 24 พ.ย.-4 ธ.ค. 67 ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากดินโคลนถล่ม และเฝ้าระวัง น้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมืองที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำใน จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี ตรัง สตูล นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส 

โดยน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รับทราบสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ของจังหวัดภาคใต้ ซึ่งได้สั่งการให้ ศปช. ทำตามแผนที่วางกำลังไว้ พร้อมรับมือต่อสถานการณ์ที่ ศปช.รายงานเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าจะมีฝนตกหนัก และให้เร่งฟื้นฟูพร้อมทั้งสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดเพื่อนำมารายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อรัฐบาลจะได้แก้ไขและเยียวยาได้ทันท่วงทีโดยเฉพาะเรื่องเส้นทางการสัญจรต่าง ๆ ใน จ.นราธิวาส ยะลา ปัตตานี และ 2 อำเภอ ในจังหวัดสงขลา ทั้งในเขตตัวเมืองและอำเภอต่างๆ ที่มีน้ำท่วม ดินสไลด์ และเสาไฟฟ้าหักโค่น และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่รวมถึงกำลังพลที่เข้าร่วมปฎิบัติภารกิจช่วยเหลือและดูแลประชาชนอย่างเต็มกำลัง เพราะสิ่งสำคัญสูงสุดคือความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน

นายจิรายุ กล่าวว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้รายงานผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมว่าเมื่อเวลา 08.55 น.ระหว่างสถานีไม้แก่น - รามัน มีปริมาณฝนตกหนัก บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 1055/8-9 ตรวจพบน้ำเซาะใต้ท้องหมอน ไม่ปลอดภัยต่อการเดินรถส่งผลกระทบในการเดินรถ
ในขบวนรถท้องถิ่นที่ 448 สุไหงโกลก - สุราษฏร์ธานี ,ขบวนรถเร็วที่ 171 กรุงเทพอภิวัฒน์ - สุไหงโกลก ,ขบวนรถด่วนพิเศษ 37 กรุงเทพอภิวัฒน์ - สุไหงโกลก ทั้งนี้ศูนย์ความปลอดภัย รฟท.รายงานว่าเตรียมหินโรยทาง จำนวน 12 คันรถและรถบำรุงทางหนักเข้าซ่อมแซมแก้ไขโดยด่วน คาดการณ์ว่าหากฝนหยุดตก และระดับน้ำลดลง  จะสามารถเข้าซ่อมแซมและเปิดการเดินรถตามปกติ 

ปัจจุบันมีหน่วยงานอย่าง สทนช. ซึ่งเป็นคณะกรรมการของ ศปช. ที่บูรณาการ ดูแลเรื่องของการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ซึ่งตัวแปรสำคัญ ทางธรรมชาติ ที่มีฝนตกสะสมนานกว่า 24 ชั่วโมง บางแห่งมีปริมาณน้ำฝนสะสมสูงถึง 200 มิลลิเมตร  ซึ่งการให้ความช่วยเหลือประชาชนของเจ้าหน้าที่ในขณะนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการเตรียมความพร้อมและวางแผนรับมืออย่างเป็นระบบของ ศปช.ของรัฐบาล ซึ่งแม้จะผ่านเข้าสู่หน้าหนาวแต่ยังมีคำสั่งให้คงไว้ทำให้การบริหารสั่งการ ทันต่อสถานการณ์