닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ0

นายกฯลุยถิ่นผลไม้ภาคตะวันออก จันทบุรีเสาร์นี้ รับฟังแนวทางหนุนชาวสวนทั่วปท.ส่งเสริมสินค้าผลไม้ไทยสู่ตลาดโลกให้มากขึ้น



นายจิรายุ ห่วงทรัพย์  โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เตรียมลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.จันทบุรี วันที่ 17 พ.ค.เพื่อรับฟังปัญหาและหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรในจังหวัดทางภาคตะวันออก รวมทั้งให้ นโยบายกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง  เพื่อให้เกิดการสนับสนุนอย่างจริงจัง ซึ่งภาคตะวันออกเป็นแหล่งผลิตผลไม้ที่สำคัญของไทย โดยมีนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์   นายอิทธิ ศิริลัทธิยากร รมช. เกษตรและสหกรณ์ นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ ร่วมลงพื้นที่

โดยช่วงเช้า นายกฯพร้อมคณะ ออกเดินทางจากกองบินตำรวจ ท่าแร้ง เขตบางเขน กทม.ไปยังสนามบินอำเภอท่าใหม่ (ทหารเรือที่ 31 ท่าใหม่) จ.จันทบุรี  จากนั้นเดินทางต่อไปยังสวนรักตะวัน เพื่อรับฟังปัญหาเรื่องต้นทุนการผลิตและผลผลิต จากเกษตรกรชาวสวนผลไม้และผู้ประกอบการรับซื้อผลไม้ในพื้นที่ภาคตะวันออกและแนวทางการให้ความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ และเข้าร่วม Live ขายทุเรียนกับ Young Smart Farmer ต่อจากนั้น จะเยี่ยมชมบูธร้านอาหารที่ได้รับเครื่องหมาย Thai SELECT พร้อมร่วมรณรงค์  เชิญชวนการรับประทานผลไม้ไทยตามฤดูกาล โดยจะรับฟังการนำเสนอข้อมูลเรื่องร้านอาหาร Thai SELECT จากอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และรับฟังข้อมูลเรื่องรณรงค์การสนับสนุน การทานผลไม้ในฤดูกาล จากอธิบดีกรมการค้าภายใน

ช่วงบ่าย นายกฯจะเข้าเยี่ยมชมขั้นตอนการส่งออกทุเรียนไปยังตลาดต่างประเทศ ณ บริษัท ดรากอน เฟรช ฟรุท จำกัด อ.มะขาม จ.จันทบุรี  โดยชมการคัดแยกมังคุดและการแพคกิ้งเพื่อการส่งออก บูธกิจกรรมแปรรูปผลไม้ รวมถึงโมเดลความร่วมมือ ในการนำเมนูผลไม้ขึ้นไปเสริฟบนเครื่องบินของสายการบินแอร์เอเชีย พร้อมกันนี้ จะพบปะพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ รับฟังแนวทางการรับซื้อผลไม้จากผู้ประกอบการ และผู้ส่งออกจากภาคส่วนต่าง ๆ  และชมกระบวนการคัดแยกและบรรจุผลไม้สด (ทุเรียน) เพื่อการส่งออก  

ทั้งนี้ การลงพื้นที่นายกฯเพื่อพบปะเกษตรกรและผู้ประกอบการผลไม้ พร้อมรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการตลาดและราคาผลผลิต โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลทุเรียน ซึ่งเป็นผลไม้ส่งออกที่สำคัญ รัฐบาลพร้อมสนับสนุนการส่งออกผลไม้ชนิดอื่นไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นมังคุด เงาะ ลองกอง ตลอดจนผลไม้เมืองร้อนของจ.จันทบุรี และภาคตะวันออก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมภาพลักษณ์ของผลไม้ไทยให้เป็นที่จดจำ โดยการหาตลาดรองรับทั้งในเมืองหลักและเมืองรองเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งหาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพเพิ่มเติม พร้อมเดินหน้ามาตรการเชิงรุก ตามแผนบริหารจัดการผลไม้ปี 2568 รวม 7 มาตรการ ครอบคลุม 25 แผนงาน ให้ผลไม้ไทยปีนี้ได้ราคาดีตลอดทั้งปี