닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopy2ีัรีตคน

นายกฯยกเลิกหาเสียงพังงา บินด่วนลงพื้นที่เกิดเหตุเครนถล่มทับรถไฟสีคิ้ว โคราช ดับ 22 ศพ ลั่นต้องมีผู้รับผิดชอบ ต้องถูกลงโทษ ให้ผู้ว่าฯ รฟท.พิจารณาตนเอง พร้อมขออย่าฉวยโอกาสหยิบเรื่องนี้โจมตีการเมือง ชี้เยียวยาปชช.สำคัญสุดเวลานี้  แนะรฟท. แจ้งความดำเนินคดี “ผู้รับเหมา”

เมื่อเวลา 13.00 น.ที่จ.พังงา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟ ที่อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา จนทำให้มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมากว่า ได้รับรายงานแล้ว และตนสั่งการให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการแทนผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ลงพื้นที่ โดยกระทรวงสาธารณสุขได้นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งตนต้องขอแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิต

นายอนุทิน กล่าวว่า ส่วนสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ ตอนนี้ยังไม่ได้รับรายงาน ขอให้รอการสืบสวนสอบสวนดูช่วงเวลา ว่าช่วงจังหวะเวลาทำไมถึงพอดีกัน เพราะเรื่องนี้ตนต้องถามไล่จี้อยู่แล้ว เพราะเป็นอาชีพเก่า ทั้งนี้ ขออย่านำเรื่องนี้มาเป็นประเด็นทางการเมืองใดๆ ตอนนี้ขอให้ความสำคัญกับการเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต และรักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บให้ดีที่สุด อย่าให้มีความสูญเสียไปมากกว่านี้ ดูแล้วโครงการนี้ก็หลายครั้งแล้ว เมื่อปีกว่าๆที่แล้ว ก็มีเหตุการณ์อุโมงค์ก่อสร้างถล่ม วันนี้ก็มีเครนล้มอีก ต้องดูว่ามีการก่อสร้างที่ผิดรูปแบบ ผิดขั้นตอนหรือเปล่า อุบัติเหตุเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการละเลยหรือข้ามขั้นตอน หรือทำอะไรที่ไม่ตรงตามการออกแบบ หรือใช้วัสดุที่ไม่ถูกต้อง อันนี้คือสิ่งที่ต้องไปดู

เมื่อถามว่า การก่อสร้างจะต้องยุติไปก่อนหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ปกติถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ที่ปรึกษาต้องสั่งหยุดงานอยู่แล้ว จะต้องมีขั้นตอนการทำรายงานเหตุที่เกิดขึ้น แผนการชดใช้ค่าเสียหาย พี่น้องประชาชนไม่ต้องกังวล และไม่ต้องให้ฝ่ายการเมืองไหนมาพูดว่ายังไง ความเสียหายมันเกิดขึ้นอยู่แล้ว การหยุดงานแบบนี้มีค่าปรับอยู่แล้ว หากต้องหยุดที่จะวางแผนใหม่ แล้วทำให้โครงการล่าช้าไปเขาก็ต้องเสียค่าปรับมาในส่วนนี้ดังนั้นความเสียหายทั้งภาครัฐจะเสีย ก็คือเรื่องเวลา แต่ในเรื่องของงบประมาณที่เพิ่มเติมก็ไม่ได้มากมายอะไร เพราะว่าผู้รับผิดชอบคือผู้รับจ้างอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า ผู้รับเหมาได้ชี้แจงกลับมาเพิ่มเติมหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้เขาก็คงต้องเร่งหาสาเหตุ ตอนนี้รฟท. ที่มีผู้จัดการโครงการ ฝ่ายวิศวกรรม เขา คงต้องนั่งรอสอบสวนสืบสวน ผู้รับจ้างออกแบบ ที่ปรึกษา ตรงนี้ถ้าจะบอกว่าผิดก็ผิดหมด ตนก็ได้บอกรมว.คมนาคมแล้วว่า คนที่รับผิดชอบต้องถูกลงโทษ ยังไงก็ต้องมีคนรับผิดชอบในฐานะที่ควบคุมโครงการไม่ดี

เมื่อถามว่า จะต้องมีการพิจารณาเพิ่มบทลงโทษการรับเหมาหรือไม่ เพราะเกิดเหตุการณ์หลายครั้งกับบริษัทก่อสร้าง นายอนุทิน กล่าวว่า ตรงนี้มันถึงขั้นต้องเปลี่ยนกฎหมาย เพราะกระทรวงคมนาคมเอง หรือหน่วยงานเจ้าของโครงการต่างๆ อย่างตึกถล่มก่อนจะไปขึ้นบัญชีดำ คนขึ้นบัญชีดำ ต้องกรมบัญชีกลาง ตนก็ถามอย่างตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตั้งแต่ตอนอยู่กระทรวงมหาดไทย ถามว่า ทำไมไม่ดำเนินการใดๆ ถามว่ายกเลิกสัญญาหรือยัง ก็ยัง ขั้นตอนติดกฎหมายไปหมด แต่ตนก็มีเวลาบริหารงานเพียง 2-3 เดือน แก้กฎหมายไม่ทันหรอก ก็ต้องหลังเลือกตั้ง เอาเรื่องนี้มาตีแผ่กันอย่างชัดเจน ซึ่งทราบว่าผู้ประกอบการเป็นรายเดิมด้วย และยัง

นายอนุทิน กล่าวว่า อีกทั้ง ก่อนหน้านี้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ก็มีนโยบายทำสมุดพกความประพฤติของผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมาก ตนเห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่วันนี้ทำไมยังใช้ไม่ได้ ตรงนี้หน่วยงานเองก็กลัวว่าหากทำไปเดี๋ยวถูกฟ้องกลับ ตนคิดว่าต้องถึงเวลาแล้วต้องเปลี่ยนกฎหมายการขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมาก่อสร้างด้วย พอพูดไปเดี๋ยวจะหาว่าตนจะใช้อาชีพในอดีตมากลั่นแกล้งคู่แข่ง ตนพยายามเว้นระยะให้เขาดำเนินการ ซึ่งหากไม่ดำเนินการและเกิดเหตุการณ์แบบนี้เรื่อยๆ ตนก็คงไม่เว้นระยะ อย่างที่บอกใช้ได้หมดใช้หลักการ “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม”

นายกฯ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องของหลักวิศวกรรม มันจะไม่เกิดขึ้นโดยตามธรรมชาติ ไม่ใช่หรอก เครนล้มลงมาอย่างน้อยก็ต้องดูรางสึกหรอหรือเปล่า หรือลูกปืนรางมีปัญหาหรือไม่ พิสูจน์ได้หมด และหากเป็นเช่นนั้นก็ถือว่าจบเห่ ใครจะไปจ้างผู้รับเหมาอย่างนี้ทำอีก ภาครัฐต้องคิดแล้วคิด ภาคเอกชนก็ต้องคิดเหมือนกัน เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะบริษัทผู้รับเหมาหรือเจ้าของโครงการ แต่เกิดขึ้นกับประชาชนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ อันนี้เสียหายและรฟท.ต้องรับผิดชอบ ส่วนการลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์ตนได้มอบหมายให้นายพิพัฒน์ เป็นผู้ดำเนินการในฐานะผู้เกี่ยวข้องโดยตรง อย่างครั้งที่แล้วอุโมงค์ก่อสร้างถล่ม ตอนนั้นตนเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรมว. มหาดไทย และนายสุริยะ ซึ่งอยู่คนละพรรคต่างคนต่างไป แต่ก็มองว่าดีไปทั้งคู่ แต่เที่ยวนี้อย่างนายพิพัฒน์ไป โดยโทรรายงานตน ในฐานะที่ขึ้นอยู่กับการบังคับบัญชาของตนอยู่แล้ว ก็โทรรายงานตลอด

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากสอบสวนพบว่ามีในโครงการอื่นนั้น จะชะลอโครงการหรือยุติไปเลยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องของผู้ควบคุมงาน ทั้งผู้รับจ้าง และผู้ว่าจ้าง ที่ปรึกษาเรื่องนี้จะยกให้เป็นความผิดของผู้รับเหมาเพียงอย่างเดียวก็ไม่ใช่ เพราะมีการอนุมัติโครงการ มีการตรวจการจ้าง ไม่ต้องห่วง สถานการณ์จะต้องบังคับให้มีการรับผิดชอบ ตนก็ไม่รู้ว่าผู้ว่าฯ รฟท. จะอยู่ได้หรือไม่ เจองานอย่างนี้ เดี๋ยวนายพิพัฒน์ก็ต้องดำเนินการ อันนี้เป็นเรื่องใหญ่ มีผู้เสียชีวิตถึง 22 ราย อย่างคราวที่แล้วในถ้ำ, ความรับผิดชอบยังจำกัดอยู่ที่ผู้รับจ้าง ผู้รับเหมา แต่ครั้งนี้ความเสียหายเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน ตนต้องถาม อันนี้ต้องพิจารณาตนเองแน่นอน เพราะตอนนี้ตนยังเป็นนายกฯ อยู่

เมื่อถามว่า ฝ่ายการเมือง เตรียมหยิบยกนำเรื่องมาโจมตี นายอนุทิน ตอบว่า “ผมห้ามเขาไม่ได้ แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องทางการเมือง แต่เป็นเรื่องเทคนิค แทนที่จะมาคุยเรื่องความเสียหาย กลับกลายเป็นเรื่องการเมือง อย่าไปฉวยโอกาส จ.นครราชสีมา มี สส. พรรคใดเยอะที่สุด และจะมาโยนพรรคอื่นไม่ได้ยังไง ไม่ได้หรอก อย่าไปเล่นการเมือง ไม่เอา”

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่ได้รับรายงานเหตุการณ์ นายอนุทิน ยกเลิกภารกิจหาเสียงจ.พังงา ช่วงบ่ายทันที และได้เดินทางไปที่จ.ภูเก็ตเพื่อขึ้นเครื่องกลับกทม.โดยมีนายพิพัฒน์ เดินทางกลับไปพร้อมกัน ทันทีที่ถึงกทม.นายพิพัฒน์ จะเดินทางต่อไปยังจุดเกิดเหตุทันที โดยนายกฯได้สั่งการให้นายพิพัฒน์ ไปบัญชาการเหตุการณ์หน้างาน และเยียวยาผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตเป็นเรื่องเร่งด่วน พร้อมแนะนำรฟท. แจ้งความดำเนินคดี บริษัทผู้รับจ้าง

ต่อมาเวลา 16.44 น.น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายยตี เปิดเผยว่านายกฯเตรียมบินด่วนลงพื้นที่ถึงเวลาประมาณ 18.00 น.