นายกฯถกคอส. ร้อนใจรีบแก้ปัญหาก่อนน้ำรอบหน้า จ่อ ประชุมครม.สัญจรพื้นที่ภัยพิบัติ
โพสต์เมื่อ : 15 ต.ค 2567 เวลา 11:54 น.
นายกฯถกคอส. ร้อนใจรีบแก้ปัญหาก่อนน้ำรอบหน้า จ่อ ประชุมครม.สัญจรพื้นที่ภัยพิบัติ คุยเพื่อนบ้านเตือนภัยก่อนภัยพิบัติ
วันที่ 15 ต.ค. 2567 ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการและบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ครั้งที่ 2/2567 (คอส.) มีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรมว.กลาโหม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกฯและรมว.คมนาคม ในฐานะคณะกรรมการคอส. รวมถึงคณะกรรมการอคส.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม โดยนายกฯ กล่าวก่อนเปิดประชุมตอนหนึ่ง ว่า ปัญหาน้ำท่วม หรือปัญหาดินโคนถล่มที่เกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงรายปีหน้าหรือปีต่อๆไปดูเหมือนว่ายังมีปัญหาเหล่านี้อยู่ เป็นสิ่งที่รู้สึกร้อนใจที่สุดว่าเราจะทำอย่างไรได้บ้าง เราอาจจะไม่สามารถหยุดมันได้เลย 100% แต่วิธีรับมือที่ดีขึ้นเราจะทำอย่างไรได้บ้าง หรือจะทำให้ปัญหาจบเร็วขึ้น อยากให้มาร่วมมือกันในการศึกษาตรงนี้อย่างจริงจัง และชัดเจนว่าเรามีเวลา 1 ปีที่ปัญหาแบบเดิมจะมาถึงในปีหน้า วันนี้ก็ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนทางราชการ จิตอาสา มูลนิธิต่างๆที่ร่วมกันแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ปัจจุบันนี้สถานการณ์คลี่คลายไปเยอะแล้ว โดยเมื่อเช้าในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ก็จะพยามทำให้ปัญหาต่างๆเหล่านี้เสร็จภายในก่อนพ.ย.นี้ หรือปลายเดือนต.ค.นี้ก็น่าจะจบ โดยวันนี้จึงอยากนัดประชุมเพื่อรับทราบสถานการณ์และรับทราบการช่วยเหลือเยียวยาในการป้องกันปัญหาและแก้ไขปัญหาที่ต้องรอรับในปีหน้าต่อไป
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงภายหลังการประชุม ว่า นายกฯมีข้อดำริว่าให้วางแผนอย่างเป็นระบบ หากเจอสถานการณ์อย่างที่จ.เชียงราย จะแก้ไขปัญหาแบบไหนอย่างไร โดยให้เขียนเป็นแผนแม่บท รวมถึงมีดำริว่าช่วงต้นเดือน พ.ย. จะไปประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจน ในพื้นที่ที่เกิดอุทภัยน้ำท่วม ที่จังหวัดเชียงใหม่หรือเชียงราย อาจจัดกิจกรรมในช่วงประเพณีลอยกระทง เพราะในพื้นที่จะมีกิจกรรมพื้นเมืองต่อเนือง โดยการประชุมคณะรัฐมนตีดังกล่าว จะได้ไปรับฟังปัญหาและแนวทางในการแก้ไข ซึ่งกำลังดูรายละเอียงอยู่ว่าจะเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม หลังรับฟังปัญหาจะนำไปสู่แผนแม่บทในการป้องกันอุบัติภัยลักษณะเช่นนี้ในอนาคตได้อย่างไร นอกจากนี้ยังเร่งรัดเรื่องกฎระเบียบการเยียวยาล้างโคลนในบ้านให้มีความชัดเจน
นายจิรายุ กล่าวอีกว่า ในที่ประชุมยังได้มีการรายงานถึงการพูดคุยระหว่างประเทศ โดยคณะทำงานระบุว่าควรเป็นการพูดคุยกับพื้นที่เพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็น สปป.ลาว หรือเมียนม่า ที่ทั้งสองประเทศเขาก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน โดยจะมีการพูดคุยเร็ววันนี้เพื่อกำหนดกรอบในการเตือนภัยในกับพี่น้องในต่างประเทศก่อนเกิดภัยพิบัติ อย่างไรก็ตามสำหรับโครงการ “แอ่วเหนือคนละครึ่ง” ขณะนี้มีสองแนวทางคือ คนละครึ่งรัฐครึ่งหนึ่งประชาชนครึ่งหนึ่ง กับหนึ่งแถมหนึ่งที่เมื่อประชาชนไปพักแล้วจะมีห้องพักแถมให้อีกหนึ่งห้อง โดยในสัปดาห์หน้าคงจะได้ข้อสรุปเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
z-z1603487247937.jpg)