닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ8

นายกฯ ลุยปราบ “บุหรี่ไฟฟ้า” รายใหญ่ มูลค่ารวมกว่า 130 ล้านบาท



วันที่ 18 มี.ค. 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ นางสาวจิราพร สินธุไพร ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.ต.อ. ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.อัคราเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร, นำกำลังชุดสืบนครบาล IDMDMB เปิดปฏิบัติการ "Operation Smoke Out" ปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่ จังหวัดนนทบุรีจำนวน 10 จุด ทลายรังบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่อันดับ 1 ของประเทศจำหน่ายในเครือข่ายกว่า 100 เครือข่าย ทั่วประเทศ

สืบเนื่องจากตำรวจสืบนครบาล IDIMB ได้ทำการสืบสวนลาดตระเวนทางออนไลน์ พบว่า มีผู้จำหน่ายบุหรี่รายใหญ่มีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านทางเว็บไซต์ https:/vapequeenzstore.com/ ได้มีการร่วมกันลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าทางออนไลน์ให้แก่บุคคลทั่วไปผ่านทางเว็ปไซต์ ก่อนจะส่งกระจายเป็นยังตัวแทนต่าง ๆ ทั่วประเทศ ทั้ง 4 ภาค และมากกว่า 100 กว่าร้านค้า 

ต่อมา  นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เรื่องที่รัฐบาลยังคงกังวลคือเรื่องของยาเสพติด เพราะเวลาที่กลุ่มตัวแทนได้ซื้อบุหรี่ไฟฟ้าน้ำที่ใช้ผสมอาจมีสารเสพติดจำพวกยาเค หรืออื่นๆ และหลายเคสที่เกิดขึ้นก็อันตรายถึงชีวิต และเป็นสารเสพติดที่ทำให้ติดไปตลอดชีวิต ซึ่งทำให้ผู้ที่ติดแล้วเลิกได้ยาก

พล.ต.อ. ประจวบ กล่าวเสริมว่า จากการสืบสวน พบว่า ผู้จำหน่ายคนดังกล่าว นามว่า "แพท" ได้ ลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาทาง ภาคใต้ก่อนที่จะมาพักของไว้บริเวณโกดังย่านจังหวัด นนทบุรี ทั้งหมด 6 จุด ผลการตรวจค้น สามารถตรวจยึด ของกลาง เป็นบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องรวมกันกว่า 260,000 รายการ มูลค่ารวมกว่า 130,000,000 บาท ทั้งนี้ ได้ขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 5 ราย ที่เป็นทั้งผู้ดูแลโกดัง ผู้รับหน้าที่ในการขนส่งสินค้า และฝ่ายจัดจำหน่าย โดยกลุ่มชบวนการนี้ จะนำบุหรี่ไฟฟ้าที่ลักลอบนำเข้ามาโดยผิดกฎหมายซุกซ่อนไว้ที่โกดังในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อหลบเลี่ยงการปราบปรามของเจ้าหน้าที่ ก่อนจะดำเนินการกระจายบุหรี่ไฟฟ้าไปยังโกดังตามจังหวัดต่าง ๆ กว่า 100 จุด รวมถึงจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆด้วย

เมื่อถามว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย โดยเฉพาะในกลุ่มรายใหญ่และรายย่อย ที่ขัดแย้งกันชัดเจน นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ทราบดีว่าเรื่องข้อกฎหมายต้องการรายละเอียดที่ชัดเจน ซึ่งต้องใช้เวลา  ตอนนี้จะขอมุ่งที่การจับกุมผู้ค้ารายใหญ่ ซึ่งต้องคอยแจ้งข้อมูลที่ถูกต้องไปยังประชาชนและเยาวชน ให้รับทราบว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย ซึ่งตนเองได้แจ้งกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงอว. ให้คอยตระหนักให้ความรู้เรื่องข่าวสารในทางที่ถูกต้อง

"การทำมาตรการเด็ดขาดที่ตำรวจได้ทำอยู่ในขณะนี้ คือผู้ผลิต และกลุ่มผู้ค้ารายใหญ่ ตนเองไม่อยากให้บุหรี่ไฟฟ้ากลายเป็นยาเสพติดในอนาคต"

ส่วนเรื่องการจับกุมครั้งนี้ ที่ผ่านมาการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยความมั่นใจว่า หลังจากนี้จะสั่งเข้มงวดมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งก็ได้สั่งการไว้เรียบร้อยแล้วและภาคส่วนก็จะรับทราบถึงหลักการตรงกัน เพราะเรื่องนี้รัฐบาลเอาจริงเอาจัง ทั้งเรื่องยาเสพติดและบุหรี่ไฟฟ้า และอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ก็จะเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ทราบเป็นอย่างดีว่าหลักในการดำเนินการต้องเป็นอย่างไร

เมื่อถามถึงโกดังดังกล่าวว่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ทราบเบาะแสเลยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันว่า วันนี้ก็ได้ทำให้เห็นแล้ว และต้องดูที่มาว่าบุหรี่ไฟฟ้าหรือสารเสพติดมาได้อย่างไร ซึ่งตำรวจก็เข้มงวดในเรื่องขบวนการอยู่แล้วเบื้องต้น ยืนยันว่าตำรวจมีความเต็มที่ในการทำงาน อีกทั้งขณะนี้ยังได้รับเบาะแสเพิ่มเติมเข้ามาและก็เร่งดำเนินการตรวจสอบเพื่อที่จะเข้าจับกุมในพื้นที่โกดังอื่นๆอีกด้วย ซึ่งก็ขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการเร่งดำเนินการต่อไป พร้อมทั้งฝากถึงประชาชนให้เลี่ยงในเรื่องของสิ่งที่ผิดกฎหมายอีกด้วย