닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมาก---1

นายกฯ รับปัญหาชายแดนเป็นอุปสรรคภาคอุตสาหกรรม ย้ำต้องใช้วิธีการทหาร-ทูต พร้อมกัน เผย ว่าที่ขุนคลังเตรียมหารือเงินบาทแข็งบ่ายนี้ บอก ปชช.รอได้เลย โครงการคนละครึ่ง ชี้ แลนด์บริดจ์ ต้องดูทุก ใช้โอกาสภูมิรัฐศาสตร์ประเทศ หาข้อได้เปรียบ เผย ขึ้นโครงร่างแถลงนโยบายรัฐบาลแล้ว เปิดกว้างเจ้ากระทรวงดูก่อน



วันที่ 15 ก.ย. 2568 ที่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลัง ประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทย ว่า วันนี้ตนมาและนําตัวเองกับประธานอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสิ่งที่เป็นความต้องการของภาคอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการแห่งประเทศไทย ในเรื่องปัญหาและข้อกังวล ที่จะให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหา ทั้งเรื่องศักยภาพการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการพัฒนาอุตสาหกรรมประเทศไทย การรับมือการค้าที่มีการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น เรื่องปัญหาชายแดนไทยกัมพูชา การทําให้ความเข้มแข็งของกลุ่มประเทศอาเซียน สามารถที่จะทําให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการขยายตัวทางเศรษฐกิจ 

เมื่อถามว่า ปัญหาชายแดนไทยกัมพูชา เป็นอุปสรรคต่อภาคอุตสาหกรรมหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ก็มีบ้างแต่ก็ได้ชี้แจงให้ทราบชัดเจนแล้ว ซึ่งเรื่องต่างๆขณะนี้ยังไม่มีการดําเนินการอย่างแน่นอน เราต้องใช้วิธีการทางด้านการทหารและการทูตในเวลาเดียวกัน หลังจากที่รัฐบาลได้เข้ามาทํางานอย่างเป็นทางการแล้ว 

เมื่อถามต่อว่า เรื่องค่าเงินบาทที่แข็งค่าตอนนี้จะเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกอย่างไร นายกฯกล่าวว่า  บ่ายเดียวกันวันนี้นายเอกนิติ นิติภัณฑ์ประภาศ ว่าที่รมว.คลัง จะหารือกับทางสภาอุตสาหกรรมฯ ในรายละเอียด 

ถามต่อว่า มีการตรวจสอบกระแส การส่งออกทองคําไปยังต่างประเทศ แล้วหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า รับทราบแล้ว และให้ส่วนที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบแล้ว ถ้ามีสิ่งอะไรที่ผิดปกติ ก็จะมีการตามกฎหมายต่อไป 

เมื่อถามว่า จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า หลังไมค์ก็มีการเตรียมพร้อม เมื่อเราเข้าไปบริหารราชการแผ่นดินตามเวลาที่กําหนด ก็จะดําเนินการ 

ถามอีกว่าท ประชาชนคาดหวังกับนโยบายคนละครึ่งจะสามารถเปิดกระเป๋ารอได้เลยใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า" รอได้ครับ เดี๋ยวใน รายละเอียดจะให้รมว.คลังชี้แจงกับประชาชน ในแผนที่เราได้วางเอาไว้ การดําเนินการเมื่อเราเข้ามาบริหารอย่างเต็มตัว ว่าจะมีวิธีการอย่างไรเพื่อให้นโยบายนี้ดำเนินการได้เร็วที่สุด "

เมื่อถามต่อว่า กรรมาธิการ พัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้ บริโภค วุฒิสภา ขอให้นายกฯ ชะลอโครงการแลนด์บริดจ์ไปก่อน นายอนุทิน กล่าวว่า เดี๋ยวจะเข้าไปฟังทุกฝ่ายอยู่แล้ว 

ถามต่อว่า ระยะเวลาสี่เดือนโครงการแลนด์บริดจ์จะสําเร็จหรือไม่ นายกฯมกล่าวว่า โครงการนี้จะไปดูในมิติของการลงทุน ว่าคุ้มค่าอย่างเดียวหรือไม่ มันไม่พอ แต่ต้องดูไปถึงอนาคต และสิ่งที่ทําให้เกิดการ เจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศ ต้องดูหลายมิติร่วมกัน เราอยู่ในภูมิรัฐศาสตร์ ที่ได้เปรียบอยู่แล้ว เราต้องใช้ความได้เปรียบตรงนี้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศของเรา เราอยู่ตรงกลางเป็นไข่แดงของอาเซียน เราก็มีโอกาสมากมายที่จะใช้ข้อได้เปรียบนี้ ขยายตัวทางเศรษฐกิจ และมิติอื่น ๆ ได้อย่างมากมาย 

ส่วนความคืบหน้าการจัดทำร่างแถลงนโยบายรัฐบาล ต่อรัฐสภาจะให้พรรคร่วมรัฐบาลเข้ามามีส่วนร่วมหรือไม่ ว่า เราขึ้นโครงร่างมาแล้ว จะส่งเนื้อหาของกระทรวงที่พรรคร่วมรัฐบาลรับผิดชอบ เพื่อให้พิจารณาเพิ่มเติมแก้ไข รวมไปถึงตัดบางส่วนเพื่อทำให้รัฐมนตรีมั่นใจว่าสามารถเข้ามาแล้วทำงานได้ 

เมื่อถามว่าเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(สลค.)รายงานความคืบหน้าการตรวจสอบประวัติว่าที่รัฐมนตรีเป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า ใกล้แล้ว เพราะรายชื่อถือว่า 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งการตรวจประวัติถือเป็นขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติ ก่อนนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ โดยจะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯภายในสัปดาห์นี้

เมื่อถามต่อว่า หากมีการโปรดเกล้าฯรายชื่อคณะรัฐมนตรี(ครม.)แล้วจะแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาภายในกี่วัน นายอนุทิน กล่าวว่า เราจะรอการถวายสัตย์ปฏิญาณ ซึ่งระหว่างนั้นคงจะทำงานได้ระดับหนึ่ง เพราะต้องเร่งแถลงนโยบายเนื่องจากเนื่องจากการจะทำงานได้เต็มที่ต้องรอการแถลงนโยบาย ซึ่งระหว่างนี้ก็อยู่ระหว่างการเตรียมนโยบาย ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยก็จะนัดประธานรัฐสภาเพื่อแถลงนโยบายและทำงานเลย 

ผู้สื่อข่าวรายงานงานว่า เมื่อตอบคำถามจบแล้ว นายอนุทิน บอกว่า พอแล้วนะ ผู้สื่อพยายามสอบถามต่อว่ามีการรายงานรายชื่อครม.ที่ไม่ผ่าน คุณสมบัติหรือไม่ นายอนุทินไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าวและเดินออกจากวงสัมภาษณ์