닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopy244

นายกฯ บอกปมพลังงานไม่กระทบ ปชช. ขอให้มั่นใจ รบ.ไม่นิ่งเฉยทำให้เกิดผลกระทบน้อยสุด



วันที่ 2 มี.ค. 2569 ที่ตึกภักดีบดินทร์ นายอนุทิน แถลงผลประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า ตนได้มอบหมายให้ นายเอกนิติ เชิญส่วนราชการและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับด้านเศรษฐกิจ มารับทราบสถานการณ์และแนวทางรับมือ โดยเหตุการที่เกิดขึ้นขณะนี้ประเทศไทยของเรามีผลกระทบอยู่บ้าง แต่ยังอยู่ในระดับที่เราจะเร่งทำการรับมือและแก้ไขไม่ให้เกิดผลกระทบที่มีความรุนแรง และพยายามใช้ทุกวิถีทางในการสร้างโอกาส เพราะทุกวิกฤตมีโอกาส เราพยามจะสร้างโอกาสเหล่านั้นให้เกิดขึ้นกับประเทศไทยให้มากที่สุด และได้แจ้งให้ตัวแทนภาคเอกชนประกอบด้วย ประธานสภาอุตสาหกรรม ประธานสภาหอการค้าไทย ประธานสมาคมธนาคารไทย รับทราบถึงสถานการณ์และได้รับฟังความคิดเห็นที่ต้องการให้รัฐบาลไทยสนับสนุน และตนได้หารือกับทางสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)และกระทรวงการคลัง ประเมินว่าสถานการณ์ในปัจจุบันต้องถือว่ายังมีความไม่แน่นอน จะมีผลกระทบต่อต้นทุนต่างๆ รวมถึงการขนส่ง ในเรื่องของราคาน้ำมันตลาดโลกที่ต้องปรับตัวสูงขึ้นในระยะหนึ่งแน่นอน แต่การผลิตน้ำมันส่วนเกินในตลาดโลกมีอยู่สูง ดังนั้นน่าจะมีผลกระทบแต่ไม่มากนัก และเราก็ได้รับทราบมาว่ากลุ่ม โอเปก ได้ปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน ในส่วนของไทยในเรื่องของความมั่นคงทางด้านพลังงาน ถือว่าอยู่ในระดับที่ควบคุมสถานการณ์ได้ มีการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง และสำรองในเรื่องของพลังงานต่างๆไว้ในระดับที่จะไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนและไม่ให้มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไม่มาก

ขอให้มั่นใจรบ.ไม่นิ่งเฉยทำให้เกิดผลกระทบน้อยสุด

นายอนุทิน กล่าวว่า ในเรื่องของการให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและแรงงานไทยทางกระทรวงการต่างประเทศได้ประสานมอบหมายให้สถานทูตฯในแต่ละประเทศได้อำนวยความสะดวก เพื่อช่วยเหลือประชาชนคนไทยที่อาศัยอยู่ให้มีความปลอดภัยให้สามารถดำรงชีวิตต่อได้ ถ้าเขาไม่มีความประสงค์ที่จะเดินทางกลับประเทศไทย แต่ถ้าเขามีความประสงค์เราก็จะดำเนินการให้การช่วยเหลือในทุกวิถีทาง ซึ่งทางรัฐบาลเองได้ประสานกับกระทรวงคมนาคมและฝ่ายกองทัพว่าถ้ามีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องจัดอากาศยานไปรับตัวพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศอีหร่านกลับมาสู่ประเทศไทยเราได้เตรียมการไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขอให้ความมั่นใจว่าประเทศไทยเรา ไม่ได้อยู่นิ่งเฉยพยายามที่จะหาวิถีทางที่จะแก้ไขสถานการณ์ เพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุดต่อประชาชนชาวไทยและผู้ประกอบการชาวไทย ตลอดจนผลประโยชน์ของประเทศไทยเป็นสิ่งที่เราได้ดำเนินการด้วยความรวดเร็ว และเพื่อให้เกิดผลจับต้องได้โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

“เอกนิติ” เล็งหาโอกาสดึงนักท่องเที่ยว-นักลงทุน

ด้านนายเอกนิติ แถลงว่า ที่ประชุมได้ดูผลกระทบในทุกมิติ ทั้งมาตรการระยะสั้น รวมถึงกลยุทธ์รองรับโลกที่เปลี่ยนไป สำหรับผลกระทบ มี 5 ช่องทาง คือเรื่องพลังงาน โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซ มีน้ำมัน 20%  จากทั่วโลกมาจากบริเวณนั้น ทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้นในระยะสั้น 5% ซึ่งกระทรวงพลังงานได้เตรียมรองรับ โดยเฉพาะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่สามารถดูผลกระทบในระยะสั้น และมีน้ำมันสำรองเพียงพออยู่ที่ 60 วัน เชื่อว่าในระยะสั้นจะสามารถดูแลไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนได้ และมีเวลาเพียงพอที่จะหาตลาดใหม่ สำหรับด้านการค้า ถือว่าได้รับผลกระทบทางตรงไม่มาก เพราะเราส่งออกไปตะวันออกกลางเพียง 4 % และนำเข้าเพียง 8%  แต่ผลกระทบทางอ้อม ทั้งเรื่องค่าระวางเรือ ค่าขนส่ง และค่าต้นทุนส่วนต่างที่เกิดจากสงคราม ซึ่งมีการเตรียมความพร้อมรองรับส่วนนี้ไว้แล้ว ขณะที่ด้านการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบทางตรงไม่มาก มีนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางเพียงแค่ 4 % ในระยะสั้นถือว่าไม่เยอะมาก และเป็นการคว้าโอกาสดี เนื่องจากสายการบินที่มีศูนย์กลางอยู่ตะวันออกกลางอาจมีความลำบาก จึงอาจจะมีการดึงนักท่องเที่ยวมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะประเทศไทย สำหรับราคาทองคำ ได้รับผลกระทบไม่มาก ไม่ถึง 2 % ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ของไทยขึ้นมาถึง 17% และทุนสำรองระหว่างประเทศมีจำนวนมากสามารถรองรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ ขณะที่การเปลี่ยนแปลงการเมืองโลก นายกฯได้มอบการบ้านให้ตนหารือกับภาคเอกชนว่า จะสามารถคว้าโอกาสนี้ได้อย่างไร ทั้งมิติด้านการลงทุนที่จะเข้ามาสู่ภูมิภาคเอเชีย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งเรื่องการท่องเที่ยว การแพทย์ และอาหาร และใช้โอกาสการวางตัวเป็นกลางของเราในการคว้าโอกาสในเชิงเศรษฐกิจ

“ศุภจี" เผย ผลกระทบโดยตรงด้านการไม่มาก

ด้านนางศุภจี กล่าวว่า ในมุมมองด้านการพาณิชย์ผลกระทบยังอยู่ในวงที่จำกัด เพราะการส่งออกไปยังอิสราเอลมีสัดส่วนที่ร้อยละ 0.2 ของจำนวนการส่งออกทั้งหมดของประเทศ ขณะที่อิหร่านเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.02 เพราะฉะนั้น ไม่ได้กระทบมากแต่สิ่งที่เราพึงระวังคือ ภาพรวมของภูมิภาคตะวันออกกลาง เพราะตลาดของตะวันออกกลางยังมีมูลค่าของการที่เราค้าขายระหว่างกันอยู่ประมาณ 4-5% แต่สิ่งที่ต้องระวังเป็นผลกระทบทางอ้อม คือ การพาณิชย์กับภูมิภาคอื่น เพราะอาจจะกระทบเรื่องของการขนส่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของยุโรป อาจต้องระวังเพิ่มเติมมากขึ้น ระยะทางที่ต้องอ้อมในจุดที่มีการปิดการขนส่ง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่จะต้องเฝ้าระวังต่อไป อีกเรื่องต้องจัดหาแหล่งวัตถุดิบและปัจจัยการผลิตสำรอง เพราะเรามีวัตถุดิบและสิ่งที่เราได้นำเข้า โดยเฉพาะเรื่องพลังงานที่มาจากบริเวณตะวันออกกลาง ดังนั้น ต้องร่วมกับเอกชนในการหาแหล่งวัตถุดิบและสำรอง นอกจากนี้ต้องบริหารการทำงานร่วมกันเชิงรุกกับทูตพาณิชย์ที่อยู่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มของประเทศที่มีผลกระทบโดยตรง ให้มีการติดตามอย่างใกล้ชิดและให้รายงานรายงานสถานการณ์ทางการค้ามา เพื่อเราจะได้มีการจัดการได้อย่างถูกวิธี 

คนไทยอยากกลับจากอีหร่านเพิ่มเป็น 40 คน 

ขณะที่นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า นายกฯ ให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยของคนไทยในภูมิภาค โดยรวมนั้นมีประมาณ 100,000 กว่าคน ซึ่งมีแผนการดูแลเรื่องความปลอดภัย โดยประชาชนที่อยู่ที่อีหร่าน ที่มีความประสงค์ให้สถานทูตและกระทรวงการจากต่างประเทศ อำนวยความสะดวกเดินทางกลับบ้าน ตอนนี้มีประมาณ 40 กว่าคน 
 น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า แรงงานที่อยู่ในอิสราเอล ประมาณ 60,000 คน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวัง ซึ่งในส่วนรัฐบาลอิสราเอลได้ให้การดูแลแรงงานไทยค่อนข้างดี และได้รับการรายงานการขอกลับประเทศจำนวนน้อยไม่ถึง 10-20 คน

“พิพัฒน์” ย้ำสายการบินดูแลนักท่องเที่ยวตกค้าง 

ด้านนายพิพัฒน์ กล่าวว่าตั้งแต่เกิดเหตุมีการยกเลิกเที่ยวบินจากประเทศไทยไปตะวันออกกลางจำนวน 135 เที่ยว แบ่งเป็นสนามบินสุวรรณภูมิ 59  เที่ยว ผู้โดยสารได้รับผลกระทบ 9,409 ราย สนามบินดอนเมือง 285 ราย สนามบินภูเก็ต 36 เที่ยว ผู้โดยสาร 5,665 ราย และท่าอากาศยานเชียงใหม่ 165 คน โดยสายการบินจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งที่พักและค่าอาหาร โดยกระทรวงคมนาคม จะดำเนินการหาแนวทางการเปลี่ยนเส้นทางการสัญจรเพื่อรองรับผู้ที่จะเดินทางกลับในพื้นที่ใกล้เคียงพื้นที่สู้รบ รวมทั้งผู้ที่ต้องการเดินทางไปยังตะวันออกกลาง หรือประเทศอื่นก่อน อีกทั้งผู้โดยสารจากตะวันออกกลางที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทยจำนวนน้อย เนื่องจากเป็นเดือนถือศีลอดของชาวมุสลิม ซึ่งผลกระทบแต่เป็นจำนวนน้อย