닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopyะัถุีึ

นายกฯ นำทีม มท. ลุยน้ำท่วมอยุธยา ให้คำมั่นเร่งแก้ปัญหาระยะยาว ขอประชาชนมั่นใจ ให้โอกาสทำงาน ลั่น ถ้าทำไม่ได้ก็ไปเป็นพ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยว บอก เป็นเพื่อนรุ่นเดียว “ร.อ. ธรรมนัส” ทำงานร่วมกันจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ ด้าน ผู้ว่าฯ เสนอ 5 ข้อ บรรเทาความเดือดร้อนประชาชน

 

วันที่ 27 ก.ย. 68 ที่วัดโคกหิรัญ อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวต้อนรับพร้อมรายงานสถานการณ์น้ำท่วม ว่า ในส่วนของจังหวัดพระนครศรีอยุธยานั้นมีแม่น้ำสำคัญไหลผ่าน 4 สาย คือ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสักฯ แม่น้ำลพบุรี และแม่น้ำน้อย ในส่วนของสถานการณ์น้ำในจังหวัดนครศรีอยุธยาเกิดอุทกภัยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 โดยครั้งแรกช่วงระหว่างที่ 27 พฤษภาคมถึง 8 มิถุนายน โดยช่วงนั้นเกิดเหตุการณ์ 23 วัน มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน 3674 ครัวเรือน

ครั้งที่สอง 21 กรกฎาคม ถึง 9 สิงหาคม รวม 19 วัน มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน 1659 ครัวเรือน และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม จนถึงปัจจุบันรวมทั้งสิ้น 38 วัน โดยขณะนี้มีผู้ได้รับผลกระทบกว่า 37,000 ครัวเรือน โครงสร้างพื้นฐานและสถานที่ราชการได้รับความเสียหาย มัสยิด โรงเรียน และถนน 34 สาย ได้รับผลกระทบ

ในส่วนของการเตรียมความพร้อมจังหวัดได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูม เพื่อติดตามสถานการณ์ในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ 24 ชั่วโมง มีการแบ่งภารกิจกำหนดตัวบุคคลรับผิดชอบในแต่ละพื้นที่ มีการดำเนินการสำรวจซ่อมแซมประตูระบายน้ำให้มีความพร้อมในการใช้งาน การดำเนินการสำรวจแนวกันน้ำในพื้นที่เสี่ยง พื้นที่เศรษฐกิจ ชุมชนและโบราณสถาน ได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขัง 56 จุด ในส่วนการดูแลผู้พิการได้มอบหมายให้ทางสาธารณสุข อสม.อำเภอ และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ออกตรวจสอบในพื้นที่พบมีกลุ่มเป้าหมายเฝ้าระวังเป็นพิเศษ 446 ส่วน 

ขณะที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ดำเนินการจัดทำทางเดินชั่วคราว 58 แห่ง และได้มีการจัดตั้งชุดปฏิบัติการเพื่อดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ดูแลทรัพย์สินให้ประชาชนที่อยู่บนท้องถนนและบ้านเรือนทั้งหมด 686 ชุด

สำหรับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ที่ประสบภัยในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่ต้องการ ประกอบด้วย
1. เรื่องของการพัฒนาระบบการแจ้งเตือน ให้มีความทันสมัย รวดเร็ว และมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น 
2. เรื่องของการพิจารณาชดเชยในการใช้ที่ดินของประชาชน ที่ใช้เป็นพื้นที่รองรับน้ำ ชะลอน้ำ เพื่อไม่ให้น้ำท่วมในพื้นที่เศรษฐกิจอื่น จำนวนรวมทั้งสิ้นที่อยู่ในเขตพระนครศรีอยุธยากว่า 400,000 ไร่ ในตัวทุ่งรับน้ำ ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่ทุ่งรับำแต่เป็นที่ลุ่มต่ำที่อยู่ในเขตพื้นที่ของประชาชนทั้งหมด เป็นที่โฉนดไม่ใช่ที่สาธารณะ แต่ทุกปีเมื่อน้ำจากภาคเหนือระบายมาเกินจากศักยภาพการกักเก็บ เราจะระบายน้ำเข้าไปในทุ่ง เพราะฉะนั้นในสิ่งนี้เป็นสิ่งที่พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง และสิงห์บุรี ให้ความช่วยเหลือคนในพื้นที่เศรษฐกิจและพื้นที่ตอนล่างทั้งหมด 11 จุดที่อยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พื้นที่โดยประมาณ 400,000 ไร่ รองรับน้ำประมาณ 700,000,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่อยากขอรับความกรุณาจากรัฐบาลให้ช่วยสนับสนุนในเรื่องของการจ่ายค่าชดเชยในการเสียโอกาสในการประกอบอาชีพในแต่ละปี ในช่วง 3-4 เดือนที่ต้องรองรับน้ำก้อนนี้ไว้
3. ต้องการให้จ่ายเงินเยียวยาเพื่อบรรเทาปัญหาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เนื่องจากไม่ได้รับความสะดวกในเรื่องของการประกอบอาชีพ ไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทาง และไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ทำให้ขาดรายได้ บางครอบครัวมีรายได้น้อยลง และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น
4. อยากให้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์การช่วยเหลือในเรื่องของเงินค่าชดเชยเยียวยา กรณีผู้ประสบเหตุภัยพิบัติให้เหมาะสมกับสภาพความเสียหาย ตลอดจนกำหนดกรอบระยะเวลาการจ่ายเงินชดเชยเยียวยาให้มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
5. ประการสุดท้ายซึ่งเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากที่สุด นั่นคือในเรื่องของความต้องการให้ทางรัฐบาลช่วยเร่งรัดแก้ไขปัญหาอุทกภัยอย่างยั่งยืน เพื่อไม่ให้การบริหารจัดการน้ำมากระทบหรือทำให้เกิดปัญหาอุทกภัยซ้ำซากในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาอีก  ในส่วนนี้ควรจะได้มีการพิจารณาทบทวนแผนป้องกันบรรเทาสาธารณะภัยเจ้าพระยาตอนล่าง  หากคิดว่าสามารถแก้ไขปัญหาอุทกภัยได้จริง ก็ขอให้เร่งรัดดำเนินงานโครงการดังกล่าวให้สำเร็จผลเป็นรูปธรรมเร็วเร็ว


ด้านนายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ตนมาในฐานะนายกรัฐมนตรี ก็ถือว่าตนสามารถที่จะมาตอบสนองความต้องการของประชาชนชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในทุกมิติ เพราะรัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลที่เราทำงานร่วมกันเป็นทีมเดียวกัน ถึงแม้ว่าจะมีพรรคร่วมรัฐบาลมาร่วมอยู่บ้าง แต่ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลที่ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีทุกคน คือ ประโยชน์สูงสุดของประชาชน ดังนั้นเราจะทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อรับใช้ประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีความเดือดร้อนให้น้อยที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ เราทราบดีกันอยู่แล้วว่าที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีน้ำท่วมทุกปี ท่วมซ้ำซาก เนื่องจากที่นี่เป็นพื้นที่รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบน เป็นพื้นที่ต่ำ ทำให้ระบบการระบายน้ำระบายลงสู่ทะเลได้ยาก และนอกจากนี้แม่น้ำเจ้าพระยายังมีลักษณะที่เป็นคอขวด ทำให้การไหลระบายน้ำช้าลง ส่งผลให้มีน้ำล้นตลิ่งเข้ามาท่วมพื้นที่ของประชาชน ซึ่งเราก็พยายามสู้กับธรรมชาติมาโดยตลอด และเราก็พยายามคิดที่จะให้มีโครงการที่จะบรรเทาการเกิดของอุทกภัยให้กับประชาชนให้ได้มากที่สุด ตอนนี้เนื่องจากเรื่องของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง ทางรัฐบาลก็ต้องใช้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติที่ต้องคอยเป็นผู้กำหนดนโยบายต่างๆ ในการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งวันนี้พวกเราทุกคนที่อยู่ในที่นี้ ก็คงเห็นแล้วว่าเป็นคนของพี่น้องประชาชนทั้งนั้น 

ทังนี้ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษาฯ ซึ่งรับผิดชอบดูแลในเรื่องของการศึกษาอุดมศึกษา แต่ก็ยังกำกับดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ นวัตกรรม ที่เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่ต้องนำมาใช้เพื่อลดภาวะของภัยธรรมชาติ ด้านนายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ ซึ่งเป็น สส.ในพื้นที่ เขต 1 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากพรรคประชาชน แต่ก็โหวตให้นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนไม่มีข้อสงสัยหรือข้อคิดว่าเขาเป็นการเมืองคนละพรรคกับเรา โดย สส.เต้ เป็น สส.ที่ประชาชนชาวอำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เลือกเขามา เขาได้ขานชื่อตนในสภาฯ ให้เป็นนายกรัฐมนตรี ก็เท่ากับว่าประชาชนทุกคนให้ฉันทามติให้ตนมาเป็นนายกรัฐมนตรี ในเมื่อประชาชนมีความทุกข์ยาก ไม่ว่าจะเลือกใครเป็น สส.ก็ตาม นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลก็มีหน้าที่ที่จะดูแลคลายทุกข์ให้กับประชาชนทุกคนโดยทันที

ในส่วนของรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยรัฐมนตรีทั้ง 3 คน ก็พร้อมที่จะมาดูแลปัญหาของประชาชน โดยเริ่มจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย (ปภ.) ที่ต้องมาดูว่าเมื่อเกิดภัยกับบ้านเรือนของประชาชนแล้วท่านจะไม่อยู่โดดเดี่ยว ความช่วยเหลือต่างๆ ต้องมาถึงประชาชนโดยทันที ทั้งเรื่องของอาหารการกิน เรื่องการบรรเทาสาธารณะภัย เรื่องของงบประมาณที่จะมาเยียวยาความเสียหายของประชาชน นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ตนให้คำยืนยันว่าเมื่อเกิดภัยพิบัติที่เป็นเหตุฉุกเฉิน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบล นายกเทศบาล โดยกรมปกครองส่วนท้องถิ่นมีงบประมาณฉุกเฉินที่ผู้บริหารสามารถเบิกจ่ายได้ในรูปแบบของงบฉุกเฉิน ไม่ต้องเป็นกังวลว่าจะโดนตรวจสอบหากใช้เพื่อประโยชน์ เพื่อบรรเทาความทุกข์ของประชาชนแล้ว ถึงแม้ใครจะมาตรวจสอบเราก็สามารถชี้แจงได้ ซึ่งควรให้ความมั่นใจว่างบประมาณในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยจะต้องตกถึงประชาชนทั้ง 100% ไม่มีตกหล่นไปไหน จึงขอให้ทางผู้บริหารองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับทราบถึงงบประมาณที่สามารถช่วยพ่อแม่พี่น้องเหล่านี้ด้วย และอย่าไปเกรงกลัว เท่าที่ตนได้ทราบมานั้นหลายคนกลัวว่าจะโดนตรวจสอบ จึงไม่กล้าใช้งบดังกล่าว โดยผู้ว่าราชการจังหวัดก็ต้องมีหน้าที่ไปชี้แนวทางให้ทุกคนได้ทำการใช้งบประมาณฉุกเฉินเหล่านี้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ทันท่วงที ส่วนตนนั้นก่อนที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีก็เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมาก่อน เข้าใจในเรื่องของความเร่งด่วน ความเดือดร้อนของประชาชน  แต่ตอนนั้นเราก็มีการเบิกจ่าย โดยคนอนุมัติจ่ายก็จะเป็นอีกคนหนึ่งที่มีวิธีการตรวจสอบเยอะแยะไปหมด แต่วันนี้หากมีภัย มีเรื่องการช่วยเหลือ เรื่องของการอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยทั่วประเทศ รัฐมนตรีมหาดไทยชื่ออนุทิน ก็จะทำเรื่องขอเสนอให้นายกรัฐมนตรีอนุทินอนุมัติ เพราะฉะนั้นขั้นตอนก็จะถูกลดลงมา ขอเพียงอย่างเดียวข้าราชการตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ระดับจังหวัด ไปจนถึงระดับกรม กระทรวง และขั้นตอนของรัฐมนตรีทั้งหลายที่จะร่วมพิจารณา ขอให้พิจารณาโดยเร็ว ในคณะรัฐมนตรีหากเป็นเรื่องของประชาชนแล้วรัฐมนตรีส่วนใหญ่ก็คือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของประชาชนทั้งนั้น ซึ่งเราเข้าใจถึงความทุกข์ ความจำเป็นเร่งด่วนเป็นอย่างดี ก็ขอให้ประชาชนวางใจว่าพวกเราทุกคนจะทำงานอย่างเต็มที่ รวดเร็ว เพื่อให้ทุกข์ของประชาชนได้รับการคลายออกไปให้เร็วที่สุด

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า นี่คือการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ รวดเร็ว ทันใจ และไม่ให้เสียเวลา ความช่วยเหลือต่างๆ จะต้องมาถึงพี่น้องประชาชนโดยเร็ว เรื่องของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในลุ่มน้ำเจ้าพระยาในระยะยาว ขณะที่ สนทช.ต่างๆ ทั้งกรมชลประทาน และกรมที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำก็มีการเร่งรัดการดำเนินการโครงการก่อสร้างคลองระบายน้ำ อ.บางบาล อ.บางไทร  ให้แล้วเสร็จภายในปี 2569 ให้หมด เพื่อเร่งระบายน้ำให้ระบายได้ถึง 1200 คิวต่อวินาที ซึ่งหากโครงการนี้แล้วเสร็จลุล่วงภายในปีหน้าก็จะตัดยอดน้ำไม่ให้ท่วมในพื้นที่พระนครศรีอยุธยา ประชาชนก็จะคลายความกังวลว่าน้ำจะท่วมอีกและตรงนี้ก็จะเป็นการแก้ไขปัญหาระยะยาว ซึ่งตนทราบดีว่าประชาชนไม่ได้อยากได้ถุงยังชีพ เพราะถุงยังชีพมาเมื่อไหร่นั่นแปลว่าเรามีภัย แต่การนำถุงยังชีพมามอบให้นั้นเพื่อเป็นการแสดงน้ำใจว่าเราไม่ทอดทิ้งกัน แต่หน้าที่ของรัฐบาลมากกว่านั้นคือการแก้ไขปัญหาระยะยาวให้ประชาชน

สำหรับโครงการที่ต้องเร่งขับเคลื่อนซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่แต่ไม่ทำก็ไม่ได้ เพราะหากไม่ทำเราก็จะเจอกันแบบนี้ทุกปี รับรองว่าไม่เกินสามครั้งพ่อแม่พี่น้องแกะถุงยังชีพปาใส่แน่นอน ซึ่งตนไม่ต้องการอย่างนั้น แต่ตนต้องการให้ถุงยังชีพไม่มีความจำเป็นต้องใช้ ต้องการให้ทุกอย่างเกิดความสะดวกสบาย เพราะฉะนั้นก็ต้องมีการวางแผนระยะยาวในการปรับปรุงระบบชลประทานฝั่งตะวันออกตอนล่าง เพื่อทำให้เกิดการระบายน้ำ ตั้งแต่จังหวัดชัยนาท ป่าสักชลสิทธิ์ ไหลไปลงอ่าวไทย แต่ก็ต้องใช้เวลาประมาณ 7 ปี ความถาวรเรื่องของระบบการระบายน้ำต่างๆ เป็นสิ่งที่รัฐบาลนี้จะทำเพราะคนเสนอและสนองมันพวกเดียวกันหมด บางแห่งต้องไปพึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ซึ่ง ถึงแม้จะคนละพรรค จากพรรคกล้าธรรม

โดยนายอนุทิน เปิดเผยว่าตนและร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประธานที่ปนึกษาพรรคกล้าธรรม กับตนเปรียบเสมือนเพื่อนของตนที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่เด็กเรียนเตรียมทหารรุ่นที่15 หากตนไม่เกเรเสียก่อนและเทียบกันก็คงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่15 ด้วยเช่นกัน แต่ตนมีเพื่อนและคบค่าสมาคมกับนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่15 ทำให้รู้จักกับ ร้อยเอกธรรมนัส และท่านมีความตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่และท่านตั้งใจ กล้าตัดสินใจ และเมื่อคนใดที่กล้าตัดสินใจ มาทำงานร่วมกัน ประโยชน์สูงสุดก็จะเกิดขึ้นกับประเทศและประชาชน เรามีเวลาตรงนี้ไม่นาน ต้องวางแผนให้ดี แล้วมาบอกให้พี่น้องประชาชนไว้ใจเที่ยวหน้า พี่น้องประชาชนเลือกตนเข้ามาทำงานต่อไป ก็ทำงานต่อไปเท่านี้ หากทำไม่ได้ก็ไม่ต้องเลือก  สส.ไปขายก๋วยเตี๋ยว  ไม่ต้องมาเป็นรัฐมนตรีให้เกะกะสายตาประชาชน ไปเป็นเจ้าของปั้มน้ำมันเติทน้ำมันขายพอแล้วอย่ามารับใช้พี่น้อง ทำงานไม่ได้ อย่าริมาเป็นผู้แทนฯทำงานไม่ได้อย่าริมาเป็นรัฐมนตรี  เพราะฉะนั้นไม่มีปัญหา เพราะ สิ่งที่ประชาชนต้องการจากเราวันนี้คือความกล้าตัดสินใจ ที่จะทำคุณประโยชน์ให้กับบ้านเมือง พวกตนโอกาสอย่างนี้ไม่ได้มีมากนัก เป็นสส.กี่สมัยกว่าจะได้เป็นรัฐมนตรี แต่ละคนกว่าจะผ่านความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนเป็นผู้แทนฯ กว่าจะได้นั้นหนักหนาสาหัสแค่ไหน เพราะฉะนั้นเราไม่มีความเกรงใจที่จะทำความดีให้กับพี่น้องประชาชน มีแต่เกรงใจที่พี่น้องประชาชนให้โอกาสแล้วเราตอบแทนให้ไม่ทัน   

นอกจากนี้นายอนุทินกล่าวต่อว่า สนับสนุนเถอะครับ คนไหนทำงานมากว่าเลือกคนนั้น ” ดีแล้วเลือกเต้ แล้วและให้เต้มาเลือกหนู “ โดยวันนี้พวกเราทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ เป็นทีมเดียวกัน สิ่งที่บอกไว้วันนี้ก็จะเกิดขึ้น ขออย่างเดียวขอให้ประชาชนมั่นใจ และให้โอกาสได้ทำงาน