นายกฯ ถก “จิราพร-ตำรวจ” เดินหน้าปราบบุหรี่ไฟฟ้า
โพสต์เมื่อ : 14 มี.ค 2568 เวลา 8:11 น.
นายกฯ ถก “จิราพร-ตำรวจ” เดินหน้าปราบบุหรี่ไฟฟ้า บอกเป็นทุกข์ใหญ่ปชช.ต้องเดินหน้าปราบ “จิราพร” เชื่อใน 30 วันเห็นผล บอก สส.ต้องรับผิดชอบสังคม
วันที่ 14 มี.ค. 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ทวีตข้อความผ่านเอ็กเป็นภาพขณะนั่งประชุมร่วมกับน.ส.จิราพร สินธุไพร รมต.ประจำสำนักนายกฯ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ (ผอ.ศตคม.ตร.) และผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปอส.ตร.) และพล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง และผู้ร้ายสำคัญ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอร.ตร.) พล.ต.ต.วิวัฒน์ คําชํานาญ รองผู้บัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(รอง ผบช.สอท)และนายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร โดยลงข้อความประกอบโพสต์ว่า บุหรี่ไฟฟ้า ต้องเดินหน้าปราบปรามผู้ผลิตและผู้จำหน่ายอย่างเด็ดขาด กว่า 2 สัปดาห์ที่ข้อสั่งการเรื่องปราบบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง ตัวเลขสถิติการปราบปรามดีขึ้นและน่าพอใจ นั่นคือมีการดำเนินคดี 1,078 คดี , ผู้ต้องหา 1,104 คน , จำนวนของกลาง 900,444 ชิ้น มูลค่าของกลาง 118,953,915 บาท แน่นอนว่าเรายังไม่พอใจแค่นี้ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเดินหน้าอย่างเข้มข้นต่อไป วันนี้จึงได้มีวงประชุมกับน.ส.จิราพร ซึ่งได้มอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบหลักในเรื่องนี้ ร่วมกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)อัพเดทการทำงานและข้อจำกัดที่เจอระหว่างดำเนินการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การลักลอบบุหรี่ไฟฟ้าข้ามแดน การค้นหาบุหรี่ไฟฟ้าได้อย่างง่ายดายในโซเชียลมีเดีย เรื่องนี้ต้องเร่งจัดการโดยทันที
“สิ่งที่ดิฉันฝากท่านรัฐมนตรีและตำรวจเพิ่มเติม คือ บุหรี่ไฟฟ้าบางตัวที่พัฒนาให้ใส่สารเสพติดลงไปได้ หลายคนใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์เสพยาเสพติด ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการเสพของเด็กและเยาวชน ทั้งบุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติด เราเดินหน้าอย่างจริงจัง เพราะนี่คือทุกข์ใหญ่ของพี่น้องประชาชนจริงๆ” นายกฯ ระบุ
จากนั้นเวลา12.25 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.จิราพร ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือกับนายกฯว่า ได้กำหนดแนวทางหลักๆ ไว้ 3 แนวทางคือ 1.ป้องกันการลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า โดยมีกรมศุลกากรเป็นหน่วยงานหลัก จะมีการยกระดับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นขึ้น ต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินในการขยายผล ยึดทรัพย์ 2.การปราบปรามภายในประเทศ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องร่วมกันเพื่อปูพรมกวาดล้าง ไม่ว่าจะเป็นรายใหญ่ รายเล็ก จะไม่มีเล็ดรอดเด็ดขาด ร้านค้าออนไลน์จะร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จัดการ ทราบว่าดีอี ได้มีการปิดเว็บไซต์ที่จำหน่ายทางออนไลน์ 9 พันกว่าเว็บไซต์ ซึ่ง 2 สัปดาห์เศษ มีการจับกุมผู้กระทำความผิด 1,078 คดี ของกลาง 900,444 ชิ้น มูลค่าของกลาง 118,953,915 บาท หากเทียบกับปี 67 ปรากฏว่า จำนวนคดีที่จับกุมได้ ในระยะ 2 สัปดาห์เศษที่ผ่านมาเกือบเทียบเท่ากับปี 67 เกือบทั้งปี ตอนนี้ได้รับเสียงสะท้อนมาว่า บุหรี่ไฟฟ้าเริ่มหาของไม่ได้ เพราะขณะนี้ตำรวจเอาจริง และเชื่อว่า ในระยะเวลา 30 วันจะดีขึ้น และและ3.คือ การแก้ไขปัญหาระยะยาวด้วยการนำกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องนำมารีวิวและทบทวนว่า มีส่วนใดที่จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และในการหารือนายกฯได้กำชับเรื่องเด็กและเยาวชนเป็นพิเศษ รวมถึงเรื่องแก๊สหัวเราะที่มีเป้าหมายไปที่เด็กและเยาวชน ตลอดจนให้ความสำคัญกับเรื่องการปราบปรามยาเสพติด และเมื่อวันที่ 13 มี.ค. มีเคสที่น่าสนใจคือ การลักลอบผลิตน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าเป็นเจ้าแรกในประเทศไทย นายกฯจึงสั่งปราบปรามเข้มข้น
เมื่อถามถึงกรณีที่มีปรากฏภาพ สส.ฝ่ายค้านสูบบุหรี่ไฟฟ้าที่อาคารรัฐสภา น.ส.จิราพร กล่าวว่า ตามที่เป็นข่าวภาพนั้นอยู่ในบริเวณรัฐสภา ทางรัฐสภาต้องดูว่าจะมีมาตรการอะไร และกฎระเบียบอะไรที่จะดำเนินการ รวมถึง สส.ถือว่า เป็นฝ่ายนิติบัญญัติที่จะต้องบังคับใช้กฎหมาย ต้องมีความรับผิดชอบต่อตัวเอง และต่อตัวบทกฎหมาย ฉะนั้น ถ้าคิดว่า ตัวเองกระทำความผิดก็สามารถให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ว่าจะเป็นเบาะแสหรือแหล่งที่ซื้อ
z-z1603487247937.jpg)