닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บ2ีัรัีร

ทหารว้าในฐานที่รุกล้ำเขตไทยยังไร้ความเคลื่อนไหวคาดรอคำสั่งหน่วยเหนือหลังทหารไทยแจ้งให้ถอยจากพื้นที่



ทหารว้าในฐานคายหลวงและฐานคอม้า ที่ตั้งอยู่บนสันเขา บริเวณชายแดนด้านอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่รุกล้ำเข้ามาในเขตไทย ซึ่งมีกำลังฐานละประมาณ 50 นาย ยังไร้ความเคลื่อนไหว หลังทางทหารไทยได้เจรจาทั้งว้าและเมียนมาเพื่อขอให้ทางว้าแดงย้ายฐานออกไป มีรายงานว่าทางทหารว้าขอเวลาในการแจ้งกับหน่วยเหนือ เพื่อพิจารณาก่อน ซึ่งฝ่ายไทยยังคงยึดการเจรจาเป็นหลัก      

มีรายงานว่า พื้นที่ฐานของทหารว้าหรือ UWSA ทั้ง 2จุด รวมทั้งฐานย่อยหนองหลวง ซึ่งเป็นเหมือนฐานส่วนล่วงหน้า ซึ่งระยะทางตามแผนที่อยู่ห่างจากหย่อมบ้านปายสองแง่ง ในตำบลเวียงเหนือ ของอำเภอปาย  ราว 8 กิโลเมตร ซึ่งมีการรุกล้ำเขตแดนมาหลายสิบปีแล้ว ตั้งแต่สมัยขุนส่า ราชายาเสพติด ที่เข้ามาตั้งฐาน จนกองกำลังขุนส่าล่มสลาย  กองกำลังชนกลุ่มน้อยในฝั่งเมียนมาเข้ามายึดฐานไว้ จนกระทั่งกองกำลังว้าเข้ามามีอิทธิพลในพื้นที่และเข้ามาใช้ฐานแห่งนี้กว่า 10 ปีแล้ว เนื่องจากเป็นพื้นที่ ซึ่งยังไม่มีการสำรวจและปักหมุดเขตแดนอย่างเป็นทางการระหว่างไทยและเมียนมา ซึ่งต่างยึดถือแผนที่คนละฉบับ จึงทำให้เกิดปัญหาในการตั้งฐานทหารบนสันเขาเหลื่อมล้ำเขตแดนกันอยู่ โดยทางการเมียนมาเองยังไม่สามารถควบคุมพื้นที่ได้อย่างเบ็ดเสร็จ จึงยังไม่สามารถทำการสำรวจและปักหมุดเขตแดนร่วมกันได้ ซึ่งที่ผ่านมามีการพูดคุยกันของฝ่ายทหารของทั้งสองฝ่ายถึงปัญหาในเรื่องนี้มาโดยตลอด จนมาถึงครั้งนี้ซึ่งคาดว่าจะต้องเจรจาของทหารไทยและเมียนมาทั้งในระดับท้องถิ่นหรือทีบีซี และคณะกรรมการในระดับภาคหรืออาร์บีซี ด้วย

ขณะเดียวกันที่ผ่านมา หน่วยงานด้านการป้องกันยาเสพติดของไทย จับตาพื้นที่อิทธิพลของกลุ่มว้า ซึ่งขึ้นชื่อในการผลิตและค้ายาเสพติดรายใหญ่ ซึ่งรวมถึงบริเวรชายแดนด้านแม่ฮ่องสอน โดยนายธันวา ผุดผ่อง ผู้อำนวยการ ป.ป.ส.ภาค 5 ยืนยันว่า จากการข่าวหลังเกิดกระแสข่าวการรุกล้ำเขตแดนของทหารว้า พบสถานการณ์ยาเสพติดจุดนั้นลดลง คาดว่าฝั่งโน้นน่าจะเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น