ทนายรณรงค์ พาผู้เสียหายให้ปากคำ ปคบ. หลังถูกหลอกลงทุนบริษัทขายตรงชื่อดัง
โพสต์เมื่อ : 10 ต.ค 2567 เวลา 5:13 น.
ทนายรณรงค์ พาผู้เสียหายให้ปากคำ ปคบ. หลังถูกหลอกลงทุนบริษัทขายตรงชื่อดัง เร่งหาข้อมูลกระทำผิด ใช้ดาราสร้างความเชื่อมั่น
เวลา 09.30 น. วันที่ 10 ต.ค. 2567 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายรภัสสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน รองประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วยนายชาญชัย ฉายบุ ที่ปรึกษามูลนิธิฯ พาผู้เสียหายที่โดนหลอกลงทุนกับบริษัทขายตรงชื่อดัง เข้ามาให้ปากคำกับตำรวจว่าทำไมธุรกิจขายตรงถึงทำให้เกิดผลกระทบกับประชาชนจำนวนมาก
นายรภัสสิทธิ์ ระบุว่า ผู้เสียหายบางคนถูกชักชวนเข้าไปเรียน แล้วชวนไปสินค้า แต่กลับขายสินค้าไม่ได้ บางคนเกษียณราชการเอาเงินก้อนสุดท้ายมาลงทุน และบางคนหมดเนื้อหมดตัวจนคิดสั้น วันนี้จึงพาผู้เสียหายมาให้ข้อมูลกับตำรวจว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อร่วมกันหาทางออกในคดีนี้ และเราไม่ได้บอกว่าบริษัทนี้ดำเนินการอย่างไร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ซึ่งดำเนินการเรื่องนี้มาตั้งแต่เดือนมิถุนายน ที่มีผู้เสียหายกลุ่มหนึ่งเดินทางเข้ามาหาและได้บอกให้รวบรวมพยานหลักฐานไว้ก่อน จนมาถึงวันนี้ต้องขอบคุณหนุ่ม กรรชัย ที่จุดพรุประเด็นขึ้นมาทำให้ผู้เสียหายกล้าออกเดินทางมารวมตัวกัน
ด้านผู้เสียหายรายหนึ่ง เล่าว่า เริ่มจากที่ตนเห็นโฆษณาในทีวี และหลายๆ รายการ รวมถึงแอดโฆษณาเฟสบุ้ค และเป็นช่วงหลังโควิด-19 ระบาด ทำให้รายได้ไม่พอกับรายจ่าย จึงหาอาชีพเสริม และสนใจสมัครเรียน โดย 2 วันแรกจะเป็นการเรียน และวันที่ 3 จะมีระดับแม่ทีมลงมาสอนการทำธุรกิจ โดยไม่สต๊อกของหรือมีสินค้าไว้ในตัว ซึ่งมีระบบให้มีการ มีการซับพอร์ตจากหลังบ้านให้หมด จึงถามว่าหากสมัคร 2,500 บาท จะได้เรียนอะไรบ้าง ซึ่งก็ได้คำตอบว่าจะได้เรียนเกี่ยวกับแพลตฟอร์มของบริษัท สามารถเข้าเรียนรู้ในนี้ได้เลย ตนจึงสมัครไป 2,500 บาท หลังจากนั้นมีการนัดเข้าไปเรียน เมื่อเรียนเสร็จก็มีครูพี่เลี้ยงมาช่วยประกบคุยว่าเป็นอย่างไรบ้าง สนใจแพ็คเก็จไหนดี อยากให้ไปที่แพ็คเก็จ 250,000 บาท เพราะจะมีรายได้จากหลายช่องทาง สามารถเข้าเรียนได้ตลอด นอกจากนี้ยังมีการจัดงานทุกเดือนที่เมืองทองธานีและจะมีแม่ทีมเชิญชวนให้ไปร่วมงาน จึงเดินทางไปเพราะอยากรู้ว่าคนที่ประสบความสำเร็จเขาทำอย่างไร โดยจะต้องซื้อบัตร 1,500 บาท ซึ่งก็มีดารานักแสดงชื่อดังขึ้นมาการันตี สร้างความเชื่อมั่น ทำให้รู้สึกว่าบริษัทนี้มีระบบรองรับทุกอย่าง การตลาดดี สินค้าดี มีหมอมาคอยตอบคำถาม แต่เนื่องจากเงินไม่พอจึงได้รับคำแนะนำจากแม่ทีมให้ขยายวงเงินบัตรเครดิตเพื่อนำมาลงทุน และในการเชิญชวนหาลูกทีมเขาจะมีสคริปให้พูด ว่าพูดอย่างไรให้นักเรียนเข้ามาเรียน เพื่อเข้ามากระจายสินค้าของเราที่มีอยู่
แต่เมื่อเรียนไปสักพักก็เกิดคำถามกับตัวเองว่าทำอะไรลงไป โดยทั้งหมดนี้ไม่ได้มีการปรึกษากับครอบครัว แต่ก็มองว่าลองสักตั้งเผื่อจะดี สุดท้ายพบว่ามีแต่ต้นทุน รู้สึกยิ่งเฉือนเนื้อตัวเองเข้าไปทุกวัน ส่วนตัวรวมเสียเงินกับธุรกิจนี้ 200,000 กว่าบาท ไม่รวมค่ายิงแอด และต้องเป็นหนี้บัตรเครดิตด้วย
ขณะที่ผู้เสียหายอีกคน บอกว่า ตัวเองเดินทางมาจาก จ.ตรัง ตนตกงานอยู่แล้ว และต้องการจะสร้างธุรกิจ จึงคิดว่าออนไลน์เป็นทางรอด โดยครั้งแรกที่เข้าไปลงทุน 2,500 บาท สุดท้ายก็ไปกู้หนี้ยืมสินมา จนเกิดการแตกแยกกับครอบครัว ซึ่งรวมแล้วลงทุนไป 200,000 กว่าบาท จนถึงขณะนี้ยังคงต้องใช้หนี้อยู่ ตนเครียดมากเพราะมีเงินน้อยอยู่แล้ว ตกงานด้วย และยังไปกู้หนี้ยืมสินมาอีก แต่ก็ไม่รู้ว่าดาราเหล่านั้นใช้สินค้าจริงหรือเปล่า สุดท้ายสินค้าที่เอาไปก็ต้องกินเอง ทำให้สิ้นเนื้อประดาตัว และอยากฝากว่าไม่อยากให้ใครต้องตกอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้ และประโยคที่ว่า “ขยันผิดที่ 10 ปีที่ไม่รวย” บิ๊กบอสพอล พูดทุกครั้งที่เข้าประชุม
ส่วนผู้เสียหายอีกราย เผยว่า ตนไม่ได้โดนหลอกลงทุนโดยตรง แต่ทางบ้านโดน โดยใช้ชื่อลูกหลายคนไปสมัครเป็นดีลเลอร์ต่อ ซึ่งทางบริษัทแจ้งว่าหากเจ้าตัวเป็นอะไรไปและไม่มีชื่อลูกเป็นดีลเลอร์อยู่ ผลประโยชน์ก็จะถูกทิ้งไป ทำให้เสียหายไปกว่า 2 ล้านบาท ตอนนี้ก็ขายของไม่ได้ ซึ่งทางครอบครัวใช้ชื่อลูก 3 คน ชื่อเพื่อน 1 คน รวมถึงตัวของตัวหลักอีก 5 ชื่อด้วย
นายรภัสสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ในเรื่องของกฎหมายวันนี้พาผู้เสียหายมาให้ข้อมูล เพื่อตรวจสอบว่าบริษัทขายตรงนี้ผิดฐานฉ้อโกงประชาชนหรือไม่ ผิดในเรื่องของแชร์ลูกโซ่หรือไม่ และผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคปี 2522 หรือไม่ ในเรื่องของการโฆษณาเกินจริงหรือเป็นเท็จ รวมถึงผิดตาม พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรงพ.ศ. 2445 หรือไม่
ทั้งนี้ ที่มีผู้เสียหายออกมาน้อย เนื่องจากบางส่วนมีการไปขอความช่วยเหลือจากคนกลุ่มหนึ่งและไปดีลกับทางบริษัทดังกล่าวให้ทำเอกสารจ่ายเงินให้ครึ่งหนึ่ง เซ็นสัญญาปิดปากไม่ให้พูด บางส่วนกลัวเนื่องจากมีเอกสารตัวนี้ขึ้นมาจึงไม่ได้เดินทางมาร้องเรียน แต่หากข้อมูลที่ให้ตำรวจในวันนี้เข้าข่ายความผิด ก็สามารถเดินทางมาแจ้งความดำเนินคดีต่อได้
z-z1603487247937.jpg)