ตำรวจไซเบอร์ขยายผลจับกุมเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ “มากัว888”
ตำรวจไซเบอร์ขยายผลจับกุมเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ “มากัว888” ยึดของกลางและทรัพย์สินเพิ่มเติม กว่า 14 ล้านบาท
พลตำรวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการ ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แถลงผลการปฏิบัติ ขยายผลการจับกุมเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ “มากัว888” (Macua888) พร้อมตรวจยึดของกลางและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม มูลค่ากว่า 14 ล้านบาท
สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา ตำรวจไซเบอร์ได้แถลงผลการปฏิบัติกรณีจับกุมผู้กระทำผิดและตรวจยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ทายผลฟุตบอล และการพนันประเภทอื่น ๆ ผ่านระบบอินเทอร์เนต โดยประชาชนคนไทยทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ คือ เครือข่าย “มากัว888” โดยครั้งนั้นสามารถรวบรวมพยานหลักฐานจนขอศาลอนุมัติหมายจับผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องรวมจำนวน 11 ราย ได้แก่ เจ้าของ 1 ราย ผู้ดูแลการเงิน 2 ราย พนักงานและบัญชีม้า 8 ราย ซึ่งมีสมาชิกผู้เล่นกว่า 117,000 คน มียอดเงินหมุนเวียนปีละกว่า 360 ล้านบาท ตรวจยึดของกลางและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง รวมมูลค่าของกลางและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกว่า 110 ล้านบาท
ต่อมา จึงขยายผลเพิ่มเติมเพื่อกวาดล้างถอนโคนขบวนการดังกล่าว จนสามารถสืบสวนเส้นทางการเงินและพบพยานหลักฐานจนสาวไปถึงสถานที่เก็บซุกซ่อนทรัพย์สินของเครือข่ายเว็บพนันดังกล่าว จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายค้นจากศาลอาญาธนบุรี และได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นคอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่งย่านเพชรเกษม สามารถตรวจยึดของกลาง เงินสด 14 ล้านบาท ซึ่งเจ้าของเว็บได้นำเงินไปเก็บซ่อนไว้
อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่พบความเชื่อมโยงกับเว็บ “มาเก๊า888” ที่ถูกกวาดล้างและปิดไปแล้ว เว็บ “มากัว 888” มีเจ้าของอีกคน เป็นผู้ต้องหาคนละกลุ่มกัน ที่จงใจตั้งชื่อให้มีความคล้ายกัน เพื่อดึงฐานผู้เล่นจากเว็บ “มาเก๊า888” ให้มาเล่นเว็บพนันเว็บ “มากัว” แทน
นอกจากนี้ พลตำรวจโทไตรรงค์ ยังเปิดเผยถึงคดีที่ ตำรวจไซเบอร์ได้ดำเนินการ จับกุมและยึดทรัพย์สิน นายสฤษฎ์ อดุลย์พิจิตร กับพวก กระทําความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน ระหว่างวันที่ 22 ก.ย.65 – 27 ต.ค.65 ร่วมกันประกาศโฆษณาเผยแพร่ข้อความทางอินเทอร์เน็ตในแอปพลิเคชันไลน์และเฟซบุ๊ก ใช้ชื่อบัญชีว่า "ณัฐชา องุ่น" และ "MooK" เชิญชวนให้สมัครใช้งานแอปพลิเคชัน "Streaming" ชักชวนให้มาลงทุนเป็นเงินสกุลบาทไทยและให้โอนเงินเข้าบัญชีในระบบที่กำหนดไว้เพื่อลงทุนเทรดเงินเหรียญดิจิทัล แล้วจะได้รับผลตอบแทนกําไรคืนเป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นความเท็จ ซึ่งมีผู้เสียหายกว่า 1300 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 2200 ล้านบาท ซึ่งต่อมาทาง ปปง.รับคดีต่อจากตำรวจไซเบอร์ ยึดทรัพย์สินมาได้มูลค่ากว่า 2600 ล้านบาท
จึงอยากประชาสัมพันธ์ให้ผู้เสียหายคดีนี้ มายื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์สินในวันที่ 17 ธันวาคมเวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่อาคารสัมมนาและฝึกอบรม ตร. เมืองทองธานี
ถือเป็นความสำเร็จที่สามารถยึดทรัพย์ได้จำนวนมาก และคาดว่าจะสามารถเฉลี่ยทรัพย์คืนให้ผู้เสียหายได้เต็มจำนวน ซึ่งทางตำรวจไซเบอร์จะเดินหน้าดำเนินการกับคดีอื่น ให้เหมือนเช่นคดีนี้ต่อไป
z-z1603487247937.jpg)