ตำรวจกองปราบเข้าช่วยเหลือครอบครัวชาวจีน เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ลูกสาวถูกหลอกสูญเงิน 8 ล้านบาท
โพสต์เมื่อ : 27 ก.ย 2567 เวลา 14:31 น.
ตำรวจกองปราบเข้าช่วยเหลือครอบครัวชาวจีน เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ลูกสาวถูกหลอกสูญเงิน 8 ล้านบาท ส่วนพ่อแม่ถูกข่มขู่เรียกค่าไถ่
วันที่ 27 ก.ย. 2567 พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. สั่งการ พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ต.ธนบดี ดวงจิตต์ สว.กก.1 บก.ป. นำกำลังเข้าตรวจสอบหอพักในซอยกิ่งแก้ว 40/1 ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ก่อนช่วยเหลือ น.ส.ซอง ซีฮัว (SONG XIUHUA) อายุ 42 ปี ชาวจีน ออกมาได้อย่างปลอดภัย หลังได้รับการประสานจากสถานทูตจีน ให้ข่วยติดตามหาตัว เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตราย เนื่องจากมีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โทรศัพท์ไปข่มขู่ครอบครัวหญิงชาวจีนคนดังกล่าวเพื่อเรียกค่าไถ่
สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ส่งข้อความแอปพลิเคชัน We Chat ไปข่มขู่แม่ของ น.ส.ซอง ซีฮัว ว่า ตอนนี้ตนกำลังถูกกักขังบังคับให้ทำงานอยู่ที่ประเทศไทย หากต้องการจะช่วยเหลือให้นำเงินมาไถ่ตัวจำนวน 2.5 ล้านหยวน หรือ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 12.5 ล้านบาท โดยคลิปวิดีโอของน.ส.ซอง ซีฮัว เป็นภาพกำลังถือหนังสือเดินทางพูดภาษาจีนแปลความหมายได้ว่า “ข้าพเจ้ามาทำงานอยู่ที่ประเทศไทย คลิปวิดีโอนี้ข้าพเจ้าไม่ได้ถูกบังคับให้ถ่ายแต่อย่างใด” มาให้กับทางครอบครัวของผู้เสียหายดู ทำให้ครอบครัวของผู้เสียหายเกิดกังวลเกรงว่าบุตรสาวจะได้รับอันตราย จึงแจ้งประสานผ่านสถานทูตเพื่อขอความช่วยเหลือ
หลังได้รับการประสานเจ้าหน้าที่ กก.1.บก.ป. จึงจัดกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแส จนทราบว่า น.ส.ซอง ซีฮัว ได้เดินทางออกจากประเทศเยอรมันนีตั้งเเต่วันที่ 15 ส.ค. 2567 มีจุดหมายปลายทางมาที่สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่าน.ส.ซอง ซีฮัว นั้นเดินทางมาเพียงลำพัง เมื่อมาถึงสนามบินได้นั่งรถแท๊กซี่โดยสารออกจากสนามบินทันที
นอกจากนี้ยังทราบอีกว่าปัจจุบัน น.ส.ซอง ซีฮัว ได้มาเช่าห้องพักอาศัยอยู่ที่หอพักแห่งหนึ่งในซอยกิ่งแก้ว จ.สมุทรปราการ จากการสอบถามเจ้าของหอพักทราบว่า น.ส.ซอง ซีฮัว พักอาศัยเพียงลำพัง ไม่มีผู้ใดมาอาศัยอยู่ด้วย รวมทั้งจะไม่ออกมาจากห้องพักเก็บตัวอยู่แต่ภายในห้องพัก
เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบห้องพักดังกล่าว พบน.ส.ซอง อยู่ภายในห้องพักจริง ช่วงเเรก เจ้าตัวยังคงแสดงท่าทีมีพิรุธ อ้างกับเจ้าหน้าที่ว่าเดินทางมาที่ประเทศไทยเพื่อมารอทำงานเกี่ยวกับการสำรวจกล้องวงจรปิด พร้อมบอกอีกว่าปลอดภัยดี และไม่ทราบเรื่องการเรียกค่าไถ่แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจนำหลักฐานที่มีการส่งข้อความไปยังพ่อแม่เพื่อข่มขู่เรียกเงิน 2.5 ล้านหยวน ให้เจ้าตัวดู ช่วงแรกยังมีท่าทีไม่เชื่อ จนภายหลังทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญพ่อแม่ ให้มาพบพูดคุยกัน จึงเชื่อว่าเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพูดเป็นเรื่องจริง
จากการสอบถาม น.ส.ซอง ซีฮัว ให้การว่า เมื่อวันที่ 11 เม.ย.67 ขณะที่ทำงานอยู่ในประเทศเยอรมัน ได้มีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีนโทรศัพท์มาหา อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจีน เเจ้งว่า ตนเปิดหมายเลขโทรศัพท์ที่ประเทศจีน เป็นหมายเลขที่ใช้ในการหลอกลวงคนอื่นในลักษณะหลอกให้ทำงานพิเศษ เข้าข่ายความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยมีการแจ้งความไว้แล้วจะต้องถูกดำเนินคดี ก่อนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าวจะพูดจาหว่านล้อม ให้โอนเงินเข้ามายังบัญชีของแก๊งคอลเซ็นเตอร์เพื่อตรวจสอบ โดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างว่าหากตรวจสอบเรียบร้อยเเล้วจะโอนเงินคืนให้ แต่หลังจากเมื่อโอนเงินให้ไปแล้ว แก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าวได้แจ้งว่าโอนผิดบัญชี ให้โอนเงินมาใหม่ หากไม่โอนจะไม่ได้รับเงินก้อนเดิมคืน จึงหลงเชื่อโอนเพิ่มไปอีก รวมเป็นเงินกว่า 8 ล้านบาท โดยเป็นการโอนไปยังบัญชีธนาคารปลายทางในประเทศจีนและบัญชีธนาคารประเทศอื่นๆ ในทวีปยุโรป
จากนั้นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าว ได้หลอกลวงให้เดินทางจากประเทศเยอรมันนีมาที่ประเทศไทย อ้างว่าจะมีบุคคลที่สามารถช่วยเหลือเรื่องคดีได้ เมื่อมาถึงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ให้ น.ส.ซอง ซีฮัว ติดตั้งแอปพลิเคชัน Skyp และเปิดวิดีโอคอลไว้ให้เห็นตลอดเวลา นอกจากนี้ยังให้ น.ส.ซอง ซีฮัว เข้าพักอาศัยอยู่ในที่พักโดยไม่ต้องแสดงหนังสือเดินทางและให้อยู่แต่ในห้องรอการติดต่อกลับเท่านั้น ห้ามติดต่อผู้ใด รวมถึงสั่งให้ถ่ายคลิปวิดีโอตัวเอง พร้อมกับพูดว่า “มาทำงานอยู่ที่ประเทศไทย ไม่ได้ถูกบังคับให้ถ่ายแต่อย่างใด”
ทั้งนี้ในระหว่างที่ น.ส.ซอง ซีฮัว อยู่ที่ประเทศไทย แก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังได้ให้ เจ้าตัวคอยรายงานตัวยืนยันที่พักของตนเองทุกๆ วัน และจะมีการโทรตามหากหายไปจากแอปฯ Skype จากการตรวจสอบข้อมูลเดินทางทั้งหมดทราบว่า น.ส.ซอง ซีฮัว ถูกหลอกลวงให้เดินทางเข้ามาพักอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค.67 – 24 ก.ย.67 รวมเป็นเวลากว่า 40 วัน เปลี่ยนที่พักรวม 8 แห่ง จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาพบดังกล่าว
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้สอบถามถึงสาเหตุที่น.ส.ซอง ซีฮัว ไม่ยอมพูดความจริงในช่วงเเรก โดย น.ส.ซอง ซีฮัว ให้เหตุผลว่า เมื่อประมาณเดือนเมษายน 2567 แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ได้หลอกน.ส.ซอง ซีฮัว ว่าหากบอกเรื่องดังกล่าวกับบุคคลอื่นหรือไม่ทำตามที่สั่ง จะไม่ได้รับเงินคืนและจะถูกดำเนินคดี ขณะที่ในส่วนของ น.ส.หลี่ เจี้ยนชี่ MS.LI JIANSHE (มารดา) ที่ถูกข่มขู่เรียกค่าไถ่ลูกสาวนั้น ยังไม่ได้มีการโอนเงินไปให้กับแก๊งมิจฉาชีพแต่อย่างใด
z-z1603487247937.jpg)