ตัดไฟ! ต้นตอ“แก๊งคอลเซ็นเตอร์”
หลายคนคงรู้กันดีว่า ”ปัญหาของแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์อยู่กับประเทศไทยและอีกหลายประเทศทั่วโลกมาอย่างยาวนาน“ ไม่ว่าจะเป็นด้านผลกระทบทางเศรษฐกิจ การเงิน หลายคนโดนหลอก
ไม่ว่าจะในช่องทาง SMS แชทไลน์ หรือแม้กระทั่งทางเบอร์โทรศัพท์ ที่มีการอ้างว่าเป็นญาติ เพื่อน เจ้าหน้าที่องค์กรต่างๆ โทรมา เพื่อหลอกให้โอนเงิน
ทั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ บ่อนกาสิโนเท่านั้น แต่ยังเป็นแสกมเมอร์รวมถึงแหล่งอาชญากรรมข้ามชาติทั่วประเทศอีกด้วย
บางทีอาจจะถึงขั้นการค้ามนุษย์ โดยที่หลอกคนไทยและคนต่างประเทศให้เข้าไปทำงานพร้อมทั้งมีการบังคับให้ทำงานหน้าที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกประชาชน อย่างเช่นตัวอย่างที่ปอยเปรตที่มีคนตัดสินใจจบชีวิต เพราะไม่อยากทำงานแบบนี้อีก
มีการล่อลวงคนไทยหรือคนต่างประเทศให้หลงเชื่อ พร้อมทั้งมีการใช้กลยุทธ์มากมายที่หลอกคนให้หลงเชื่อ และยอมเสียเงินในกระเป๋าให้กับแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ จนเกือบสิ้นเนื้อประดาตัว เรียกได้ว่าเป็นวงจรอุบาทว์ก็ว่าได้
ตั้งแต่ปี มิ.ย. 65- มิ.ย.67 ข้อมูลจากสภาความมั่นคงได้รวบรวมและเห็นว่าเป็นเรื่องที่กระทบความมั่นคงภายในประเทศ มีผู้ได้รับผลกระทบกว่า 550,000 คดี และมีความเสียหายรวม 86,000 ล้านบาท หากคิดเป็นวันประชาชนต้องสูญเสียเงิน ประมาณวันละ 80 ล้านบาท
พอเรื่องเริ่มแดงขึ้น หลายฝ่าย ก็โยนกันไปโยนกันมา ไม่ว่าจะเป็นทางด้านกระทรวงมหาดไทย ที่ดูแล กฟภ. โยนไปให้ กระทรวงกลาโหม ที่ดูและ สมช. จนเมื่อวานนี้ประชุม ครม. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มีการตัดสินใจบอกว่าสามารถตัดไฟได้เลยหากพบว่า มีข้อพิรุธ เกี่ยวกับ อาชญากรรมข้ามชาติ
จนในที่สุด นายภูมธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้มีการประชุมหารือกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) เพื่อปรึกษากันในเรื่องของปัญหาแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ที่อาจมีการใช้ไฟของประเทศประเทศไทย จนมีมติออกมาแล้วว่า
“ตัดไฟ-อินเตอร์เน็ต-น้ำมัน ระหว่าง ชายแดนไทย-เมียนมา เริ่มวันนี้ 09:00 น.“
z-z1603487247937.jpg)