닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บcopy

ตะลึง! ”วัชระ“ เผยข้อมูล “อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ” แจง “กทม.และปริมณฑล” มีโรงงานระบายฝุ่นพิษมากถึง 1,522 แห่ง ถามกระทรวงอุตฯ เหตุมดไม่สั่งปิดโรงงานปล่อยมลพิษ เหมือนต่างประเทศอื่นๆ

 

เมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2568 นายวัชระเพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) เปิดเผยว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 8 มค. ที่ผ่านมา ตนเข้าร้องเรียนต่อ น.ส.ปรีญาพร สุวรรณเกษ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ขอให้แก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพมหานคร และจังหวัดต่างๆของประเทศไทยโดยเร็วที่สุดนั้น ต่อมาเมื่อวันที่ 17 มค. ที่ผ่านมา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษได้มีหนังสือชี้แจงถึงตนว่า กรมควบคุมมลพิษได้จัดทำเอกสารข้อมูลการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองเสร็จเรียบร้อยแล้ว ดังนี้ การแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ได้จัดทำมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2568 ยกระดับการปฏิบัติการแก้ไขปัญหา ฝุ่นละออง PM2.5 จากปี 2567 โดยการควบคุมพื้นที่เกษตรมุ่งเป้ากลุ่มป่าแปลงใหญ่ เพื่อยกระดับการปฏิบัติการแบบไร้รอยต่อข้ามเขตป่าและเขตปกครอง บริหารไฟในพื้นที่เกษตรช่วงการเก็บเกี่ยว การใช้ระบบการลงทะเบียนมีงบประมาณที่ยืดหยุ่น สื่อสารรวดเร็ว มีตัวชี้วัดที่คำนึงถึงผลกระทบของประชาชน โดยคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในการประชุมเมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2567 มีมติเห็นชอบมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2568 ประกอบด้วย 1.) ระยะเตรียมการ จัดทำแผนที่เสี่ยงการเผา Risk Map แผนปฏิบัติการจัดการไฟป่าตามห้วงเวลา แผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง ข้อมูลพื้นที่ที่ทำการเพาะปลูกเลี่ยงเผา และข้อมูลเกษตรกรรายจังหวัด



2.) การจัดการไฟในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ป่าสงวนแห่งชาติ และพื้นที่ทำประโยชน์อื่นในพื้นที่ป่าโดยตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด/จุดเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง ชุดดับไฟป่า บริหารจัดการเชื้อเพลิง ประกาศจำกัดการเข้าพื้นที่ป่าและพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เชื่อมโยงการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชุมชนโดยไม่เผา รวมถึงพื้นที่เกษตรกรรมในที่ดินของรัฐและมุ่งเน้นการเปลี่ยน การปลูกพืชเชิงเดี่ยวเป็นพืชแบบผสมผสาน

3.) การจัดการไฟในพื้นที่เกษตร โดยประกาศขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่จำเป็นต้องใช้ไฟและบริหารจัดการไฟในพื้นที่เกษตรเท่าที่จำเป็นและมีการควบคุม ควบคุมอ้อยไฟไหมเข้าโรงงาน หากฝ่าฝืนถูกบังคับใช้กฎหมาย ตัดสิทธิความช่วยเหลือจากภาครัฐ ไม่ใช้สิทธิหรือเพิกถอนสิทธิ ส.ป.ก./นิคมสหกรณ์กับเกษตรกร ที่ไม่ร่วมมือ รวมถึงช่วยเหลือเกษตรกรปรับรูปแบการผลิต และออกมาตรการสิทธิและประโยชน์ให้เกษตรกรที่ไม่เผา

4.) การควบคุมฝุ่นละออกในเขตเมือง ออกประกาศห้ามรถบรรทุกขนาดใหญ่เข้าเขตเมืองช่วงวิกฤต สนับสนุนการเดินทางโดยขนส่งสาธารณะ มีนโยบายปรับลดอัตราค่าโดยสารในช่วงวิกฤต เร่งรัดเปลี่ยนรถ ขสมก. เป็นรถไฟฟ้า ตรวจจับรถยนต์ควันดำ รถบรรทุก พื้นที่ก่อสร้าง ผู้ทำผิดวินัยจราจร โดยปรับสูงสุด ตรวจบังบังใช้กฎหมายโรงงานอุตสาหกรรมและสถานประกอบกิจการอย่างเข้มงวด ควบคุม/จับกุมผู้ลักลอบเผาในเขตชุมชนและริมทาง

5.) การจัดการหมอกควันข้ามแดน ส่งเสริมการผลิตและการค้าสินค้าเกษตรแบบไม่เผา จัดการหารือระดับรัฐมนตรีก่อนเริ่มต้นฤดูหมอกควัน ตั้งศูนย์ข้อมูลและศูนย์บัญชาการเฝ้าระวัง ควบคุมและดับไฟในประเทศเพื่อนบ้าน

6.) การบริการจัดการภาพรวม เร่งรัดการของบกลางสนับสนุน ให้สิทธิประโยชน์กับภาคเอกชน ยกระดับการบังคับใช้กฎหมาย ประกาศกำหนดพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฝุ่นละออง PM2.5 มีนโยบายการ Work From Home ดำเนินมาตรการด้านสาธารณสุขที่เข้มข้นยกระดับการสื่อสารประชาสัมพันธ์ ทั้งระดับประเทศ ระดับจังหวัด พื้นที่เสี่ยงและช่วงเวลาวิกฤต

 

“กลไกการบริหารจัดการของมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2568 มี 3 ระดับ คือ (1.) ระดับชาติ โดยคณะกรรมการอำนวยการเพื่อการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ โดยมีรองนายกรัฐมนตรี (นายประเสริฐ จันทรรวงทอง) เป็นประธานทำหน้าที่เสนอแนะนโยบายในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า การเผาในที่โล่ง หมอกควันและฝุ่นละออง PM2.5 ควบคุม กำกับ เร่งรัด ติดตามการดำเนินงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (2.) จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับภาคโดยมีแม่ทัพภาคเป็นประธาน ทำหน้าที่อำนวยการและบูรณาการ การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและดับไฟ โดยเฉพาะในพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัด และ (3.) ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ระดับจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานทำหน้าที่อำนวยการบูรณาการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง การตรวจสอบ กำกับ ควบคุมการประกอบกิจการ กิจกรรมที่ก่อ หรืออาจก่อให้เกิดปัญหาภาวะมลพิษทางอากาศที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 421/2567 ลงวันที่ 8 พ.ย. 2567 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการเพื่อจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ

ผลการขับเคลื่อนดำเนินงาน ปัจจุบัน โดยกลไกคณะกรรมการอำนวยการเพื่อการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ มีกรมควบคุมมลพิษ เป็นฝ่ายเลขานุการ
1.ขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง รายการเงินสำรองรายจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อดำเนินการในการป้องกันและควบคุมไฟป่า การจัดการไฟในพื้นที่เกษตร และการปฏิบัติงานในพื้นที่ของจังหวัด รวม 19 โครงการ ได้แก่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) จำนวน 2 โครงการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์(กษ.) จำนวน 4 โครงการ และจังหวัด (4 จังหวัด) จำนวน 13 โครงการ ขณะนี้ งบกลางของ ทส. 2 โครงการ อยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาและของ กษ. 1 โครงการอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงบประมาณ สำหรับโครงการอื่นอยู่ระหว่างให้สำนักงบประมาณพิจารณา

2. การดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ
2.1 งดซื้ออ้อยไฟไหม้ โดยกระทรวงอุตสาหกรรม ดำเนินการ ออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยสด ตรวจสอบโรงงานน้ำตาลให้ระบาย PM 2.5 เป็นไปตามกฎหมายกำหนด และตรวจสอบไม่ให้โรงงานรับซื้ออ้อยไฟไหม้ และขอความร่วมมือให้โรงงานน้ำตาลหยุดรับอ้อย (ปิดหีบ) ให้ช่วงเวลาที่คาดว่าสถานการณ์ฝุ่นละอองวิกฤต

2.2 เข้มงวดการเผาป่า-พื้นที่เกษตร
กระทรวง ทส. ดำเนินการในพื้นที่ป่า โดยจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ ในพื้นที่ 14 กลุ่มป่า ตั้งจุดเฝ้าระวังไฟในพื้นที่ป่า และบริหารจัดการเชื้อเพลิง (ชิงเผา)

-กระทรวงเ กษ. ดำเนินการในพื้นที่เกษตร โดย จัดการเศษวัสดุการเกษตรจากนาข้าว และข้าวโพด ให้เข้าสู่ระบบบริหารจัดการการเผา โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เครื่องจักรเข้าไม่ถึงและพิจารณาตัดสิทธิการได้รับความช่วยเหลือหรือการชดเชยจากรัฐ หากพบมีการเผาในเขตปฏิรูปที่ดินและนิคมสหกรณ์หรือในพื้นที่เกษตรทั่วไป หากมีการเผาตัดสิทธิการเข้าร่วมโครงการให้ความช่วยเหลือหรือชดเชยจากภาครัฐ

2.3 การบังคับใช้กฎหมายกับผู้เผา กระทรวง ทส.ดำเนินคดีกับผู้เผาป่า ด้วยกฎหมายป่าไม้ที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ ในพื้นที่ป่า

2.4 ห้ามนำเข้าสินค้าเกษตรที่ผ่านการเผา

กระทรวงพาณิชย์(พณ.) กำลังพิจารณาดำเนินการให้สอดคล้องกับพันธกรณีที่เกี่ยวข้อง เช่น GATT ATIGA รวมถึงความเท่าเทียม ประเทศไทยต้องปฏิบัติต่อสินค้าที่ผลิตในประเทศ ไม่ด้อยกว่าสินค้านำเข้าและพิจารณากำหนดค่าธรรมเนียมการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับการเผา แทนมาตรการห้ามนำเข้า

2.5 ห้ามนำยานพาหนะควันดำ

- กรุงเทพมหานคร(กทม.) ได้กำหนดเขต Low Emission Zone โดยห้ามรถตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไปเข้ากรุงเทพมหานคร บริเวณชั้นใน เว้นแต่รถที่ลงทะเบียน Green List รถ EV, NGV, EURO 5/6

- กทม.และกรมการขนส่งทางบก ดำเนินการตรวจสอบ/ตรวจจับควันดำรถยนต์ รถโดยสารประจำทาง และที่อู่จอดรถโดยสารหากพบรถควันดำเกินมาตรฐานจะระงับการใช้รถจนกว่าจะปรับปรุง และเข้มงวดกับ ตรอ. รวมทั้งให้ประชาชนที่พบรถควันดำให้แจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนมายังแอปพลิเคชัน TRAFFY FONDUE สายด่วน 1584 Line ID : 1584DLT และ สายด่วน 1650 (กรมควบคุมมลพิษ)

- กรมควบคุมมลพิษ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมการขนส่งทางบก กองบังคับการตำรวจจราจร และกรุงเทพมหานคร มีการจัดทำแผนกานร่วมตรวจสอบ ตรวจจับรถควันดำในพื้นที่ กทม. และต่างจังหวัด 35 จังหวัด กับทุกจังหวัดมาตั้งแต่เดือนตุลาคมตรวจสอบรถยนต์ รวมทั้งสิ้น 51,227 คัน พบควันดำเกินค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด จำนวน 649 คัน หากเจ้าของรถยนต์ยังไม่ดำเนินการแก้ไขหรือนำมายกเลิกคำสั่งฯ ภายในระยะเวลา 30 วัน กรมควบคุมมลพิษ มีมาตรการในการติดตาม โดยทำหนังสือถึงเจ้าของหรือผู้ครอบครองรถยนต์เพื่อแสดงหลักฐานการยกเลิกฯ หากพบว่ายังไม่ได้ยกเลิกคำสั่งฯ จะดำเนินการปรับเป็นพินัยกรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งห้ามใช้ยานพาหนะของพนักงานเจ้าหน้าที่ ค่าปรับไม่เกินห้าพันบาทตามมาตรา 102 แห่ง พรบ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ต่อไป

2.6 ควบคุมฝุ่นในพื้นที่ก่อสร้าง-โรงงาน

-กทม. ตรวจสถานปรกอบการ/โรงงาน แพลนท์ปูน สถานที่ก่อสร้าง ท่าทราย

- กรมโยธาธิการและผังเมือง มีกฎระเบียบในการควบคุมอาคารที่จะทำการก่อสร้าง

- กรมโรงงานอุตสาหกรรม มีแผนตรวจโรงงานที่มีการระบายฝุ่น 2,472 โรงงาน ตั้งแต่ พ.ย. 2567 ถึง ก.พ. 2568 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล (1,522 โรงงาน) และพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ (950 โรงงาน)“ เอกสารชี้แจงระบุ

ด้านนายวัชระ กล่าวว่า ขอขอบคุณอธิบดีกรมควบคุมมลพิษที่ได้ตอบแผนการแก้ไขฝุ่นพิษให้ทราบโดยเร็ว ซึ่งเป็นหน้าที่ของหลายกระทรวงเกี่ยวข้องกัน รัฐบาลต้องรับผิดขอบชีวิตของประชาชนมากกว่านี้ แต่ที่น่าตกใจที่สุดคือ การมีโรงงานปล่อยฝุ่นพิษอยู่ในกรุงเทพและปริมณฑลมากถึง 1,522 แห่ง ทำไมกระทรวงอุตสาหกรรมไม่สั่งปิดโรงงานที่ปล่อยมลพิษทุกแห่ง ในขณะประเทศอื่นเขาสั่งปิดโรงงานทันที