ตร.ไซเบอร์ รวบ 2 ผัวเมีย ปลอมวีซ่า หลอกคนไทยทำงานต่างประเทศ
โพสต์เมื่อ : 14 ธ.ค 2567 เวลา 19:35 น.
ตร.ไซเบอร์ รวบ 2 ผัวเมีย ปลอมวีซ่า หลอกคนไทยทำงานต่างประเทศ
วันที่ 7 ธ.ค. 2567 ที่ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) นำโดย พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สพฐ.ตร รรท.ผบช.สอท., พ.ต.อ.สุรพงษ์ไทยประเสริฐ รอง ผบก.สอท.2 รรท.ผบก.สอท.3, คุณจัสติน แอลเวส ผู้จัดการด้านการตรวจสอบและวิเคราะห์ความเสี่ยงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ปรึกษา, คุณเบน ควินน์ เจ้าหน้าที่ประสานงานด้านการอพยพที่ผิดกฎหมายสถานเอกอัครรราชทูตนิวซีแลนด์ประเทศไทยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนิวซีแลนด์, คุณพิราภา ประเทืองสุข เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและวิเคราะห์ความเสี่ยง สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนิวชีแลนด์, นายสนธยา กาลาศรี ผู้อำนวยการกองทะเบียนจัดหางางานกลางและคุ้มครองคนหางาน ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติกรณีจับกุมผู้กระทำผิดหลอกทำวีซ่า
เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3 ได้รับข้อมูลจากสถานฑูตนิวซีแลนด์ กรุงเทพมหานคร แผนกตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงธุรกิจ นวัตกรรม และการจ้างงาน ซึ่งปรากฏกลุ่มทุจริตวีซ่า ปลอมแปลงเอกสารเพื่อยื่นขอวีซ่าออนไลน์เดินทางเข้าประเทศนิวชีแลนด์ พ.ต.อ.สุรพงษ์ โทยประเสริฐ รองผบก.สอท.2รรท.ผบก.สอท.3 จึงสั่งการให้ ทำการสืบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย
ซึ่งคดีนี้สืบเนื่องมาจากสถานฑูตนิวซีแลนต์ตรวจพบความผิดปกติของแรงงานไทยที่เดินทางเข้าไปทำงานที่ประเทศนิวซีแลนด์ และจากเอกสารการขอวีซ่าเพื่อเข้าประเทศนิวซีแลนด์ พบว่า มีการยื่นเอกสารเพื่อขอทำวีซ่าปลอม จึงประสานมายังตำรวจไซเบอร์ให้ดำเนินการตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจทีมสืบสวนได้สืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน ทางศาลได้อนุมัติออกหมายจับจำนวน 2 ราย
กระทั่ง วันที่ 6 ธ.ค.67 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำกำลังเข้าบุกค้นบ้านย่านประเสริฐมนูกิจ ที่เป็นแหล่งกบดานหลบหนีของคนร้าย สืบเนื่องจากผู้ต้องหาเคยกระทำความผิดในการหลอกลวงแรงแรงานมาแล้วหลายครั้ง มีความเชี่ยวชาญ และปิดตัวเองจากโลกออนไลน์ แม้กระทั่งบัตรประชาชนยังไม่เคยทำมาร่วมสิบปี และสามารถจับผู้ต้องหาได้ 2 ราย คือ น.ส.จันทิมาและนายอนุวัตน์ ตัวการในการหลอกทำวีซ่าไปทำงานประเทศนิวซีแลนด์
ทางคนร้ายได้เรียนรู้จากประสบการณ์การไปทำงานที่เกาหลี จึงพบช่องทางว่ามีคนไทยสนใจไปทำงานต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ยอมเสียเงิน กู้หนี้ยืมสิน เพื่อให้ได้งานไปทำงานต่างประเทศ ที่มีค่าจ้างแรงงานสูง คนร้ายจึงเข้าไปศึกษาในกลุ่มหางานต่างประเทศและเริ่มหลอกลวงโดยเริ่มจากผู้ที่ต้องการหางานที่ประเทศเกาหลี และเห็นว่าตลาดที่เกาหลีความน่าสนใจน้อย จึงพุ่งเป้ามาที่ประเทศนิวซีแลนด์ที่มีค่าจ้างแรงงานสูงกว่า จึงได้มีการโพสต์ชักชวนไปทำงานที่นิวซีแลนด์ และตั้งราคาให้น้อยกว่าเพจอื่นเพื่อดึงดูดความสนใจ เมื่อเหยื่อสนใจ คนร้ายจะทักเพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้นและส่งต่อผู้เสียหาย
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า คนร้ายอ้างว่าให้คุยกับเอเจนซี่ที่นำคนงานเข้าประเทศนิวซีแลนด์โดยตรง ที่ใช้ไลน์ชื่อ "วุฒิ" ผู้เสียหายสนใจงานประเภทฟาร์มวัว ที่ประเทศนิวซีแลนด์ คนร้ายจึงได้ให้ผู้เสียหายส่งข้อมูลส่วนตัวไป เพื่อใช้ประกอบการสมัครงาน ผู้เสียหายได้ส่งภาพถ่ายประวัติการทำงาน หนังสือเดินทางไปให้ และแจ้งว่าจะส่งข้อมูลตังกล่าวไปให้กับนายจ้าง โดยแจ้งรายละเอียดในการทำงานว่า ในการดำเนินการประสานงานกับนายจ้างและทำวีซ่าทำงาน มีค่าใช้จ่ายให้บริษัทเอเจนซี่ จำนวน 70,000 บาทแบ่งเป็นค่าดำเนินการเรื่องวีซ่าทำงาน จำนวน 50,000 บาท ค่าครองชีพ (ค่าเสื้อผ้า , ค่าของไข้ส่วนตัว) จำนวน 20,000 บาท สัญญาทำงานกับนายจ้างปีต่อปี ส่วนรายละเอียดค่าตอบแทนต้องไปตกลงกับนายจ้างที่ประเทศนิวซีแลนด์ หลังจากนั้นจะทำการพูดคยทักทายกับเหยื่อเรื่อย ๆ และเปิดวีดีโอคอลให้เหยื่อเห็นหน้าเพื่อให้เหยื่อเชื่อโดยสนิทใจ คนร้ายจะแจ้งว่าสัญญาจ้างได้ถูกส่งมาจากประเทศนิวชีแลนด์แล้ว และคนร้ายจะทำการถ่ายรูปสัญญาจ้างที่ตนเองทำขึ้นเองส่งไลน์กับเหยื่อดู และจะแจ้งว่าห้ามส่งต่อข้อมูล หากข้อมูลมีการรั่วไหลจะดำเนินคดี เมื่อเหยื่อหลงเชื่อคนโอนเงินให้แบ่งเป็นรอบๆ เมื่อได้เงินและเหยื่อเริ่มสงสัยคนร้ายจะทำการปิดกั้นการติดต่อ
จากการปฏิบัติการในครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องได้ 2 ราย โดยดำเนินคดีในความผิดฐาน "ร่วมกันฉัอโกงประชาชน , ร่วมกันปลอมเอกสาร,ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
ทั้งนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ อยากแจ้งเตือนประชาชนว่าถ้าหากอยากทำงานต่างประเทศ ให้ติดตามกรมการจัดหางาน สามารถโทรเช็คได้ และทางสถานทูตต่างๆ ก็มีเว็บไซต์ให้ตรวจสอบ และหากประชาชนจะโอนเงินเพื่อจ่ายอะไรควรเช็คก่อนโอน
z-z1603487247937.jpg)