닫기

ปกสกู๊ปแนวนอน0

ชุมชนริมน้ำกับสถานการณ์น้ำที่คาดเดาไม่ได้


วิถีชีวิตริมน้ำอยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านานเพราะประเทศไทยมีแม่น้ำสายหลักคือแม่น้ำเจ้าพระยาจะเห็นได้ว่าชาวบ้านใช้ชีวิตอยู่กับสายน้ำมาตั้งแต่อดีตโดยเด็กเด็กที่อยู่ริมน้ำ ก็ลงไปเล่นน้ำเป็นปกติวิถีชีวิต

แต่ปัญหาใหญ่ของชุมชนชาวบ้านริมน้ำคือภาวะน้ำหลากและน้ำท่วมที่สามารถเพียงแค่ป้องกันได้เท่านั้นแต่ไม่สามารถหยุดยั้งได้เนื่องจากเกินกำลังที่มนุษย์จะปิดกั้นแม่น้ำทำได้เพียงแค่สร้างเขื่อนหรือแนวกันน้ำเท่านั้น

ดังจะเห็นได้จากน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือจังหวัดน่านพะเยาเชียงรายเชียงราย ที่น้ำท่วมหนักเป็นเวลาหลายวัน ถึงแม้จะมีการสร้างเขื่อนขึ้นมาป้องกันแต่ก็ช่วยได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

โดยเมื่อน้ำระบายมาจากทางภาคเหนือไหลลงสู่แม่น้ำหลักของประเทศไทยทำให้เกิดน้ำท่วมสูงในชุมชนริมน้ำและบริเวณริมน้ำถึงแม้ว่าจะมีการรับมือแต่ก็ท่วมเป็นประจำทุกปี

"น้ำจะขึ้นปกติ ขึ้นและลง พอมีเขื่อนก็จะช่วยได้บ้าง" ชาวบ้านบริเวณมัสยิถกล่าว

"ปกติที่ผ่านมาน้ำจะอยู่ระดับหัวเข่า" ชาวบ้านริมน้ำกล่าว

ชาวบ้านต่างบอกว่าน้ำท่วมปีที่ผ่านๆมาก็ไม่หนักเท่าก้บ ปี 54 ที่น้ำท่วมสูงจนแทบมิดหลังคาบ้าน 

"เราอยู่ตรงนี้เราชิน อาจจะเตรียมแผนได้ทัน ปี54ทีผ่านมาจะอยู่ระดับเอวถึงอก อยู่ที่การระบายที่ดีถ้าบริหารต้นทางดีก็จะระบายได้เร็วมาก"

ซึ่งในอีกไม่กี่วันพายุยางิจะเข้าประเทศไทยซึ่งภาคเหนือและภาคอีสานจะโดนหนักที่สุด ซึ่หากฝนตกกระหน่ำ น้ำในภาคเหนือก็จะไหลเข้าแม่น้ำสายหลัก ทำให้ระดับนำในแม่น้ำเจ้าพระยา เอ่อล้นขึ้นได้

"ถ้ามีการระบายที่ดี ก็เชื่อว่าได้รับผลกระทบน้อย"

ถึงแม้จะมีเขื่อนก็สามารถช่วยได้เพียงแค่บางส่วนเท่านั้นเนื่องจาก น้ำยังซึมจากด้านล่างของเขื่อน แต่ข้อดีของเขื่อนก็สามารถกันแรงจากคลื่นน้ำหรือแรงจากเรือได้ เพื่อป้องกันไม่ให้มีความเสียหายจากแรงของเรือ

"เขื่อนอยู่มา 5 ปีแล้ว แต่น้ำก็ยังท่วมอยู่ แต่ส่วนที่ดีคือเขื่อนมีไว้กันคลื่นจากเรือใหญ่ ฝาบ้านจะกระทบกับคลื่อ ต้องคอยซ่อมแซม"

แต่ก็ต้องมีกาปรับตัวเนื่องจากวิถีชีวิตริมน้ำ จะเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ทุกปี ชาวบ้านจะมีการรับมือและเตรียกการ หรือรอฟังข่าวจากส่วนรัฐบาลเพื่อที่จะให้เตรียมตัวได้ทันจะได้ไม่เกิดความเสียหายมากขึ้นได้