닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมาก7

จับตาการเมืองไทย 68 พรรคใหญ่ขยับเปลี่ยนหัวหน้าพรรค เตรียมสู้ศึกเลือกตั้ง



วันที่ 2 พ.ย. 2568 การเมืองไทย ปี 2568 เข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้ง ภายหลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 ส่งผลให้พรรคภูมิใจไทยขยายบทบาททางการเมือง เป็นจุดสูงสุดของเส้นทางทางการเมืองที่สั่งสมมายาวนาน ตั้งแต่ช่วงรัฐบาลก่อนหน้า

หลายพรรคการเมืองมีการปรับโครงสร้างภายใน รวมถึงการปรับเปลี่ยนหัวหน้าพรรคคนใหม่ ปรับทัพรับศึกเลือกตั้งเข้มข้น โดยปี 2568 ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านของพรรคการเมืองหลายพรรค สำหรับรายชื่อหัวหน้าพรรคเด่น ๆ มีดังนี้

พรรคเพื่อไทย นำโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ 
พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
พรรคประชาชน นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
พรรคไทยสร้างไทย นำโดย สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
พรรคกล้าธรรม นำโดย นฤมล ภิญโญสินวัฒน์
พรรคชาติไทยพัฒนา นำโดย นายวราวุธ ศิลปอาชา 
พรรครวมไทยสร้างชาติ นำโดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค
พรรคพลังประชารัฐ นำโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

อย่างไรก็ตาม สำหรับพรรคเพื่อไทยที่เพิ่งจะมีการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ไปสด ๆ ร้อนๆ ฟาก นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า นายจุลพันธ์ มีความโดดเด่นในการทำงานสภา ใกล้ชิด สส.ในพรรคทุกช่วงวัย ประสานงานได้ครบ เข้าถึงง่าย และอัธยาศัยดี นี่คุณสมบัติที่ดีของผู้บริหารพรรค และที่สำคัญ มีความรู้ ความสามารถด้านเศรษฐกิจที่เป็นปัญหาหลักของประเทศอยู่ในขณะนี้ และการตอบคำถามสื่อมวลชนฉะฉาน ไม่ตายไมค์ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อพรรคในช่วงเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในไม่กี่อึดใจ ยิ่งได้ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง กลับมาเป็นเลขาธิการพรรค ยิ่งทำให้การทำงานหลังบ้านราบรื่นยิ่งขึ้น 

สำหรับโครงสร้างพรรคแบบใหม่ จะให้ความสำคัญกับภารกิจของแต่ละท่านที่ได้รับมอบหมายชัดเจน ตัวจริงในแต่ละเรื่อง สามารถประสานงานได้แบบถึงตัว และตัดสินใจเรื่องที่รับผิดชอบได้จริง รวมถึงรองหัวหน้าที่รับผิดชอบฝ่ายต่างๆ เช่น กฎหมาย นโยบาย งานสภา และอื่นๆ ล้วนเป็นตัวจริงของเรื่องนั้นๆ ทำให้การดำเนินงานบริหารคล่องตัว และตอบโจทย์ต่อทุกสถานการณ์ต่อจากนี้ โฆษกพรรคคนใหม่ นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ อดีตรองเลขาธิการนายกฯ ก็ถือว่าเป็นคนหนุ่ม ไฟแรง คล่องแคล่ว รวดเร็ว และมีข้อมูลในมือพร้อมสื่อสารกับประชาชน เรียกได้ว่า “พร้อม” ทุกสภาวะ รวมทั้ง “กล้าชน”

อีกโครงสร้างหนึ่ง คือโครงสร้างคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค นายจาตุรนต์ ฉายแสง เป็นประธานยุทธศาสตร์ มีคณะกรรมการ ซึ่งเป็นบุคลากรสำคัญของพรรคที่มีความรู้ความสามารถในระดับหาตัวจับยาก อาทิ นายภูมิธรรม หมอมิ้ง นายสมศักดิ์ และมันสมองสำคัญๆ ที่อยู่ร่วมกันมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย รวมถึง นายสุริยะ ที่เป็น ผอ.เลือกตั้ง ก็จะอยู่ในคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชุดนี้เช่นเดียวกัน

ที่สำคัญ กำลังหลัก “หัวหน้าอิ๊งค์” ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เป็นแกนหลักสำคัญ และความมั่นใจให้กับสมาชิกพรรคทุกคน ว่าเรายังเดินหน้าต่อไป โดยเฉพาะในช่วงการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ทั้งหมดนี้ จะเป็นการ “ยกเครื่อง” 

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์การเมืองหลายราย มองว่า การเมืองไทยในช่วงปลายปี 2568 จะยังคงเข้มข้น โดยเฉพาะการจัดตั้งรัฐบาลผสมที่มีหลายพรรคเข้าร่วม รวมถึงทิศทางการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ การศึกษา และสาธารณสุข ที่จะสะท้อนภาพรวมรัฐบาลชุดใหม่ ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล