คุกแตก จับตาเกณฑ์คุมขังนอกเรือนจำใกล้คลอด
โพสต์เมื่อ : 5 ธ.ค 2567 เวลา 18:27 น.
คุกแตก จับตาเกณฑ์คุมขังนอกเรือนจำใกล้คลอด ยกเหตุผลผู้คุมขังล้นเรือนจำ เจ้าทรวงปัดไม่เกี่ยวเอื้อ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”
ผู้สื่อข่าวรายงานจากระทรวงยุติธรรมว่า กลายเป็นประเด็นขึ้นมาทันที เมื่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แพลมไต๋ให้เห็นว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ผู้เป็นน้องสาวมีโอกาสกลับเมือไทยก่อนเทศกาลสงกรานต์ปี 2568 แต่ยังต้องคดีจำนำข้าวอยู่ ท่ามกลางที่นายบุญทรง เตริยาภิรมณ์ อดีตรมว.พาณิชย์ สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ผู้ต้องขังคดีจุทริตโครงการระบายข้าวแบบจีทูจี ได้รับการพักโทษ และกรมราชทัฑ์ กระทรวงยุติธรรม มีพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็นรมว.ยุติธรม กำลังร่างเกณฑ์คุมขังนอกเรือนจำ ถูกสังคมตั้งขอสังเกตว่า ปูทางให้น.ส.ยิ่งลักษณ์กลับประเทศไทย ประเด็นนี้ รมว.ยุติธรรม แจงถึงเกณฑ์คุมขังนอกเรือนจำ ไม่เอื้อให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมชี้ให้เห็นว่าสังคมสามารถตรวจสอบได้ ทั้งนี้กำหนดรับฟังความคิดเห็นร่างกำหนดคุณสมบัติเฉพาะลักษณะต้องห้ามและวิธีการคุมขังผู้ต้องขังในสถานที่คุมขัง หรือที่เรียกันสั้นๆว่า “เกณฑ์คุมขังนอกเรือนจำ” ตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับคุมขังในสถานที่คุมขัง ตั้งแต่ 2 ธ.ค.-17ธ.ค.67 อาทิ ผ่านเว็บไซต์ www.law.go.th โดยประกาศเมื่อวันที่ 26 พ.ย.67 ลงนามโดยพ.ต.ท.เชน กาญจนาปัจจ์ รองอธิบดีกรมราชทัฑ์ ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมราชทัณฑ์
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ข้อมูลการรับฟังความเห็นครั้งนี้ ได้ชี้ให้เห็นถึงสภาพปัญหาและสาเหตุของปัญหาในปัจจุบันพบว่า มีผู้ต้องขังที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำเป็นจำนวนมาก รวมถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม ส่งผลต่อจำนวนผู้กระทำความผิดเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เรือนจำมีสภาพที่แออัด ไม่ได้สัดส่วนกับจำนวนผู้ต้องขัง ที่เป็นปัญหาของงานราชทัณฑ์มาอย่างยาวนาน ดังนั้นจึงมีแนวคิด “บริหารโทษและบริหารเรือนจำ”สำหรับ“ผู้ต้องขังหลากหลายลักษณะความผิด”ให้ได้สัดส่วนกับโทษที่ได้รับในการนำ “สถานที่อื่นมาใช้กับผู้ต้องขังแทนเรือนจำ” เพื่อแก้ไขและบรรเทาผู้ต้องขังที่มีจำนวนมากเกินกว่าพื้นที่ของเรือนจำ ทั้งนี้กรมราชทัฑณ์เป็นผู้รับผิดชอบหลักที่สำคัญในการบังคับโทษให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาล มีภารกิจในการแก้ไขฟื้นฟู พัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง เพื่อคืนคนดีกลับสู่สังคม แต่ “วิธีการจัดการตามคำพิพากษา” แก้ไขฟื้นฟูตามภารกิจหน้าที่พบว่าต้องพัฒนาให้สอดรับกับภาวะสังคมปัจจุบัน
ตามพ.ร.บ.ราชทัณฑ์ มาตรา 33 ระบุให้ “การกำหนดอาณาเขตในสถานที่อื่นที่มิใช้เรือนจำให้เป็นสถานที่คุมขัง”เพื่อดำเนินการตามภารกิจของกรมราชทัณฑ์ ให้สามารถทำได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง คือ “กฎกระทรวงกำหนดสถานที่คุมขัง ที่กำหนดให้ “มีสถานที่อื่นที่มิใช่เรือนจำ” ซึ่งเป็น “สถานที่ทางราชการ”หรือ “เอกชน” ที่เจ้าของหรือผู้ปกครองดูแลรักษาสถานที่อนุญาตหรือยินยอมเป็นหนังสือให้ใช้ประโยชน์ในการควบคุมผู้ต้องขัง
ดังนั้น ร่าง “เกณฑ์คุมขังนอกเรือนจำ”ที่ยังไม่มีกรอกกำหนดไว้อย่างชัดเจน เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น จึงมีความจำเป็นตราประกาศดังกล่าว โดยมีหลักสำคัญ เพื่อปฏิบัติตามระบบการจำแนกลักษณะและวิธีการคุมผู้ต้องขังในสถานที่คุมขัง โดยมีแบบฟอร์มให้ตอบ 10 ข้อ พร้อมเปิดให้กรอบข้อเสนอแนะเพิ่มเติมด้วย ทั้้งนี้การกำหนดคุณสมบัติของผู้ต้องขังที่ได้รับการพิจารณาออกไปคุมขังยังสถานที่คุมขัง “ต้องมีคุณสมบัติเฉพาะและไม่มีลักษณะต้องห้าม”ตามที่กำหนดไว้ในประกาศกำหนดคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้ามและวิธีการคุมขังในสถานที่คุมขังสำหรับผู้ต้องขังแต่ละกลุ่มของกรมราชทัณฑ์ และยังได้กำหนดให้ประกาศฉบับดังกล่าว ต้องมีรายได้การดังต่อไปนี้ คือ 1. คุณสมบัติเฉพาะและลักษณะต้องห้ามของผู้ต้องขังที่จะถูกคุมขังในสถานที่คุมขังตามประกาศนี เช่น กำหนดโทษ กำหนดโทษที่เหลือจำต่อไป อายุ ความเจ็บป่วย ความประพฤติ 2. เงื่อนไขและข้อห้ามทั้้งในส่วนของผู้ต้องังและผู้ดูแลสถานที่คุมขัง รวมถึงหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ในกรณีที่เห็นสมควร “อธิบดีกรมราชทัณฑ์จะกำหนดให้มีรายละเอียดเพิ่มเติมในประกาศนอกจากที่กำหนด”ก็ได้
z-z1603487247937.jpg)