ควรเลือกตั้งใหม่! อดีตผู้สมัครอบจ. จวกกกต.ยังไม่โปร่งใส
อดีตผู้สมัครอบจ. ยื่นหลักฐานทุจริตซื้อคะแนนให้กกต. จวกกกต.ยังไม่โปร่งใส ลั่นหากพบทุจริต ควรเลือกตั้งใหม่
เมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2568 ที่สำนักงานคณะกรรมาการการเลือกตั้ง(กกต.) นายนพดล สมยานนทนากุล อดีตผู้สมัครนายกอบจ.สมุทปราการ และนายจักรพันธ์ จินตนาพากานนท์อดีตผู้สมัครนายกอบจ. นครนายก เดินทางเข้ายื่นหนังสือพร้อมหลักฐานการทุจริตการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ทถึงกกต.
นายจักรพันธ์ เผยว่า ในพื้นที่เขต 1 อ.องครักษ์ มีความผิดปกติเนื่องจากมีบัตรเลือกตั้งเสียถึง 1 ใน 6 เนื่องจาก ผู้มาใช้สิทธิ์ 6,400 คนเป็นบัตรเสียกว่า 1,000 ใบมีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง โดยในระหว่างการนับคะนนนั้นมีความผิดปกติตรงการส่งบัตรเลือกตั้งมาช้าผิดปกติ เนื่องจากแต่ละพื้นที่ไม่ได้อยู่ใกลกันมาก
ด้านนายนพดล เผยว่า เมื่อวันที่ 2 ก.พ. นั้นได้ยื่นคะแนนคัดค้านผลการเลือกตั้งเนื่องจากพบความผิดปกติการนับคะแนนที่มีข้อสงสัย โดยหลักฐานในวันนี้มาจากประชาชนในพื้นที่ ที่ยื่นเข้ามาทางฝ่ายกฎหมายพรรคประชาชน ซึ่งมีทั้งคลิปเสียงและรายละเอียดแชทไลน์ของหัวคะแนนหลายๆอำเภอในจังหวัดสมุรปราการ ซึ่งส่วนใหญ่เงินค่าซื้อเสียจะเิ่มต้นที่ 200 บาท โดยเรียกร้องให้กกต.ตรวจสอบว่าการเลือกตั้งมีความสุจริตหรือไม่ หากหลักฐานที่นำมายื่นนั้นพบว่าการเลือกตั้งไม่สุจริตอยากให้กกต.จัดการเลือกตั้งใหม่
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความผิดปกติในการนับคะแนนนั้น นายนพดลเผยว่า มีความผิดปกติว่าทำไมนับคะแนนใช้เวลานานประกาศผลข้ามคืน จึงเกิดข้อสงสัยว่าทำไมไม่สามารถประกาศได้โดยเร็วซึ่งเป็นความเคลือบแคลงสงสัยของประชาชน รวมถึงกระบวนการต่างๆไม่ว่าจะเป็นการรวบรวมคะแนนและการส่งหีบเลือกตั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่การเลือกตั้งควรออกมาให้ความเห็นว่ากระบวนการทุกขั้นตอนสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
ทั้งยังตั้งข้อสังเกตถึง การนำเสนอข้อมูลผู้มาใช้สิทธิ์รวมตั้งแต่ต้นแต่นำเสนอผลการนับคะแนนเรียบร้อยไปแล้วซึ่งกกต.จะมีเอกสารหลักฐานบอกจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์อยู่แล้วจึงเป็นข้อสงสัยที่ยังไม่ได้รับคำตอบ เสมือนเป็นการป้องกันข้อวิจารณ์จากประชาชนว่ามีบัตรเขย่งในจังหวัดสมุทรปราการ
“ ผมเชื่อว่าถ้ากกต. บริหารจัดการอย่างดีและตรงตามเจตนารมย์ที่จะจัดให้ประชาชนเห็นการทำงานอย่างโปร่งใสถือว่ายังไม่มีความโปร่งใสมากพอถ้าการบริหารจัดการเป็นแบบนี้” นายนพดลกล่าว
นายนพดล ยังกล่าวถึงกรณีบัตรเสียในสมุทรปราการที่มีจำนวนมากว่า ได้เรียกร้องขอตรวจสอบกับทางกกต. ไปว่ามีความผิดปกติของการรายงานผ่านหน้าจอโดยแต่ละช่วงเวลามีการเปลี่ยนแปลงของจำนวนบัตรเสียมากบางครั้งเปลี่ยนจาก 20,000 เป็น 30,000 เป็น 50,000 สร้างความสับสนให้ประชาชนหากบอกว่าเป็นความผิดพลาดของกรรมการประจำหน่วยนั้นประชาชนรับไม่ได้ ซึ่งจะสร้างความไม่มั่นใจ ว่าผลคะแนนจะไม่มีความผิดพลาด ซึ่งเมื่อแจ้งไปกับกกต.แล้วก็จะดำเนินการทางกฎหมายต่อไป
z-z1603487247937.jpg)