ครม. จ่อเคาะเยียวยาเพิ่มเติมให้ ปชช.รับผลกระทบน้ำท่วมเกิน 30 วัน
โพสต์เมื่อ : 10 พ.ย 2568 เวลา 17:18 น.
ครม. จ่อเคาะเยียวยาเพิ่มเติมให้ ปชช.รับผลกระทบน้ำท่วมเกิน 30 วัน - เตือน ประชาชนใต้เขื่อนเจ้าพระยา เตรียมรับมือน้ำที่ปล่อยมากขึ้น หากเขื่อนภูมิพลรับมวลน้ำไม่ไหว หลังขณะนี้ตุน้ำแล้ว 99%
วันที่ 10 พ.ย. 68 ที่กระทรวงการคลัง นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน ว่า จากการประชุมกันระหว่างสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) , กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย และกรมชลประทาน โดยสถานการณ์ล่าสุดในส่วนของเขื่อนภูมิพลขณะนี้ ปริมาณน้ำมีถึง 99% แล้ว จากการประเมินน้ำไหลเข้าจะมีประมาณวันละ 90 ล้านลูกบาศก์เมตร และปล่อยออกขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 45 ล้านลูกบาศก์เมตร คาดว่าหากยังคงมีน้ำไหลเข้า คาดว่าจากวันนี้ไปไม่เกิน 3 วัน เขื่อนภูมิพลก็จะเต็มความจุ ซึ่งจะต้องระบายน้ำในปริมาณที่ควบคุมได้ยาก เพราะฉะนั้นจึงเป็นเหตุให้ทางเขื่อนภูมิมิพลจะต้องประเมิน เพื่อที่จะมีการระบายน้ำเพิ่มใน 2-3 วันที่จะถึงนี้ หากปริมาณน้ำที่เข้ามาเติมที่เขื่อนภูมิพลมีปริมาณมากกว่าที่คาดการณ์ ก็จะต้องมีการระบายเพิ่มจาก 45 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน
แต่อย่างไรก็ดี ในขณะนี้ยังอยู่ในช่วงของการประเมิน ซึ่งทั้งหมดนี้ น้ำที่เขื่อนภูมิพลระบายมาก็จะอยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์ และจะลงไปต่อที่เขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งวันนี้เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำอยู่ที่ประมาณ 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในขณะที่น้ำจากเขื่อนภูมิพลยังลงเติมไม่ถึง หากน้ำที่เขื่อนภูมิพลลงมาเติมก็จะทำให้ปริมาณการระบายน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยาอาจจะต้องยกตัวสูงขึ้น และจะส่งผลให้พื้นที่ใต้เขื่อนจะต้องได้รับผลกระทบมากขึ้น ตั้งแต่จังหวัดสิงห์บุรี อ่างทอง อยุธยา จนมาถึงกรุงเทพมหานคร แต่อย่างไรก็ดีจากการประเมินสถานการณ์ถึงเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น หากมีการระบายน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยาเกินกว่า 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงได้หาแนวทางกันว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยทางกรมชลประทานเองได้บอกว่าจะรับการระบายน้ำเข้าไปด้านตะวันตกและตะวันออกเพิ่มขึ้น ก็จะเอาเข้าสู่ระบบชลประทานและอาจต้องระบายเข้าไปในทุ่ง ที่เป็นพื้นที่เกษตรกรรมเพิ่มเติมมากขึ้น จึงจำเป็นที่จะต้องแจ้งไปยังประชาชนในเขตพื้นที่ที่อยู่ในพื้นที่เกษตรกรรมว่าในช่วง 2-3 วันนี้ หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้นก็อาจจะต้องระบายน้ำเข้าไปเก็บไว้ในทุ่งเพิ่มเติมมากกว่าที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้
สำหรับการระบายน้ำที่เขื่อนภูมิพล ก็จะมีการประเมินสถานการณ์รายวัน เพื่อดูว่าในวันพรุ่งนี้หรือวันมะรืนนี้น้ำที่จะเข้าสู่เขื่อนภูมิพลจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างไร ถ้าลดลงปริมาณน้ำการระบายที่เขื่อนภูมิพลก็อาจจะไม่ต้องเพิ่มจากนี้ แต่หากปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนภูมิพลเพิ่มขึ้นจากที่คาดการณ์ไว้ก็มีความจำเป็นจะต้องเพิ่มการระบาย
ในส่วนของเขื่อนสิริกิติ์ คาดการณ์ว่าในวันวันพรุ่งนี้และมะรืนนี้ ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่เขื่อนจะลดลงเป็นลำดับ นั่นทำให้สามารถที่จะลดปริมาณการระบายน้ำที่เขื่อนสิริกิติ์ลงจากทุกวันนี้ที่ระบายอยู่ที่ 10 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน จะให้ลดเหลือ 5 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ฉะนั้นก็จะทำให้น้ำที่จะไปเติมที่จังหวัดนครสวรรค์ และจังหวัดชัยนาท ที่เขื่อนเจ้าพระยาไม่เพิ่มขึ้นมากนัก โดยต้องคอยประเมินสถานการณ์ในช่วง 2-3 วันนี้อย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ดีทางรัฐบาลในส่วนที่เกี่ยวข้องไม่ว่า สทนช . หรือทางกรมชลประทาน ก็จะบริหารจัดการน้ำที่มีปริมาณมากในรอบปีนี้อย่างมีประสิทธิภาพสูงที่สุด และจะทำให้กระทบกับประชาชนน้อยที่สุด ส่วนเรื่องของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยก็ได้รับแจ้งว่าิหลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้อนุมัติเงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 9000 บาท ขณะนี้ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยสามารถที่จะชดเชยให้กับประชาชนได้ถึง 60% หรือ 70% แล้ว คาดว่าไม่เกินวันที่ 24 พฤศจิกายน จะสามารถชดเชยให้กับประชาชนได้ 100% มากกว่านั้นเป็นข้อห่วงใยของนายกรัฐมนตรีในเรื่องของการชดเชยเยียวยาในกรณีเพิ่มเติม นั่นคือสำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบและน้ำท่วมเป็นเวลามากกว่า 30 วัน และ 60 วัน โดยทางรัฐบาลจะพิจารณาในส่วนนี้เพิ่มเติม และจะพิจารณาเงินชดเชยเยียวยาเพิ่มเติมให้กับกรณีที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมเกิน 30 วันและ 60 วันตามลำดับ ซึ่งจะเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในเร็วนี้
z-z1603487247937.jpg)