คณะพนักงานสอบสวน ยื่นหลักฐานเพิ่มคดี "บิ๊กโจ๊ก"
โพสต์เมื่อ : 10 ก.พ 2568 เวลา 8:16 น.
คณะพนักงานสอบสวน ยื่นหลักฐานเพิ่มคดี "บิ๊กโจ๊ก" เผย เป็นหลักฐานเก่าที่เคยยื่น
วันที่ 10 ก.พ. 2568 ที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พันตำรวจโทสราวุธ บุตรดี รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สน.สายไหม ในฐานะคณะพนักงานสอบสวนคดีเว็บพนันออนไลน์ ได้เดินทางมายื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยพันตำรวจโทสราวุธ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนภายหลังเข้ายื่นเอกสารหลักฐานว่า ทางคณะพนักงานสอบสวนได้ติดตามการทำงานของ ป.ป.ช. มาโดยตลอด จนมีกระแสข่าวว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ปัดตก ไม่ชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่ตำรวจบางนาย ว่าไม่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ โดยการไม่ชี้มูล และมีการชี้มูลเฉพาะตำรวจบางนายเท่านั้น ทางพนักงานสอบสวนจึงเกิดความไม่สบายใจ และกังวลว่า กระแสข่าวดังกล่าวจะเป็นเรื่องจริง จึงได้ทำหนังสือที่เป็นการรวบรวมพยานหลักฐานนำมายื่นให้กับคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาที่จะมีการประชุมในครั้งต่อไป ซึ่งหวังว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะนำพยานหลักฐานที่นำมามอบเข้าไปสู่กระบวนการพิจารณา และพิจารณาด้วยความรอบคอบ และให้ความเป็นธรรมกับพนักงานสอบสวนด้วย
ยืนยันว่า การนำหลักฐานมาในครั้งนี้ ไม่ได้ดำเนินการล่าช้า เพราะพยานหลักฐานที่นำมายื่น เป็นพยานหลักฐานเก่าที่เคยนำมายื่นไว้แล้วในสำนวนการสอบสวนตั้งแต่ต้น แต่จากกระแสข่าว พบว่า ป.ป.ช. พิจารณาพยานหลักฐานของผู้ต้องหาเป็นหลัก แต่ในฝ่ายผู้กล่าวหา คือ ตำรวจ ถูกหยิบยกพยานหลักฐานเพียงบางส่วนมาพิจารณาเท่านั้น จึงเกิดความไม่สบายใจ เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
เมื่อถามว่ารู้ได้อย่างไร ว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่พิจารณาพยานหลักฐานเก่าที่พนักงานสอบสวนเคยยื่นไปแล้ว พันตำรวจโทสราวุธ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นเอกสารอย่างเป็นทางการ ทำให้ขณะนี้มีเพียงข่าวลือ ที่หวังว่า คงไม่ใช่เรื่องจริง
เมื่อถามต่อว่า คิดเอาเองใช่หรือไม่ ว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่ได้สอบพยานหลักฐานของคณะพนักงานสอบสวน พันตำรวจโทสราวุธ ยืนยันว่า เราไม่ได้คิดเอาเอง แต่เป็นผลจากที่คณะพนักงานสอบสวนเฝ้าติดตามการทำงานของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงเกิดความวิตกกังวล เพราะ ป.ป.ช. มีอำนาจในการวินิจฉัยและมีความเห็นให้คุณหรือโทษต่อบุคคลใดก็ได้โดยอิสระ อีกทั้งทางกลุ่มผู้ต้องหาที่เป็นตำรวจมีความพยายามที่จะดึงสำนวนให้เข้ามาอยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช. และยังมีการกระทำให้ตำรวจที่เป็นพวกเดียวกัน แจ้งความดำเนินคดีกับพวกเดียวกันเอง ในความผิดต่อราชการเพื่อจะให้คดีเป็นอำนาจของ ป.ป.ช. ซึ่งพวกเขาก็ได้ทำสำเร็จ
ส่วนหลักฐานที่นำมาให้ ป.ป.ช. มีจำนวนกว่าหมื่นแผ่น เป็นข้อมูลเส้นทางการเงิน พยานบุคคล พยานนิติวิทยาศาสตร์ และอยากเพียงให้ ป.ป.ช. หยิบยกพยานหลักฐานของคณะพนักงานสอบสวนไปใช้บ้าง
อีกประเด็นสำคัญที่เป็นหมายข่าว ของ ป.ป.ช. เอง ซึ่งมีการพิจารณามูลความผิดเว็บไซต์การพนันเช่นเดียวกัน ของอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และอดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีการพิจารณาเรื่องเดียวกัน คือ การเรียกรับผลประโยชน์จากเว็บไซต์เว็บพนัน จากบัญชีม้าที่เป็นบัญชีเดียวกัน จากกลุ่มผู้กระทำความผิดกลุ่มเดียวกัน แต่สำหรับกรณีของอดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีกระแสข่าวว่า จะไม่มีมูลความผิด แต่อดีตผู้บัญชาการแห่งชาติมีการชี้มูลความผิดไปแล้ว จึงเกิดคสามสงสัยว่า มาตรฐานในการวินิจฉัยคดีมีเกณฑ์อย่างไรในการตัดสิน เพราะในพฤติการณ์เดียวกัน มีการตัดสินที่ไม่เหมือนกัน
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ในคดีนี้ แม้ว่า ป.ป.ช. จะมีมติปัดตกในความผิดในส่วนของเจ้าพนักงาน แต่ความผิดในส่วนอื่น อย่าง การฟอกเงิน การเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนัน ความผิดส่วนดังกล่าวยังอยู่ในอำนาจของพนักงานสอบสวนอยู่ และเราพร้อมที่จะทำการสอบสวนตามอำนาจพนักงานสอบสวน และก็จะมีการส่งฟ้องไปถึงอัยการ หากมีการคืนสำนวนให้ตำรวจ
z-z1603487247937.jpg)