닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopyีัถุคถุึ

กองทัพยังคงดำรงความเข้มข้นในปฏิบัติการควบคุมพื้นที่อธิปไตยไทย ที่ถูกรุกรานจากฝ่ายกัมพูชา และเร่งช่วยเหลือคนไทยที่ฝ่ายกัมพูชายังคงไม่ให้ความร่วมมือ ในการส่งตัวเดินทางกลับประเทศ



พลเรือตรี สุรสันต์  คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม และโฆษกของเหล่าทัพและหน่วยงานความมั่นคง ร่วมแถลงข่าว ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก โดยชี้แจงถึงความคืบหน้าสถานการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมา (11 ธ.ค.68) จนถึงวันนี้ (12 ธ.ค.68) ว่ากระทรวงการต่างประเทศยังคงประสานความร่วมมือกับฝ่ายกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง เพื่อขอความร่วมมือนำคนไทยในกัมพูชากลับสู่ประเทศ ขณะที่ฝ่ายกัมพูชายังคงไม่ดำเนินการตามการประสานความร่วมมือของฝ่ายไทย ซึ่งนางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ยอมรับว่าสถานการณ์ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นมีผลต่อการประสานงาน แต่กระทรวงการต่างประเทศ แต่ยังคงประสานงานเพื่อขอความร่วมมืออย่างเต็มที่จากฝ่ายกัมพูชา
     ส่วนในด้านปฏิบัติการทางทหาร พันเอก ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก ได้นำเสนอข้อมูลและแผนที่ เพื่อแสดงถึงพื้นที่ที่มีการปะทะในขณะนี้ โดนยืนยันว่า ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ขณะนี้ ฝ่ายไทยสามารถควบคุม พื้นที่ซำแต ช่องจอม ช่องเปรอ และช่องระยี ได้เรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับในพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว ของกองทัพภาคที่ 1 ก็สามารถควบคุมได้แล้วเช่นกัน


ส่วนพื้นที่ที่สามารถควบคุมได้บางส่วนคือบริเวณช่องอานม้า ช่องคนา ซึ่งมีปราสาทคนาตั้งอยู่

ส่วนพื้นที่ที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เช่นพื้นที่ปราสาทตาควายจังหวัดสุรินทร์ แม้ว่าไทยสามารถทำลายการโจมตีและฐานทหารโดยรอบปราสาทเป็นจำนวนมาก แต่ด้วยภูมิประเทศที่มีความยากลำบาก ทำให้ทหารไทยยังคงพยายามปฏิบัติการเข้าควบคุมพื้นที่

ส่วนบริเวณบ้านคลองแผง ในอำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว แม้ว่ากองกำลังบูรพารายจะงานว่า ในวันที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมา ฝ่ายไทยจะสามารถเข้าควบคุมพื้นที่ได้แล้ว แต่ในคืนเดียวกันฝ่ายกัมพูชาก็ได้ระดมโจมตีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ และพิจารณาว่าบริเวณดังกล่าวยังไม่สามารถวางกำลังได้และต้องปรับแนวรบ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกองกำลังบูรพายังคงใช้ความพยายามเข้าควบคุมพื้นที่อีกครั้ง

ส่วนทางด้านกองทัพเรือ นาวาเอก นรา คุณโฑถม ผู้ช่วยโฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองทัพอากาศได้สนับสนุนปฏิบัติการใช้เครื่องบิน F-16 เข้าโจมตีในพื้นที่บ้าน 3 หลัง ในพื้นที่ตำบลชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด ซึ่งตรวจพบว่ามีการขุดสนามเพลาะ (คูเลต) รวมถึงมีการสร้างบังเกอร์ในพื้นที่ใต้ดิน การโจมตีดังกล่าวจึงเป็นการทำลายบังเกอร์ของฝ่ายกัมพูชาให้หมดสภาพความเป็นภัยคุกคาม และดำเนินกลยุทธ์เข้ายึดครองพื้นที่ต่อไป เนื่องจากในด้านข่าวกรอง ยังทราบว่าฝ่ายกัมพูชาได้มีการเพิ่มเติมกำลังเข้ามาในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งพิสูจน์ว่ากัมพูชายังคงดำรงความเป็นภัยคุกคาม และไทยยังคงต้องปฏิบัติการทางทหารอย่างต่อเนื่อง
       
ทั้งนี้ ยอดทหารไทยที่เสียชีวิตยังมีทั้งหมด 9 ราย โดยตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาจนถึงเช้าวันนี้ยังไม่มียอดการสูญเสียเพิ่มเติม และมียอดทหารไทยที่บาดเจ็บทั้งหมด 190 นาย
       
ส่วนความสูญเสียที่เกิดขึ้นของฝ่ายกัมพูชา ณ วันนี้ ฝ่ายไทยสามารถทำลายยานเกราะและรถถังของฝ่ายกัมพูชาได้ 9 คัน โดรน 68 ลำ แอนตี้โดรน 1 ระบบ เสาสื่อสาร 3 จุด เครื่องยิงจรวด BM-21 1 ระบบ โดยทหารกัมพูชาที่เสียชีวิต ยืนยันว่ามีไม่น้อยกว่า 165 ราย