닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ-Recovered

ลือหึ่ง! วาระประชุมบอร์ด กสทช. วันนี้ เตรียมแผน กัน “พิรงรอง” ออกนอกวงประชุม อ้างเรื่องจริยธรรม หลังถูกศาลตัดสินให้แพ้คดีทรู ดิจิทัล กรุ๊ป คาดอาจมีการพิจารณาวาระการทำหน้าที่


 
ในการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ( กสทช.) วันที่ 19 กุมภาพันธ์ ซึ่งเลื่อนมาจาก วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นการประชุมครั้งแรกหลังจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ตัดสินว่า ศ.กิตติคุณ พิรงรอง รามสูต กสทช.ด้านกิจการโทรทัศน์ มีความผิดฐานใช้อำนาจมิชอบ กลั่นแกล้ง บริษัททรู ดิจิทัล ให้ได้รับความเสียหาย ลงโทษจำคุก 2 ปี แต่ได้ประกันตัว ทำให้ไม่เข้าข่ายต้องห้ามเป็น กสทช.


โดยในการนี้มีได้รับการคาดการณ์ว่า จะมีความพยายามทำทุกวิถีทางจากบอร์ดกสทช.ด้วยกันเองส่วนหนึ่ง ที่จะกันให้ ศ.พิรงรอง ออกจากการประชุม โดยเฉพาะการประชุมที่มีความเกี่ยวข้องกับ บริษัท ทรูฯ คู่กรณีของ ศ.พิรงรอง


และมีการจับตาด้วยว่า ในการประชุมอาจจะมีวาระจรให้ กสทช .พิจารณาว่า ต้องให้ ศ.พิรงรอง ยุติการปฏิบัติหน้าที่ กสทช.ชั่วคราวหรือไม่ โดยอ้างผลจากคำพิพากษา


โดยทาง บ.ทรูฯ ต้องการให้พิรงรองยุติการทำหน้าที่กสทช. มาตั้งแต่ตอนยื่นฟ้องอจ.พิรงรองเมื่อเดือนเมษายน 2566 แล้ว โดยยื่นคำร้องต่อศาลให้สั่งให้อจ.พิรงรองยุติการปฏิบัติหน้าที่ กรรมการ กสทช.และประธานอนุกรรมการพิจารณา อนุญาตด้านกิจการโทรทัศน์ไว้ชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา เพราะเกรงว่าอจ.พิรงรองจะเป็นปฏิปักษ์ กลั่นแกล้งทรู เนื่องจากเป็นคู่ความกัน แต่ศาลยกคำร้อง


แต่เมื่อศาลไม่ให้ตามนั้น ทรูจึงวิ่งเข้าหากสทช.ให้พิรงรองหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่บอร์ด กสทช ประชุมลับเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2567 ลงมติด้วยคะแนนเสียง 4 ต่อ 3 ให้ พิรงรองปฏิบัติหน้าที่ กสทช.ต่อไป


การประชุมวันที่ 19 กพ.นี้ จึงมีรายงานข่าวว่าจะมีความพยายามกดดันให้ พิรงรองหยุดปฏิบัติหน้าที่อีก อ้างความชอบธรรมว่ามีคำตัดสินของศาลต่ออจ.พิรงรองออกมาแล้ว


โดยในรอบนี้ ประธาน กสทช. ศ.คลินิค นายแพทย์ สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ อาจจะเป็นผู้เสนอให้ อจ.พิรงรองหยุดปฎิบัติหน้าที่ไปก่อนเพื่อความยุติธรรมต่อคู่กรณีคือบ.ทรู เพราะในการประชุมครั้งนี้จะมีเรื่องเพื่อพิจารณาในบอร์ดกสทช.ที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ของทรูในเรื่องอื่นๆด้วย


เหมือนในการประชุมบอร์ด กสทช. เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งประธานบอร์ดท่านเดียวกันนี้เคยออกเสียงแต่ได้เป็นเสียงข้างน้อย 1 ใน 3 เสียงที่เห็นว่าอจ.พิรงรองต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ กสทช.


ทั้งนี้ นพ สรณ ได้เคยตอบคำถามสื่อมวลชนเมื่อถูกถามถึงการดำรงตำแหน่งและบทบาทของ อจ.พิรงรองในบอร์ดกสทช.หลังได้รับคำตัดสินจากศาลแล้ว ว่าในฐานะประธานบอร์ดพร้อมจะ “ดับเบิ้ลโหวต” หากพิรงรอง ต้องหยุดทำหน้าที่ กสทช.และในบางวาระที่การลงมติของบอร์ด กสทช. 6 คน มีเสียงเท่ากัน 3 ต่อ 3 ก็พร้อมจะออกเสียงครั้งที่ 2 เพื่อชี้ขาด

รวมถึงมีการรายงานข่าวด้วยว่า ในกสทช.นั้นมีฝ่ายที่ต้องการให้อจ.พิรงรองออกไปจาก กสทช. โดยอาจจะไปร้องต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ หรือ ปปช.ให้สอบสวนพิรงรอง ในประเด็นจริยธรรม เป็นการเพิ่มแรงกดดันให้พิรงรองอีกทางหนึ่ง ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ในกนะบวนการที่มีความพยานามจะกันอจ.พิรงรองออกไปจาก กสทช.

ด้านน.ส.พิรงรอง เปิดเผยว่า ภายใต้พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ฯ พ.ศ. 2553 ตามมาตรา 7 และมาตรา 20 ตนสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ ไม่ขัดต่อกฎหมาย ส่วนการพิจารณาวาระที่เกี่ยวข้องกับทรู ในฐานะโจทก์ยื่นฟ้องตนนั้น ต้องพิจาณาภายใต้พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

ขณะที่นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า คดีความดังกล่าวเป็นเรื่องระหว่างน.ส.พิรงรองกับ ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด ไม่เกี่ยวกับสำนักงานกสทช. โดยการจะดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ สำนักงานต้องได้รับคำสั่งจากบอร์ดเท่านั้น