닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ-Recovered-Recovered-Recovered

กมธ.ทหาร แกะรอยเส้นทางการเงิน ตามตัดงบขบวนการ IO ที่มุ่งปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารโจมตีประชาชน 


กมธ.ทหาร ได้เชิญผู้แทนจากสำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อมาหารือร่วมกัน เพื่อแกะรอยเส้นทางการเงิน และแหล่งงบประมาณของหน่วยงานลึกลับที่ชื่อว่า ศปก.ร่วม ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางบัญชาการของขบวนการ IO ที่มุ่งปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารโจมตีประชาชน ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามต่อความสงบเรียบร้อย สิทธิและเสรีภาพ และความผาสุกของประชาชนเป็นอย่างมาก

 

ต้องยอมรับว่าการปฏิบัติการของ ศปก.ร่วมในหลายภารกิจ นั้นเข้าข่ายการทำอาชญากรรมทางไซเบอร์ เช่น การพยายามแฮ็ครหัสส่วนตัวของเป้าหมาย การปล่อยข่าวอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อโจมตีเป้าหมาย เป็นต้น และยังเป็นการเนรคุณประชาชนอีกด้วย เนื่องจากงบประมาณที่ ศปก.ร่วม ใช้ในการปฏิบัติการโจมตีประชาชน นั้นมาจากเงินภาษีของประชาชนเอง

 

จากการหารือทำให้ทราบว่า ศปก.ร่วม ไม่ได้เป็น "หน่วยรับงบประมาณ" โดยสำนักงบประมาณได้รายงานว่างบประมาณที่ ศปก.ร่วม ใช้ในการปฏิบัติการ IO โจมตีประชาชน น่าจะมาจากงบประมาณ ซึ่งเป็นงบดำเนินการของ "แผนยุทธศาสตร์ป้องกันและแก้ไขปัญหาที่กระทบกับความมั่นคง" ซึ่งในปี 2568 มีงบประมาณสูงถึง 3,290 ล้านบาท และเชื่อว่างบประมาณในปี 2569 ก็น่าจะอยู่ในระดับที่ไม่ต่ำกว่า 3 พันล้านบาท และได้แนะนำให้ กมธ.ทหาร ทำหนังสือขอรายละเอียดคำของบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร จากกระทรวงกลาโหม และ กอ.รมน.

 

กรมบัญชีกลาง ได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า การแกะรอยการเบิกจ่ายงบประมาณของการปฏิบัติการ IO นั้นไม่ยาก เพราะการเบิกจ่ายงบประมาณนั้นต้องมีการบันทึกผ่านระบบ New GFMIS อยู่แล้ว หลังจากการประชุม กมธ.ทหาร จะรวบรวมรหัสงบประมาณ (20 หลัก) ส่งไปยังกรมบัญชีกลาง เพื่อให้กรมบัญชีกลางจัดส่งสำเนาเอกสารการเบิกจ่ายงบประมาณเป็นไฟล์ PDF มาให้ ทีนี้ก็จะตรวจสอบได้ว่า การเบิกจ่ายงบประมาณของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง นั้นตรงกับรายละเอียดในคำของบประมาณ ที่ขอเอาไว้หรือไม่

 

เบื้องต้น กมธ.ทหาร ได้ค้นหาจนทราบ รหัสงบประมาณของโครงการที่ต้องสงสัยว่าจะเป็น "โครงการในการปฏิบัติการ IO โจมตีประชาชน" ว่าน่าจะมีอยู่มากกว่า 70 โครงการ ปะปนซุกซ่อนอยู่ในงบประมาณ ของทั้งกองทัพ กอ.รมน. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่ง กมธ.ททหาร จะนำส่งรหัสงบประมาณเหล่านี้ ไปขอข้อมูลการเบิกจ่ายจากกรมบัญชีกลาง และคำของบประมาณจากกระทรวงกลาโหม กอ.รมน. และสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อตรวจสอบต่อไป และในกรณีที่พบว่า การเบิกจ่ายงบประมาณ และการปฏิบัติภารกิจในความเป็นจริง ไม่ตรงกับรายละเอียดในคำของบประมาณ กมธ.ทหาร หรือมีการโอนงบประมาณที่ไม่ถูกต้อง ก็จะชี้เบาะแสให้กับ ป.ป.ช. พิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการตามกฎหมาย พ.ร.ป. ป.ป.ช. และ พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ ต่อไป

 

กมธ.ทหาร ตรวจพบข้อสังเกตว่าโครงการจำนวนไม่น้อยของกองทัพบก ไม่ได้ระบุชื่อโครงการ แต่ใส่เป็นโค้ดลับแทน แตกต่างจากหน่วยราชการอื่น เช่น โครงการ ทบ.601 ทบ.602 และ ศปก.6484 เป็นต้น ซึ่งสำนักงบประมาณแจ้งว่า การตั้งชื่อโครงการเป็นโค้ดลับของกองทัพบก นั้นเป็นไปตาม MOU ที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่ปี 2530 ซึ่ง กมธ.ทหาร จะทำหนังสือขอดู MOU ฉบับดังกล่าวนี้จาก รมว.กลาโหม ต่อไป เพื่อพิจารณาตรวจสอบว่า การทำ MOU ในลักษณะนี้มีกฎหมายรองรับอย่างถูกต้องหรือไม่ มีเหตุอันเหมาะสมเพียงไรในการปิดบังชื่อโครงการในลักษณะนี้

 

สตง. ได้ให้ข้อเสนอแนะว่า ปัจจุบัน สตง. ได้ตรวจสอบเหล่าทัพ และ กอ.รมน. ในมิติด้านการเงิน (Financial Audit) เป็นหลัก แต่ยังไม่ได้มีการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย (Compliance Audit หรือ CA) และการตรวจสอบการดําเนินงาน (Performance Audit หรือ PA) ในกรณีที่ กมธ.ทหาร พบข้อสงสัยว่า กอ.รมน. เหล่าทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะมีการใช้งบประมาณในการปฏิบัติการ IO โจมตีประชาชน กมธ.ทหาร สามารถที่จะทำหนังสือข้อสังเกตไปยังผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อพิจารณาดำเนินการตรวจสอบ CA และ PA กับทั้งเหล่าทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ กอ.รมน. ได้ ซึ่ง กมธ.ทหาร จะเร่งทำข้อเสนอแนะไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินโดยเร็วที่สุด

 

ประเด็นที่สำคัญที่สุด ก็คือ กมธ.ทหาร จะจัดส่งรหัสโครงการที่ต้องสงสัยว่า จะเป็น "โครงการที่มุ่งปฏิบัติการ IO โจมตีประชาชน" ทั้งหมด ให้แก่ กมธ.วิสามัญพิจารณางบ 2569 เพื่อให้คณะกรรมาธิการฯ พิจารณาตัดงบประมาณของโครงการเหล่านี้ ให้สิ้นซากในปีงบประมาณ 2569 เพื่อป้องไม่ให้โจรไซเบอร์ในคราบสีเขียวขี้มา หรือสีกากีเหล่านี้ เหิมเกริมกล้าใช้เงินภาษีของประชาชน กินบนเรือขี้รดบนหลังคามาแว้งกัดรังแกประชาชนได้อีกต่อไป