กมธ.ขอพบ 3 ฝ่าย ดันประชามติ 2 ครั้ง
โพสต์เมื่อ : 6 พ.ย 2567 เวลา 14:33 น.
กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ขอพบ 3 ฝ่าย “ประธานรัฐสภา-นายกรัฐมนตรี-ศาลรัฐธรรมนูญ” ดันทำประชามติ 2 ครั้ง เข็นทำรัฐธรรมนูญใหม่ โดยมี ส.ส.ร.ให้ทันการเลือกตั้งสมัยหน้า
วันที่ 6 พ.ย. 2567 ที่ รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงการผลักดันทำประชา มติ 2ครั้ง เพื่อแก้รัฐธรรมนูญว่า หากยึดแนวทางเดิมทำประชามติ 3ครั้ง เป็นไปได้น้อยมากที่จะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมีสมาชิกสภารร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มายกร่างรัฐธรรมนูญ ใช้ทันการเลือกตั้งครั้งหน้า ควรลดการทำประชามติเหลือ 2 ครั้ง ให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ใช้ทันเลือกตั้งครั้งต่อไป กมธ.พัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ทำหนังสือขอเข้าพบ 3 ฝ่ายให้ช่วยผลักดัน คือ
1.ประธานรัฐสภา ให้พิจารณาบรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา ที่ผ่านมาประธานรัฐสภาไม่บรรจุวาระ เกรงผิดเงื่อนไขศาลรัฐธรรมนูญให้ทำประชามติ 3ครั้ง อยากพบเพื่ออธิบายการทำประชามติ 2ครั้ง ไม่ผิดเงื่อนไขศาลรัฐธรรมนูญ ประธานรัฐสภาตอบรับให้เข้าพบวันที่ 27พ.ย.นี้ 2.นายกรัฐมนตรี ให้เชิญชวนทุกพรรคการเมืองผลักดันทำประชามติ 2ครั้ง 3.ศาลรัฐธรรมนูญช่วยขยายความให้ชัดเจน การทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญต้องทำกี่ครั้ง ในช่วงใดบ้าง ไม่ให้เกิดข้อถกเถียง
นายพริษฐ์กล่าวว่า ส่วนการประชุมกมธ.ร่วมพิจารณาร่างพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ที่ดูเหมือนเสียงฝ่ายสส.จะไม่ไปทางเดียวกัน อาจไม่สามารถแก้หลักเกณฑ์เสียงข้างมาก 2ชั้นได้ในชั้นกมธ.ร่วมนั้น ถ้าดูผลการลงมติเลือกประธานกมธ.ร่วม ที่พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. ได้เป็นประธานกมธ.ร่วม พบว่า มีสส.ร่วมเห็นชอบให้สว.เป็นประธานกมธ. รวมถึงกรณีสภาผู้แทนราษฎรลงมติยืนยันร่างพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติของตัวเอง ภายหลังวุฒิสภาแก้ไขเนื้อหากลับไปใช้เสียงข้างมาก 2ชั้น พบว่าทุกพรรคลงมติยืนยันร่างสส. ยกเว้นพรรคภูมิใจไทยที่ลงมติงดออกเสียง จึงพออนุมานได้ว่า พรรคภูมิใจไทยเห็นด้วยกับสว. อย่างไรก็ตามต้องไปตกลงรายละเอียดในชั้นกมธ.ร่วมอีกที หากกมธ.ร่วมมีข้อสรุปไม่ตรงกับร่างที่สส.เคยเสนอมา สภาผู้แทนราษฎรคงต้องยืนยันร่างเดิมของตัวเอง ทำให้ต้องพักร่างกฎหมาย 6เดือน ไม่สามารถมีรัฐธรรมนูญใหม่ทันเลือกตั้งครั้งหน้า แต่หากใช้วิธีทำประชามติ 2ครั้ง ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้
z-z1603487247937.jpg)