닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ66

กทม.  แถลงปิดภารกิจค้นหาร่างผู้สูญหาย อย่างเป็นทางการ พร้อมกล่าวขอบคุณผู้สนับสนุนทุกหน่วยงาน เผย คืนพื้นที่ให้กับสตง.ต่อไป



วันที่ 13 พ.ค. 2568 เวลา ที่กองอำนวยการร่วม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมรศ. ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. , พล.ต.ต. วาที อัศวุตมางกุร ผู้บังคับการตำรวจพิสูจน์หลักฐานกลาง , นางสาวฐิตาพรรณ ฉันทโชติ วิศวกรโยธาชำนาญการกรมโยธาธิการและผังเมือง ร่วมแถลงข่าว เพื่อสรุปภารกิจการค้นหาผู้สูญหาย 

นายชัชชาติ กล่าวว่า กทม.ได้มีการส่งหนังสือการส่งมอบพื้นที่ไปทั้งหมด 3 ฉบับ ฉบับที่ 1 ส่งไปที่หน่วยงานราชการ และทหาร โดยฉบับที่ 1 นั้นส่งไปแล้ว เพื่อให้เจ้าหน้าที่เตรียมกำลังพล , ฉบับที่ 2 ได้ส่งถึง สตง. ที่เป็นเจ้าของพื้นที่ และฉบับที่ 3 ส่งไปถึงคณะกรรมการที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้น ทั้งกรมโยธาธิการ และผังเมือง พิสูจน์หลักฐาน เป็นคณะกรรมการที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อแจ้งให้ทุกหน่วยงานทราบว่าภายในวันที่ 15 พ.ค. เวลา 16.00 น. ทาง กทม. จะส่งมอบพื้นที่คืนให้กับ สตง. ส่วนหลังจากที่แจ้งให้ทราบแล้วจะมีคำสั่งเป็นอย่างไรก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการต่อไป

ในส่วน กทม. หน้าที่ของเราหมดเพียงเท่านี้ แต่เราก็ยังคงอยู่ในพื้นที่ หากใครต้องการความช่วยเหลือในประเด็นใด ถ้าเรามีกำลังช่วยได้เราก็จะช่วย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสูบน้ำ ห้องน้ำ หรือเรื่องดูแลความสะอาด ส่วนเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่เข้ามาทำงานภายในอาคาร สตง. ประมาณได้วันละ 1,100 - 1,200 คน

นอกจากนี้ ภารกิจครั้งนี้เป็นภารกิจที่ใหญ่ที่จะต้องร่วมมือกัน และชีวิตก็จะต้องก้าวเดินต่อไป และคิดว่าจะต้องเจอกันอีกอย่างแน่นอน เพราะจะต้องมีปัญหาให้เราแก้ต่อไป

ด้าน รศ. ทวิดา เปิดเผยถึง การช่วยเหลือประชาชนทั้ง 50 เขต ที่ลงทะเบียนรับความช่วยเหลือการเยียวยาจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึ่งเราปิดไปเมื่อวันที่ 2 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยมีทั้งหมดประมาณ 40,000 กว่าเคส เป็นเรื่องของการขอค่าวัสดุซ่อมแซมบ้าน ส่วนที่เป็นค่าอื่นๆ มีเพียงหลักหน่วยเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้รวมมูลค่าตัวเลขเงินที่จะต้องช่วยเหลือประชาชนอยู่ที่ 176 ล้านบาท ส่วนการใช้น้ำมันในพื้นที่ต่ำสุดอยู่ที่ 3,000 ลิตร/วัน และสูงสุดอยู่ที่ 6,000 กว่าลิตร/วัน โดยส่วนใหญ่เป็นค่าน้ำมันที่ใช้ในเครื่องรถ เครนต่างๆ รวมแล้ววันหนึ่งค่าน้ำมันจะอยู่ที่ประมาณ 200,000 บาท แต่ยังมีรถบรรทุกที่ใช้ขนย้ายเศษซาก และยังมีน้ำมันในลักษณะอื่น เช่น ไฮดรอลิก น้ำมันเบนซิน เครื่องปั่นไฟ ตอนนี้ยังไม่สามารถคำนวณค่าใช้จ่ายได้ แต่คาดว่าทั้งหมดเป็นค่าใช้จ่ายที่สูง เพราะยังไม่นับรวมถึงมูลค่าความเสียหายของอุปกรณ์ที่เกิดขึ้น เพราะตลอดเวลาทำงานยังมีค่าซ่อมบำรุง ที่เราต้องซ่อมทุกวัน

อีกทั้ง กทม.ได้ขอขยายความช่วยเหลือจากรัฐบาล ได้มีการปรึกษากรมบัญชีกลางไปแล้ว ในเรื่องของการอุดหนุนค่าน้ำมัน แม้ว่าทางบริษัทอิตาเลียนไทยฯ จะเป็นผู้สนับสนุนค่าน้ำมันมาตลอด แต่ในช่วงแรกก็มีบางหน่วยงานที่ต้องจัดการตัวเองทั้งในแง่ของการซ่อมบำรุง และน้ำมัน

ส่วนเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาปฏิบัติงานนั้น ถ้าหากเป็นเจ้าหน้าที่ข้าราชการทุกคนจะต้องปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้ว เพราะเป็นหน้าที่ แต่ในส่วนของเอกชน และอาสาสมัครกู้ภัยทุกคนที่มาช่วย ทางหน่วยงานของเขาเป็นคนจ้างมา พวกเขามาช่วยด้วยใจ ทางเราจึงได้ทำเรื่องขอขยายวัตถุประสงค์การใช้เงินช่วยเหลือ ว่าจะสามารถช่วยในเรื่องของค่าจ้างเจ้าหน้าที่ทุกคนที่อาสามาได้หรือไม่ ถึงแม้ว่าเขาจะมาด้วยใจ แต่ 50 วันที่ต้องมาปฏิบัติงานนั้น ถือว่าเยอะมาก เขาต้องหยุดงาน และไม่ได้รับเงินเดือน

สำหรับผู้ประกอบการที่อยู่ในบริเวณพื้นที่ประสบภัย ที่ในช่วงแรกมีการปิดถนน จนทำให้เข้าออกไม่ได้ ทำให้ประชาชนที่เป็นผู้ประกอบการได้รับความเดือดร้อน ก็จะทำเรื่องขอขยายวัตถุประสงค์การใช้เงินช่วยเหลือไปด้วย

ต่อมา พล.ต.ต. วาที กล่าวถึงการพิสูจน์อัตลักษณ์ของผู้เสียชีวิต ว่า ในส่วนของพิสูจน์หลักฐานกลาง จะรับผิดชอบดูแลอยู่ 2 ส่วน โดยส่วนแรก คือ ศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งเราได้พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลตั้งแต่วันแรก มียอดศพเข้ามา 89 ราย แบ่งออกเป็น 80 รายที่พบเป็นร่าง และ 9 รายที่เป็นชิ้นส่วน

ซึ่งในวันนี้ มีการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลเรียบร้อยแล้ว 86 ราย มีทั้งคนไทย เมียนมา กัมพูชา และลาว ส่วนชิ้นส่วนที่เหลือ ยังไม่สามารถเทียบกับใครได้ เพราะจากข้อมูล ก็พบว่ามีญาติศพบางส่วนที่ยังอยู่ที่ประเทศเมียนมา ยังไม่สามารถส่งเข้ามาเทียบกับศพได้ และอีกส่วนคือศพที่ยังไม่สามารถหาดีเอ็นเอได้ แต่ถือว่าเป็นส่วนน้อย เบื้องต้นมีประมาณ 3 ศพที่ยังเหลืออยู่

ส่วนวัตถุพยาน หลังจากมีการค้นหาศพ และเก็บวัตถุพยานหลักฐานต่างๆ ในระหว่างทาง ในทุกโซนที่ กทม. กำหนด เราได้เก็บวัตถุพยานทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนของเหล็ก ชิ้นส่วนของแท่งคอนกรีต และการสุ่มเก็บทั้งหมด เราได้ทำงานร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่ได้เข้าไปเก็บชิ้นส่วนทั้งหมด ซึ่งเหล็กเราได้เก็บไปทั้งหมด 366 เส้น แท่งคอนกรีต 237 แท่ง ทั้งหมดรวม 603 รายการ ที่เป็นตัวอย่างจากการเก็บตึกอาคารที่ถล่ม

ส่วนอาคารที่ไม่ได้ถล่ม เราได้เก็บแท่งคอนกรีตจากโถงทางเดิน โถงลิฟต์ ปล่องลิฟต์ บันไดหนีไฟ และเราได้เก็บแท่งปูน 41 ก้อน และบ่อลิฟต์อีก 40 ก้อน ซึ่งจากการประชุมเมื่อช่วงเช้า หลังจากได้มีการปิดศูนย์วันที่ 15 พ.ค. นี้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็จะอายัดสถานที่ต่ออีก 2 แห่ง ทั้งในส่วนของอาคาร สตง. ที่ถล่ม และกองซากปูนที่ไปกองไว้ตรงบางซื่อ โดยจะมีการเก็บตัวอย่างเพิ่มเติมจากทางกรมโยธาธิการและผังเมือง ในระยะเวลาที่กำหนด โดยในส่วนพื้นที่ สตง. จะอายัดไว้จนถึงวันที่ 31 พ.ค. นี้ และในส่วนของบริเวณบางซื่อ เราจะอายัดไว้จนถึงวันที่ 20 พ.ค. นี้

สำหรับญาติบางส่วนที่ยังรอศพอยู่ที่สถาบันนิติเวชวิทยา ขอให้ไม่ต้องรอ เพราะหลังจากมีการพิสูจน์อัตลักษณ์เสร็จแล้ว เราจะส่งข้อมูลให้กับพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ ซึ่งจะเป็นคนประสานทางญาติไปเอง รวมไปถึง 14 ศพที่จะทยอยออก และอีก 3 ศพที่เหลือ

ในส่วนที่เป็นกองเหล็กเส้น บริเวณศาลเยาวชนฯ จะมีกองเหล็กเส้นที่ใช้งานแล้ว และมีชิ้นส่วนตรงอาคารที่เราย้ายเก็บไปจากตัวอาคาร สตง. ไปอยู่อีก 2-3 ชิ้นส่วน จะขอพิจารณาเก็บเหล็กเส้น และคอนกรีตเพิ่มเติมจากชิ้นส่วนตรงนั้นที่เราเก็บไปตามกรอบระยะเวลา