"ไทยสร้างไทย" เตือนรัฐบาลทบทวนแจกเงินหมื่นดิจิทัลรอบ 3 ฉะ นโยบายไร้ความแน่นอน
โพสต์เมื่อ : 12 มี.ค 2568 เวลา 8:13 น.
"ไทยสร้างไทย" เตือนรัฐบาลทบทวนแจกเงินหมื่นดิจิทัลรอบ 3 ฉะ นโยบายไร้ความแน่นอน กรณีจ่ายค่าเทอมนักเรียน-นักศึกษาเดี๋ยวได้เดี๋ยวไม่ได้ ปล่อยเด็กใช้เงินซื้อเหล้าบุหรี่ได้ แนะเน้นสร้างงานมากกว่าหว่านเงินสด จับตาเบื้องหลังออกเหรียญดิจิทัล ส่อเอื้อกลุ่มทุน-เปิดช่องฟอกเงิน
เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2568 นายปริเยศ อังกูรกิตต โฆษกพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.)กล่าวถึงการเดินหน้านโยบายแจกเงินหมื่นดิจิทัลของรัฐบาลน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ว่า ตนขอตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของมาตรการดังกล่าวในการกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมเตือนให้รัฐบาลพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนเดินหน้าเฟส 3 แม้การแจกเงินสด 10,000 บาทที่ผ่านมา ประชาชนจะพึงพอใจ แต่ด้านเศรษฐกิจกลับไม่ได้ส่งผลกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยที่มีนัยสำคัญ เศรษฐกิจไทยในปี2567 เติบโตเพียง 2.5% ขณะที่ใช้งบประมาณไปคิดเป็น 0.8% ของ GDP กระตุ้นเศรษฐกิจได้เพียง 0.3% ถือเป็นอัตราที่ต่ำกว่าความคุ้มค่าของเงินภาษีที่ใช้ไป ขอตั้งข้อสังเกตว่าการแจกเงินรอบใหม่ที่จำกัดเฉพาะกลุ่มอายุ 16-20 ปี สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลอาจเผชิญปัญหาด้านงบประมาณ หรือมีการปรับลดวงเงินโครงการ จึงต้องตั้งคำถามถึงผู้มีอำนาจว่า นโยบายนี้ทำเพื่อประชาชนจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงเครื่องมือทางการเมืองของรัฐบาล ซ้ำยังมีความไม่แน่นอนในนโยบายภาครัฐ เช่น การจ่ายค่าเทอมของนักเรียนและนักศึกษาที่รัฐบาลเคยประกาศว่า สามารถนำไปใช้จ่ายในส่วนนี้ได้ แต่ตอนนี้เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ขาดความชัดเจน ทำให้ประชาชนสับสนและตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของการบริหารจัดการงบประมาณของรัฐบาล ในขณะเดียวกัน รัฐบาลกลับไม่สามารถควบคุมเรื่องการใช้เงินไปซื้อเหล้าและบุหรี่ของเยาวชนอายุ 16-20 ปี ที่ได้รับเงินจากโครงการแจกเงินดิจิทัล ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาสังคมตามมา
“มีข้อมูลว่า ขณะนี้มีความเคลื่อนไหวของผู้มีอำนาจและกลุ่มทุนในการเตรียมออกเหรียญดิจิทัลที่อาจเชื่อมโยงกับนโยบายแจกเงินดิจิทัลของรัฐบาล พร้อมตั้งข้อสงสัยว่า โครงการนี้อาจส่อว่าเป็นการทุจริตเชิงนโยบาย โดยเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนหรือพวกพ้อง มากกว่าการช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริงหรือไม่
และยังมีข้อกังวลว่าการออกเหรียญดิจิทัลอาจเปิดช่องให้เกิดการฟอกเงินได้ โดยการใช้กลไกของเงินดิจิทัลอาจทำให้มีการเคลื่อนย้ายเงินทุนที่ไม่โปร่งใสและยากต่อการตรวจสอบ หากไม่มีมาตรการกำกับดูแลที่ชัดเจนอาจกลายเป็นช่องโหว่ให้เกิดการฟอกเงินผ่านระบบนี้โดยง่าย
จึงขอให้สังคมจับตาอย่างใกล้ชิดว่า การออกเหรียญดิจิทัลนี้จะเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชน หรือเป็นการเปิดช่องให้มีการหาผลประโยชน์จากงบประมาณแผ่นดิน อาจนำไปสู่การตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลดำเนินนโยบายเพื่อเอื้อผลประโยชน์ให้กลุ่มทุน มากกว่าการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างแท้จริง" นายปริเยศ กล่าว
z-z1603487247937.jpg)