닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บ2พุัพะั

"ไทยสร้างไทย" ชี้เศรษฐกิจและกำลังซื้อของประชาชนยังเปราะบาง จี้รัฐบาลแก้หนี้ครัวเรือน-เพิ่มรายได้ประชาชน หลัง GDP ปี 2567 โตต่ำกว่าคาด แม้มีมาตรการแจกเงินหมื่น

 

เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2568   นายนพดล มังกรชัย รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย(ทสท.)และประธานคณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรค กล่าวถึงข้อมูลล่าสุดของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่ระบุว่า ไตรมาสที่ 2 ของปี 2567 หนี้ครัวเรือนของไทยอยู่ที่ 16.32 ล้านล้านบาท คิดเป็น 89.6% ของ GDP ว่า  ตนขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง แม้จะมีการปรับลดลงบ้าง พรรค ทสท. เสนอให้รัฐบาลดำเนินมาตรการเพิ่มรายได้และสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน โดยเน้นการส่งเสริมการจ้างงานที่มีคุณภาพ การพัฒนาทักษะแรงงาน และการสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เพื่อให้ประชาชนมีรายได้ที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต ลดการพึ่งพาการกู้ยืมทั้งในและนอกระบบ  และขอแนะนำให้รัฐบาลเตรียมความพร้อมรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยการกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ และพัฒนาตลาดภายในประเทศให้เข้มแข็ง เพื่อให้เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้


นายนพดล  กล่าวย้ำอีกว่า การเพิ่มตัวเลข GDP เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการเพิ่มรายได้และความมั่นคงของประชาชนควบคู่กันไป รวมถึงการออกมาตรการลดรายจ่ายของครัวเรือนอย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเหมือนที่ผ่านมา   ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยในปี 2567 ขยายตัวเพียง 2.5% ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ แม้จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เช่น การแจกเงิน 10,000 บาทผ่านโครงการดิจิทัลวอลเลท แต่กลับไม่สามารถกระตุ้นการบริโภคและเศรษฐกิจได้ตามเป้าหมาย สะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อของประชาชนที่ยังเปราะบาง
พรรค ทสท.เห็นว่ารัฐบาลต้องเร่งออกมาตรการเชิงรุกที่ไม่ใช่เพียงการแจกเงินระยะสั้น แต่ควรมุ่งเน้นการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน เพิ่มความมั่นคงทางเศรษฐกิจในครัวเรือน และลดรายจ่ายอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว