닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ4

"โรม" ชวน ปชช.ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง พร้อม จับตา การทำงานเจ้าหน้าที่รัฐ เรื่องเลือกตั้งหาเสียง- นับคะแนน ชี้ กกต. ควรทำงานให้น่าไว้วางใจ ฝากถึง ‘เลขขาธิการ กกต.’ ควรทำงานให้คุ้มเงินเดือน



วันที่ 28 ม.ค. 68 ที่ รัฐสภา  นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี การรณรงค์การให้ประชาชนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งอบจ. วันเสาร์ที่ 1 ก.พ. 68 กล่าวว่า ครั้งนี้การเลือกตั้งนายก อบจ. อาจจะแตกต่างจากหลายครั้งเนื่องจาก เป็นวันเสาร์และต้องยอมรับว่าอาจจะไม่สะดวกเท่าวันอาทิตย์

อย่างไรก็ตามในการเลือกตั้งท้องถิ่นที่มีการขับเคลื่อน โดยเฉพาะในโค้งสุดท้ายแบบนี้ คิดว่ามีความสำคัญที่พี่น้องประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกตั้งครั้งนี้ได้มากที่สุดไม่ว่าจะเป็นการใช้สิทธิ์เพื่อที่เราจะได้ตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริงและยืนยันว่าท้องถิ่นเป็นส่วนที่ใกล้ชิดกับประชาชนเป็นอย่างมาก ดังนั้นอยากให้ประชาชนไปใช้สิทธิ์ให้มากที่สุด

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ต้องยอมรับว่ามีข่าวหนาหูในเรื่องของการพยายามที่จะจ่ายเงินให้กับประชาชนทำให้เจตจำนงของประชาชนถูกบิดผันไปบางพื้นที่อาจมีการตกลงกันจ่ายเงิน200-1000 บาท หรือจะแบ่งกันเป็นรายงวด ตนได้รับเรื่องนี้กับประชาชนหลายคนถึงเรื่องของเบาะแสในพื้นที่ที่มีการจ่ายเงินซื้อเสียง 

ซึ่งหลายพื้นที่ที่เป็นแบบนี้มองว่าวิธีการที่ดีที่สุด จะป้องกันกระบวนการเหล่านี้ คือต้องการให้ประชาชนช่วยกันเป็นตาสับปะรดจับตาว่ามีการซื้อเสียงและจ่ายเงิน ในการหาเสียงหรือไม่  เราทุกคนสามารถที่จะมีส่วนร่วมในการจับตาเรื่องพวกนี้ได้ ถ้าหากมีการใช้เงินซื้อเสียงแบบนี้ แน่นอนว่าต้องมีการคอรัปชั่นซึ่งตนไม่อยากให้เกิดขึ้นอีกแล้ว

ทั้งนี้ยังจับตามองในเรื่องของเจ้าหน้าที่รัฐหรือฝ่ายปกครองทั้งหลาย อยากบอกว่า“พวกท่านต้องไม่เป็นมือเป็นไม้ในเรื่องของการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ต้องต่อต้านกับสิ่งเหล่านี้ และต้องช่วยกันจับตา ซึ่งทราบดีว่า ตำรวจในแต่ละโรงพักนั้นรู้ดีว่ามีการซื้อเสียงกันที่ไหน และอย่าให้เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะจะสร้างความอับอายแก่องค์กรของท่าน “ นายรังสิมันต์ กล่าว

เมื่อถามว่าทางพรรคประชาชนที่มีการเปิดเว็บไซต์เพื่อให้ประชาชนแจ้งเบาะแสเรื่องของการซื้อสิทธิ์ ขายเสียงหรือการคอรัปชั่น นั้นทำไมจึงเปิดเว็บไซต์ตรงนี้เพราะว่าไม่ไว้ใจในหน้าที่ของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) หรือไม่ นายรังสิมันต์โรม ระบุว่า การเลือกตั้งท้องถิ่น ยอมรับว่ามีเขตเลือกตั้งเยอะและวิธีการที่เชื่อว่าน่าจะดีที่สุดคือการต้องพึ่งพาประชาชน

“หาก กกต. ทำหน้าที่ให้สมกับความไว้วางใจเราก็อาจจะสามารถฝากความหวังไว้ได้ แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่ว่าการเลือกตั้งกี่ครั้งก็แล้วแต่ เราก็รู้ว่ามันมีการจ่ายเงินเพื่อซื้อเสียง และทางกกต. จับได้กี่คน,จัดการปัญหาตรงนี้ได้เท่าไหร่และ นำไปสู่การป้องกันได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นเราจะหวังพึ่งแต่ กกต. ได้ไหม ตนมองว่าไม่ได้“ นายรังสิมันต์ กล่าว

ดังนั้น การที่ประชาชนตื่นตัวในเรื่องของการจับตาการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่ได้แค่ประโยชน์ในเรื่องของการปกป้องเสียงของประชาชนเท่านั้น แต่เป็นการกระตุ้นให้องค์กรที่มีหน้าที่และมีอำนาจได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างที่ควรจะทำมานานแล้ว

ซึ่งตอนนี้มีเบาะแสมาเรื่อยๆในเรื่องของการซื้อเสียงหนักสุดตอนนี้คือเงินออกไปแล้ว ซึ่งยืนยันว่าครั้งนี้เราเอาจริงและพยายามมอนิเตอร์อย่างใกล้ชิดพร้อมจับตาการทำงานเจ้าหน้าที่รัฐ แน่นอนว่าตอนนี้อยู่ในระหว่างรวบรวมและประมวลหลักฐานว่าตกลงแล้ว กกต. จะทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ตัวอย่างเคสที่ชัดมาก ในกรณีที่ประชาชนคนหนึ่งที่ได้โยนขวดใส่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระหว่างการช่วยหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา ซึ่งตนติดตามหลังจากที่มีการพูดถึงเรื่องเงิน ได้ปรากฏว่าเหมือนมีความพยายามโดยเจ้าหน้าที่รัฐที่พยายามควบคุมป้าและบอกว่าไม่ต้องไม่ต้องพูดหรือขยายความเรื่องนี้ต่อ  “วันนี้เราเห็นความคืบหน้าของหน่วยงานรัฐในเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งตนมองว่า ไม่”

สำหรับคนที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐอย่าคิดว่าตนเองจะให้คุณให้โทษกับคนอื่นได้อย่างเดียว เพราะเราเองหากมีหลักฐานที่เพียงพอ เราก็พร้อมที่จะใช้กลไกทุกช่องทางในการดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต ครั้งใหญ่นี้ และอย่าลืมว่าการใช้เงินซื้อเสียงกันแบบนี้มันทำลายระบอบประชาธิปไตย 

ทั้งนี้ กกต.ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ ทำอะไรมากแค่ไหนเพราะยังไม่เห็นว่าทาง กกต. จะทำอะไรกับเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ จึงอยากฝากไปถึง “นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ว่าให้ช่วยทำหน้าที่ให้สมกับเงินเดือนที่ท่านได้รับจากประชาชน และทำหน้าที่ให้สมกับการเป็นกกต. ทราบดีว่าประวัติราชการของท่านและความเป็นมาเป็นอย่างไร ซึ่งท่านได้ตอบแทนบุญคุณไปหมดแล้วในเรื่องเหล่านั้น” ดังนั้นจึงอยากให้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดเพื่อประโยชน์ของประชาชน นายรังสิมันต์ กล่าว

เมื่อถามในเรื่องของแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ที่มีการแจก แต่คนต่างจังหวัดอาจจะคิดว่าเป็นบุญคุณที่จะต้องเลือก นายรังสิมันต์ เผยว่า อยากจะใช้โอกาสนี้ในการทำความเข้าใจว่าเงิน 10,000 บาทเป็นเงินของประชาชนอยู่แล้วและเป็นเงินที่ประชาชนได้มีการเสียภาษี ดังนั้นจึงเป็นเงินที่ควรจะเป็นของประชาชนอยู่แล้ว ตนคิดว่าเราต้องช่วยกันบอกว่าประชาชนไม่ได้เป็นหนี้บุญคุณใคร และเป็นสิ่งที่ประชาชนควรจะได้รับ พวกเราที่เข้ามาในสภาทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน เป็นหนี้บุญคุณต่อประชาชนที่ให้โอกาสในการเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ที่ พร้อมยืนยันว่าประชาชนไม่ได้เป็นหนี้บุญคุณใครแต่เป็นพวกเราต่างหากที่เป็นหนี้บุญคุณประชาชน