"โนโรไวรัส" โรคระบาดที่ต้องเฝ้าระวัง
โพสต์เมื่อ : 14 ธ.ค 2567 เวลา 14:43 น.
"โนโรไวรัส" โรคระบาดที่ต้องเฝ้าระวัง
ในกระแสโซเชียล จะมีการแชร์ถึงโรคระบาด "โนโรไวรัส" ในประเทศจีนซึ่งพบมากในโรงเรียนเด็กเล็ก โดยเฉพาะในฤดูหนาว ซึ่งวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับไวรัสตัวนี้ ที่ไม่รุนแรงแต่ก็สามารถติดเชื้อได้ง่ายเป็นสาเหตุของอาการท้องเสียและอาเจียนรุนแรง
โนโรไวรัส เป็นเชื้อไวรัสตัวหนึ่งที่ระบาดจากคนสู่คน ซึ่งพบครั้งแรกเมื่อปี 2515 โดยการแพร่เชื้อผ่านทางละอองน้ำลาย อุจาระหรืออาหารที่ปนเปื้อนเชื้อตัวนี้ และสิ่งสำคัญคือเชื้อไวรัสตัวนีั้ค่อนข้างทนต่อแอลกอฮอลล์ล้างมือ เนื่องจากไวรัสไม่มีชั้นห่อหุ้มที่เป็นไขมันเมื่อถูกแอลกอฮอลล์ ซึ่งมีฤทธิ์ทำลายไขมันจึงไม่ค่อยส่งผลมากนักต่อการทำลายชื้อไวรัสตัวนี้ โดยน้ำยาฆ่าเชื้อสูตรแรงๆที่ใช้แล้วจะสามารถทำลายได้ส่วนใหญ่จะเป็นสารเคมีจำพวกคลอรีน เช่น โซเดียมไฮโปคลอไรด์ คลอรอกซ์ และ ไฮเตอร์ หรือการผ่านความร้อนอุณหภูมิสูงก็สามารถทำลายได้เช่นกัน
ส่วนอาการที่พบได้หลักๆของโรคก็คือการ ปวดท้อง ท้องร่วง อาเจียน มีไข้อ่อน และท้องเสีย ซึ่งหากรุนแรงจะทำให้เกิดอาหารร่างกายขาดน้ำได้ โดยจะพบได้ในเด็กหรือผู้สูงอายุ ที่มีอาการรุนแรงมากจกการขาดน้ำ ซึ่งส่วนใหญ่จะหายได้ใน 2-3 วัน แต่เชื้อจะยังคนอยู่ในร่างกายได้นานถึง 2 สัปดาห์ โดยออกมาทางอุจจาระของผู้ที่เป็นพาหะ
การป้องกันของโรค "โนโรไวรัส" คือการกินร้อน ใช้ช้อนกลาง ล้างมือบ่อยๆด้วยสบู่ที่มีฤทธิ์เข้มข้น และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารสุกๆดิบๆเช่น หอยชนิดต่างและอาหารหมักดอง ซึ่งวิธีการรักษาในปัจจุบันคือการ รักษาไปตามอาการเนื่องจากยังไม่มียารักษาโรคออกมาอย่างตรงจุด โดยอาการหนักของโรคคือการขาดน้ำจากการท้องเสีย จึงแนะนำให้ผู้ป่วยดื่มเกลือแร่หรือให้น้ำเกลือเพื่อป้องกันการช็อคจากสภาวะขาดน้ำรุนแรงที่เสี่ยงถึงแก่ชีวิต
โดยสรุปแล้ว โรคโนโรไวรัสเป็นโรคที่ไม่ได้รุนแรงสามารถป้องกันได้แต่เพียงติดเชื้อได้ง่ายและยังไม่มีวัคซีนออกมารักษาอย่างจริงจัง ทำให้เกิดการระบาดอย่างหนักโดยเฉพาะในประเทศจีน ซึ่งมีอากาศหนาวเย็นกว่า ส่วนประเทศไทยก็ยังไม่มีพบการระบาดในช่วงนี้ แต่การเฝ้าระวังก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อหวั่นเชื้อจะลุกลามและบานปลายได้
z-z1603487247937.jpg)