"เลขาฯ อาชีวะ" เผยมุ่งปรับปรุงอาชีวะให้ก้าวทันโลก 8 ด้าน
โพสต์เมื่อ : 18 ต.ค 2568 เวลา 7:44 น.
"เลขาฯ อาชีวะ" เผยมุ่งปรับปรุงอาชีวะให้ก้าวทันโลก 8 ด้าน ชี้ครูมีผลงานมากค่าตอบแทนก็มาก เชื่อนศ.ลดลงไม่กระทบสถาบันอาชีวะ
วันที่ 17 ต.ค. 68 ที่โรงแรมโฆษะ จ.ขอนแก่น นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวถึงแนวทางการดำเนินงานอาชีวศึกษาในปีงบประมาณ 2569 ว่า อาชีวะเป็นองค์กรที่มีผลงานเน้นขับเคลื่อนของประเทศตอบโจทย์นโยบายรัฐบาล สิ่งสำคัญคือเราทุกคนคือคนสำคัญ ถึงแม้จะเปลี่ยนกี่นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาก็มีอาชีวะ หากไล่ย้อนกลับไปในปีประมาณที่ผ่านมายอดการเกิดจะลดลงเนื่องจากหลายปัจจัย แต่เราเน้นในเชิงคุณภาพและเน้นในสิ่งที่เรารับเข้ามาและช่วยกันพัฒนาการเรียนการสอนการพัฒนาอาชีวะเพื่อตอบโจทย์ให้ตรงต่อตลาดแรงงาน
แนวทางในการดำเนินงานปีงบประมาณ 2569 มีแปดด้านคือ ส่งเสริมการเรียนรู้อาชีวะ ปฏิรูประบบอาชีวศึกษา เสริมสร้างอาชีวศึกษาแห่งความสุขปลอดภัย พัฒนาทักษะและสมรรถนะวิชาชีพ พัฒนาเครือข่าย ยกระดับการบริหาร เสริมสร้างภาพลักษณ์ เพิ่มประสิทธิภาพ
ทั้งยังกล่าวอีกว่ามีการพยายามสนับสนุนให้วิทยฐานะที่สูงขึ้นแต่การสูงขึ้นนั้นไม่ได้ให้ง่ายๆ เนื่องจากต้องมีปริมาณคุณภาพงาน โดยต้องมุ่งมั่นในการจัดการเรียนการสอนกับผู้เรียนมีผลงานทางด้านวิชาการหลายรูปแบบ ซึ่งมุ่งมั่นและจัดสนับสนุนให้เห็นในส่วนนี้ ซึ่งหากครูมีผลงานทางวิชาการสูงขึ้นก็ หมายถึงการเรียนการสอนการศึกษาทางอาชีวะถูกพัฒนาขึ้นซึ่งจะตอบโจทย์และทำให้มีความก้าวหน้าโดยมีค่าตอบแทนที่เพิ่มขึ้น ไปลดในส่วนของการแก้ไขปัญหา หนี้สินครูภายในตัว รวมถึงย่อมมีการดำเนินการจัดเกณฑ์ซึ่งเป็นกลุ่มข้าราชการที่ดูแลในส่วนอาชีวะและส่วนใหญ่จะอยู่ในวิทยาลัยสถาบันอาชีวศึกษา ซึ่งสิ่งนี้มีทั้งหมดสองเกณฑ์คือการขยับครูชำนาญการพิเศษขึ้นเป็นครูเชี่ยวชาญการใน และสิ่งที่ตอบโจทย์คือผู้อำนวยการสำนักในสถาบันที่เป็นอำนวยการ ก็ขอให้เป็นอำนวยการศูนย์เทียบเท่ากับศึกษาธิการจังหวัดซึ่งเป็นในส่วนของภาคราชการ ยังอยู่ในส่วนของภาคเอกชน แต่การเพิ่มขึ้นนั้นไม่ได้เพิ่มขึ้นและเพิ่มเลยแต่ต้องค่อยเป็นค่อยเป็นไปด้วยปริมาณงานและคุณภาพงาน เพื่อปรับให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด รวมถึงเรื่องโครงสร้างสถาบันก็เป็นส่วนสำคัญเพราะกลุ่มคนก็หากเกิดเกิดขึ้นจริงๆก็ต้องมาดูกันว่าสถาบันต้องมีการพูดคุยกับสภาสถาบันหรือผู้อำนวยการสถาบันว่าจะวางแผนอย่างไร
ส่วนในด้านของเอกชนนั้นนายยศพล กล่าวว่ามีการสนับสนุนในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณหรืออะไรต่างๆแต่เรื่องของภาคเอกชนนั้น เป็นเรื่องของความก้าวหน้าทางวิชาชีพจะให้เหมือนกับภาพราชการคงไม่ได้ เนื่องจากเป็นเรื่องของเอกชนโดยอาจเป็นไปได้ในเรื่องของการใช้การประยุกต์มาใช้และมีการพัฒนาเพื่อเห็นประสิทธิภาพที่มากขึ้น เป็นส่วนหนึ่งในการพูดคุยและจัดสรรงบประมาณในบางเรื่องที่อาจจะทำและพัฒนาในการเรียนการสอน
เมื่อถามถึงเงินวิทยฐานะที่จะได้นั้นเพิ่มขึ้นอย่างไร นายยศพล กล่าวว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 10,000 + 10,000 ตามเกณฑ์ ถ้าเกิดมีตำแหน่งวิทยฐานะ ส่วนเรื่องที่จำนวนนักศึกษาลดลงนั้นเป็นจุดวิกฤตหรือไม่ตนมองว่าเรื่องนี้ทราบกันมานานเนื่องจากเกิดเกิดจากอัตราการเกิดที่น้อยลงและรูปแบบการการสอนมีการปรับเปลี่ยนแม้แต่ในระดับอุดมศึกษาหรือบางส่วนทำให้มีเด็กเลือกระบบการเรียนการสอนนอกห้องเรียนซึ่งเป็นหลักสูตรระยะสั้นอาชีวะก็ได้รับการตอบโจทย์ ตนมองว่าการศึกษามันเปลี่ยนแปลงไป นักศึกษาจบมาก็ไม่ได้อยากได้วุฒิบางคนก็อาจจะอยากได้วิชาชีพติดตัว ซึ่งเป็นทักษะที่โลกเปลี่ยนแปลงไปคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งแต่ก็ต้องให้เด็กเข้าสู่ระบบการศึกษาโดยดึงให้เด็กกลับมาในระบบการเรียนถ้ายังอยู่ในการศึกษาขั้นพื้นฐาน
เมื่อถามถึงแนวทางของอาชีวะในการดึงเด็กกลับเข้ามาศึกษานั้นในช่วงวัยที่ยังไม่ถึงเกณฑ์จะให้ไปเรียนในรูปแบบไหน นายยศพล กล่าวว่าอาชีวะตระหนักถึงส่วนนี้ก็พบว่ามีเด็กที่ขาดเรียนไประหว่างคันจึงมีการออกช่วยเหลือดูแลนักเรียนต่างๆ ถ้าหากมีปัญหาก็ให้รู้ว่าเกิดจากปัจจัยอะไรถ้าหากเกิดจากการย้ายถิ่นที่อยู่อาศัยก็ต้องดูว่าเด็กสามารถเรียนต่ออีกที่ได้หรือไม่ ถ้าหากเกิดทางปัจจัยอื่นก็จะได้แก้ไขได้
เมื่อถามถึงจำนวนเด็กอาชีวะที่ลดลงในปัจจุบันถ้าขยับมากขึ้นเรื่อยๆและจำนวนของวิทยาลัยอาชีวะที่มีอยู่ในปัจจุบันจำเป็นต้องลดลงหรือไม่นั้น นายยศพล กล่าวว่ามันไม่ได้มีผลกระทบตรงนั้นเพราะเด็กที่ลดลงแต่วิทยาลัยก็คงอยู่ แต่เนื่องจากปัจจัย หลายๆอย่างก็มีมาตรการออกมาและเป็นประเด็น โดยทั่วประเทศเรามีวิทยาลัยกว่า 800 แห่งถ้าจะรองรับเด็กที่เรียนอาชีวะ เพราะปีนึงเด็กจบมัธยมศึกษาปีที่สามมากกว่าหลักแสนคนจำนวนวิทยาลัยที่มีอยู่อาจจะรองรับไม่พอก็ต้องใช้ระบบต่างๆในการนำเด็กไปอยู่กับผู้ประกอบการหรือ หมุนเด็กเข้ามาในสถานศึกษาที่มีอยู่
ส่วนการปรับเปลี่ยนในยุคของโซเชียลปัจจุบันนั้นมีการปรับเปลี่ยนอย่างไรนายยศพล กล่าวว่าทางรัฐมนตรีก็ฝากมาให้ใช้ทั้ง ใช้ ai เข้ามามีส่วนในการเรียนการสอนหรือใช้ระบบทวิภาคีเข้มข้นให้ตอบโจทย์ ซึ่งในขณะเดียวกันก็เน้นที่จะทำในภาคีเครือข่ายต่างๆทางกลุ่มสาขาวิชาชีพที่เกิดขึ้นมาดูและสิ่งสำคัญคือสำรวจความต้องการของตลาดว่าแต่ละปัจจัยแต่ละวิชาชีพที่สังคมต้องการนั้นมุ่งเน้น เพราะเห็นพัฒนาการความก้าวหน้าและความมั่นคงก็มีการปรับ รวมถึงต้องใช้หลักสูตรระยะสั้นด้วยถ้าหากมีอาชีพใหม่ๆ
z-z1603487247937.jpg)