닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมาก---7ฃ

"เท้ง" แนะ ธปท.หาสมดุลบล็อกบัญชีม้า จ้อ TIAM แก้112 ตามกรอบศาลรธน. ฟุ้งใช้ 140 เสียงกำกับรัฐบาลให้ทำตามเอ็มโอเอ 



วันที่ 16 ก.ย. 2568 ที่ อาคารอนาคตใหม่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญวุฒิ หัวหน้าพรรคปชน. ให้สัมภาษณ์ ถึงมาตรการเพิกถอนการระงับบัญชีธนาคารชั่วคราวในบัญชีที่อาจมีความเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า ว่า ตนเองได้ติดตามการให้ข้อมูลจากตัวแทนธปท.พบว่า การออกแบบการระงับบัญชี อาจจะต้องดูในรายละเอียด เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้บริสุทธิ์ เช่น พ่อค้าแม่ค้าที่ทำธุรกรรมทางออนไลน์ ซึ่งจะต้องหาความสมดุลทำอย่างไรให้เราบล็อกบัญชีม้าได้ทันท่วงที ไม่กระทบกับประชาชนเป็นวงกว้าง การจะออกมาเยียวยาผู้เสียหายหรือไม่ เชื่อว่าหน่วยงานมีมาตรการคำนึงถึงเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว

นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงกรณี ตนเองให้สัมภาษณ์ เกี่ยวกับการแก้ไขมาตรา 112 กับนิตยสาร TIME ว่า  ยังยืนยันคำเดิมกฎหมายฉบับนี้ บางส่วนก็ยังมีปัญหา แต่จะแก้อย่างไร ก็ต้องแก้ภายใต้กรอบคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อถามว่า คำที่ออกมาใช้คำว่าพร้อมแก้ไข เมื่อมีอำนาจ จะไม่ทำให้พรรค ถูกอุบัติเหตุทางการเมืองหรือไม่  นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ถ้าหมายถึงนิติสงคราม ตนก็ไม่สามารถตอบได้ เป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้จริงๆ  เมื่อถามว่าท่าทีพรรคปชน. ตอนนี้เหมือนกับเดินไปตามกรอบของศาลรัฐธรรมนูญ มากเกินไป จนทำให้ลดอำนาจรัฐสภาลง  นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ทำไมเราต้องเรียกร้องให้เดินหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และพรรคปชน.เองตัดสินใจโหวต เลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯคนที่ 32 หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญ นอกจากการยุบสภาฯภายในกรอบ 4 เดือนคือการเปิดประตูสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเราต้องการวางบทบาทอำนาจหน้าที่ขององค์กรอิสระให้เป็นไปตามหลักสากล และยุติกระบวนการนิติสงคราม

นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงการเตรียมอภิปรายในวันแถลงนโยบายรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกฯ จะมีการพุ่งเป้าไปในทิศทางไหนเป็นพิเศษ หรือไม่  ว่าทั้งในเรื่องคุณสมบัติตัวบุคคลในครม. ใครที่มีประวัติไม่ดีหรือเห็นได้ว่า น่าจะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องคดี ผลประโยชน์ต่างๆ รวมถึงนโยบายที่ไม่มีความเหมาะสม เป็นกรอบหลักๆที่เราใช้ในการอภิปราย ซึ่งสิ่งสำคัญตอนนี้คือการเดินหน้าให้อยู่ในกรอบของเอ็มโอเอ  ตัวแทนพรรคต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคภท. และพรรคพท. พรรคปชน.เห็นตรงกันสามารถเดินหน้าแก้ไขหมวด 15 ในช่วงระยะเวลา4เดือนได้ ยังยืนยันว่าสิ่งที่เราทำหน้าที่คือใช้ทั้ง 140 กว่าเสียงในการกำกับทิศทางรัฐบาลให้ทำตามเอ็มโอเอ ส่วนตัวยังเชื่อว่าทิศทางเป็นไปทางที่ดีอยู่ และเมื่อไหร่ที่เราเห็นว่ามีการส่งสัญญาณทำให้เกิดการบิดพริ้ว ไม่ทำตามสัญญาหรือมีการถ่วงเวลา เราพร้อมใช้เสียงของเราในการตรวจสอบรัฐบาล  นอกจากนี้ กรณีน.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม.พรรคปชน. เป็นความเห็นในฐานะส่วนตัว แต่ตนต้องขอยืนยันอีกครั้งว่า พรรคปชน. ไม่ได้มีส่วนร่วมในการจัดตั้งรัฐบาลแต่อย่างใด เรายืนยันมาโดยตลอดว่า เราเป็นฝ่ายค้าน