"เฉลิมชัย" เผย ผลสำเร็จเจรจาญี่ปุ่น พัฒนาศักยภาพทรัพยากรน้ำบาดาล
โพสต์เมื่อ : 6 ก.พ 2568 เวลา 4:35 น.
"เฉลิมชัย" เผย ผลสำเร็จเจรจาญี่ปุ่น ขยายความร่วมมือ พัฒนาศักยภาพทรัพยากรน้ำบาดาลและเทคโนโลยีแหล่งกักเก็บน้ำใต้ดินเพื่ออนาคต
วันที่ 6 กุมภาพันธุ์ 2568 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) พร้อมคณะ อาทินายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานที่ปรึกษารมว. ทส. ,นายนริศ ขำนุรักษ์ ,นายธนา ชีรวินิจ คณะทำงาน รมว.ทส. ,นายวิชชุ เวชชาชีวะ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว นายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลและคณะผู้แทนไทย เข้าพบหารือกับนายคัตสุโนริ ทาคาฮาชิ ( Mr. Katsunori Takahashi )รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (Ministry of Land, Infrastructure, Transport and Tourism: MLIT)เพื่อขยายความร่วมมือด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ น้ำใต้ดินและน้ำบาดาลที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
โดยนายเฉลิมชัย เปิดเผยว่า ตนได้หารือในหลากหลายประเด็นสำคัญ ตั้งแต่เรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการ (Integrated Water Resources Management: IWRM) , การพัฒนาเทคโนโลยีแหล่งกักเก็บน้ำใต้ดิน และการสร้างความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการเสริมสร้างศักยภาพด้านทรัพยากรน้ำ โดยเฉพาะน้ำใต้ดินและน้ำบาดาล ซึ่งเทคโนโลยีใหม่ๆจะถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ น้ำใต้ดิน และน้ำบาดาลของประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน อีกทั้งยังช่วยในการต่อยอดการศึกษาและวิจัยเพื่อรองรับความท้าทายด้านทรัพยากรน้ำในอนาคตด้วย ทั้งนี้ นายคัตสุโนริ ทาคาฮาชิ ( Mr. Katsunori Takahashi )รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (Ministry of Land, Infrastructure, Transport and Tourism: MLIT) ได้นำเสนอการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ น้ำใต้ดิน น้ำพุร้อนและน้ำบาดาลของญี่ปุ่นพร้อมกับตอบรับข้อเสนอในการขยายความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่นกับไทยพร้อมมอบหมายหน่วยงานในสังกัดประสานงานกับกรมน้ำบาดาลตามข้อหารือร่วมกัน
“นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของการเยือนญี่ปุ่นเมื่อวานนี้(4 กพ.68)ในการขยายความร่วมมือระหว่างประเทศไทย-ญี่ปุ่น ในด้านการพัฒนาศักยภาพของทรัพยากรน้ำ น้ำใต้ดินและน้ำบาดาลในภาวะที่เผชิญกับภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(Climate Change)ซึ่งส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ทั้งเรื่องน้ำท่วม และภัยแล้งโดยเฉพาะการขาดแคลนน้ำเพื่อภาคการเกษตร การอุปโภคบริโภค การรักษาระบบนิเวศ การท่องเที่ยวและอุตสาหกรรม” นายเฉลิมชัย กล่าว
z-z1603487247937.jpg)