"เจ๊หนิง" พาหลานชายเข้ามอบตัวคดีแจ้งความเท็จ "เมียบิ๊กตำรวจ"
โพสต์เมื่อ : 21 ธ.ค 2567 เวลา 10:50 น.
"เจ๊หนิง" พาหลานชายเข้ามอบตัวคดีแจ้งความเท็จ "เมียบิ๊กตำรวจ" ยันเห็นเมียบิ๊กตำรวจมากับพวกอีก 3 คน หิ้วกระเป๋าสีดำออกจากห้องพักคอนโด ตร.ให้ประกันตัวใช้หลักทรัพย์เงินสด
กรณี น.ส.ธนัฎฐา ยอดเยี่ยม หรือหนิง อดีตอาจารย์พิเศษสาวโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพรานแจ้งความให้ดำเนินคดีนางศิรินัดดา หักพาล ภรรยาพล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาลอดีต รองผบ.ตร.ก่อเหตุลักเงินสดและทองคำมูลค่าเกือบ6ล้านที่จะใช้ไว้เป็นสินสอดในงานแต่งงาน
ข้อหาลักทรัพย์ในเคหสถานและบุกรุกเคหสถาน ขณะเดียวกัน นางศิรินัดดา แจ้งความกลับคู่กรณีแจ้งความเท็จกลั่นแกล้งผู้อื่นให้รับโทษทางอาญา ต่อมาศาลอาญากรุงเทพใต้ ออกหมายจับ น.ส.ธณัฏฐา ยอดเยี่ยม หรือ เจ๊หนิง พ.ต.อ.ภีมพจน์ น้อมชอบพิทักษ์ อดีตอาจารย์ (สบ4) กลุ่มงานคณาจารย์ คณะตำรวจศาสตร์โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ปฏิบัติราชการที่
ศปก. บช.รร.นรต และนายพงษ์พัฒน์ วรเกต หลานเจ๊หนิง ที่จ.1118,1119,1120/2567 ลงวันที่ 22 พ.ย.67 ตามลำดับ ข้อหา ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวนเป็นการเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษหรือรับโทษหนักขึ้น
ความคืบหน้าที่สน.พระโขนง เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 28 พ.ย. น.ส. ธนัสฐา ยอดเยี่ยม (เจ้หนิง) และนายพงษ์พัฒน์ วรเกต อายุ 23 ปี (หลาน) โดยขับรถเบนซ์ รุ่น E300 สีขาว ทะเบียน 365 กรุงเทพมหานคร เพื่อพาหลานเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ ผกก.สน.พระโขนง ภายหลังจากที่ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.1120/2567 ลงวันที่ 22 พ.ย.67 ข้อหา ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวนเป็นการเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษหรือรับโทษหนักขึ้น
น.ส.ธนัสธา กล่าวว่า วันนี้ได้พาหลานเข้ามาพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากทราบว่าได้ถูกออกหมายจับดัวย ตนได้เตรียมเงินสด 75,000 บาท ไว้เพื่อขอยื่นประกันตัวหลานไว้แล้ว หลานชายเพิ่งกลับมาจากจ.เชียงราย ก่อนมาหาตนและเดินทางจากจ.นครปฐม เพื่อมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนหน้านี้หลานไม่ได้รับหมายเรียกใดๆเลย ปกติหมายจะถูกส่งไปยังภูมิลำเนา จ.เพชรบูรณ์ แต่ได้ตรวจสอบแล้วก็ไม่มี
ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบจากสัญญาณโทรศัพท์มือถือในวันเกิดเหตุแต่ไม่พบว่าหลานชายอยู่ในที่เกิดเหตุนั้น นายพงษ์พัฒน์ กล่าวว่า ตนไม่ได้พกโทรศัพท์ไว้ที่ตัว เนื่องจากโทรศัพท์พัง แต่ยืนยันว่าในวันเกิดเหตุตนได้เดินทางไปที่คอนโดดังกล่าวและพบภรรยาของอดีตนายพลตำรวจเอกจริง โดยที่ภรรยาอดีตนายพลตำรวจเอกได้มากับพวก อีก 3 คน ตนไม่รู้จัก และไม่ทราบว่าเป็นภรรยาของอดีตนายพลตำรวจเอก แต่เคยเจอกับภรรยาอดีตนายพล 1 ครั้ง ที่บ้านพักย่านคลอง7 จ.ปทุมธานี ภรรยาของอดีตนายพลตำรวจไปเข้าห้องน้ำที่บ้าน แต่แค่เห็นผ่านๆ ในวันเกิดเหตุ ตนนั่งแท็กซี่ไปที่คอนโดเวลาประมาณบ่าย 2 และขึ้นห้องพักของป้าหนิง ที่ชั้น 7 พบภรรยาของอดีตนายพลตำรวจเข้าไปในห้อง จากนั้นเห็นถือกระเป๋าสีดำคล้ายกระเป๋าโน๊ตบุ๊ก ออกมา รายละเอียดทั้งหมด ตนได้ให้กับพนักงานสอบสวนไว้ในสำนวนหมดแล้ว จากนั้นตนได้ลงจากคอนโดและไปยืมโทรศัพท์มือถือจาก คนที่อยู่ด้านล่าง เพื่อโทรไปหาป้าหนิง เมื่อป้ามาถึงก็รู้สึกตกใจ ตนอธิบายให้ป้าฟังว่า มีผู้หญิง 1 คนเป็นภรรยาของอดีตนายตำรวจ มากับพวกอีก 3 คนเข้าไปในห้อง
น.ส.ธนัฎฐา กล่าวอีกว่า ตนพร้อมที่จะให้ตำรวจตรวจสอบในเรื่องเบอร์โทรศัพท์ ที่หลานใช้โทรเข้าในวันเกิดเหตุ รวมถึงคดีที่ตนแจ้งความไว้ ได้เตรียมนำหลักฐานการซื้อทองคำไปมอบให้ในชั้นศาล ขณะนี้อยู่ระหว่าง รอผลตรวจจากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ที่เข้าไปเก็บพยานหลักฐาน และรอยนิ้วมือที่คอนโดฯเกิดเหตุ เพื่อนำมาเป็นหลักฐานเพิ่มเติมและได้นำภาพหลักฐานคลิปวิดีโอ ประตูห้องพักของ พ.ต.อ. ภีมพจน์ น้อมชอบพิทักษ์ (สามี) ที่อยู่ภายในโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ที่ถูกคนร้ายงัดประตูห้องแต่ไม่สามารถเข้าไปภายในห้องได้ โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนเจ๊หนิง จะถูกศาลออกหมายจับในคดีแจ้งความเท็จ ให้กับผู้สื่อข่าวดู ฝ่ายสามีอยู่ระหว่างขอภาพกล้องวงจรปิดจากทางโรงเรียน เพื่อจะใช้เป็นหลักฐาน ในการติดตามตัวผู้ที่ก่อเหตุดังกล่าว
ต่อมา พ.ต.ท.ประยูร ทองนุ่น รอง ผกก.สอบสวน สน.พระโขนง นำนายพงษ์พัฒน์ ลงมาทำประวัติและพิมพ์ลายนิ้วมือ ภายในห้องสืบสวน
ภายหลังการสอบปากคำนายพงษ์พัฒน์ เสร็จสิ้น พนักงานสอบสวนอนุญาตให้ประกันตัวชั่วคราว โดย น.ส.ธนัฎฐา ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด เงินสด 75,000 บาท ก่อนปล่อยตัวกลับ
z-z1603487247937.jpg)