"อังคณา" จวก รัฐไทยปกปิด บิดเบือน ปมส่งอุยกูร์กลับจีน
โพสต์เมื่อ : 28 ก.พ 2568 เวลา 8:48 น.
"อังคณา" จวก รัฐไทยปกปิด บิดเบือน ปมส่งอุยกูร์กลับจีน เผยมีประเทศรอรับสวนทางรัฐบาลแถลง
วันที่ 28 ก.พ. 2568 ที่ รัฐสภา นางอังคณา นีละไพจิตร ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา แถลงข่าว กรณีไทยส่งชาวอุยกูร์ทั้ง 40 คนกลับประเทศจีน ว่า ทางกรรมาธิการได้ออกแถลงการณ์เพราะมีความห่วงใยเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมาทางกรรมาธิการได้รับหนังสือร้องเรียนจากผู้ที่อยู่ในห้องกักแบบเศษกระดาษ และฝากส่งมายังกรรมาธิการเผื่อให้ส่งต่อไปยังสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR)
นางอังคณา ระบุว่า หนังสือฉบับดังกล่าวระบุชัดเจนว่าเขาประสงค์ที่จะไม่กลับประเทศจีน ซึ่งทางกรรมาธิการได้รับหนังสือมาเมื่อปลายปีที่แล้ว และได้ทำหนังสือถึงสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 3 ครั้งตั้งแต่เดือน ธ.ค.2567 จนถึง ม.ค. 2568 เพื่อขอเข้าเยี่ยมแต่ได้รับการปฏิเสธมาตลอดทั้ง 3 ครั้ง แต่ได้หนังสือตอบกลับมาว่า เชิญให้กรรมาธิการ ไปพบที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แจ้งวัฒนะ
"ทางกรรมาธิการจึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง สตม. สตช. สมช. กระทรวงต่างประเทศและกระทรวงยุติธรรม ทุกหน่วยงานให้ความร่วมมือในการเข้ามาชี้แจง และยืนยันว่าจะไม่มีการส่งชาวอุยกูร์กลับประเทศต้นทาง อย่างเด็ดขาด จะเคารพสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพของผู้ลี้ภัยเหล่านี้ " นางอังคณากล่าว
นางอังคณา เปิดเผยว่า ตนยังได้โทรศัพท์หารือกับเลขาสมช.ด้วยตัวเอง และได้รับการยืนยันว่าไม่มีคำสั่งให้ส่งกลับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้รู้สึกว่าการที่รัฐบาลออกมาแถลงเมื่อวานเป็นการปกปิดข้อเท็จจริง และการบอกว่าชาวอุยกูร์ทั้งหมดสมัครใจกลับประเทศ ตนคิดว่าไม่มีใครเชื่อกรรมาธิการเองก็ไม่เชื่อ เพราะข้อมูลที่ได้รับมาตลอดไม่ได้เป็นเช่นนั้น ตอนเป็นกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ได้เข้าไปเยี่ยมผู้ลี้ภัยกลุ่มนี้หลายครั้ง ทุกคนให้ความจำนงอย่างเดียวว่าต้องการไปตั้งรกรากถิ่นฐานประเทศที่ 3ซึ่งมีหลายประเทศยินดีรับชาวอุยกูร์เหล่านี้ไป
"แต่สิ่งที่รัฐบาลแถลงเมื่อวานก็คือไม่มีประเทศไหนรับขอเรียนตรง ๆ ว่าไม่เป็นความจริง ตนจึงมีความห่วงใยและความกังวล ว่าสิ่งเหล่านี้จะกระทบต่อความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในเวทีโลก และทำให้เห็นเลยว่าประเทศไทยไม่เป็นสถานที่ปลอดภัยสำหรับคนที่ต้องการลี้ภัยหรือเพื่อต้องการแสวงหาที่พักพิงอีกต่อไป" นางอังคณากล่าว
ทั้งนี้นางอังคณา กล่าวต่อว่า ตนหวังว่ารัฐบาลจะชี้แจงข้อเท็จจริง จะเอาความจริงมาเปิดเผยเพราะภาพที่ได้เห็นเมื่อวาน การที่มีคนเข้ามากอดกัน หากดูจากสีหน้าของชาวอุยกูร์ ตนคิดว่าเขาไม่น่าสมัครใจที่จะไป เพราะญาติพี่น้องเขาถูกส่งกลับที่ประเทศตุรกีหมดแล้ว คนเหล่านี้กลับถูกส่งไปที่ประเทศจีน ซึ่งในประเทศจีนก็คงรู้อยู่แล้วว่ามีสถานที่เป็นค่ายฝึกอบรมหากใครเข้าไปอยู่ในนั้นก็จะไม่ได้รับการเยี่ยม หรือไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมาภายนอก จึงคิดว่าการที่รัฐบาลทำแบบนี้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงและทำให้เห็นว่าประเทศไทยไม่ปลอดภัยเลยสำหรับผู้ลี้ภัย
ส่วนภาพเมื่อวานที่ออกมาขัดแย้งกับการเข้ามาชี้แจงของหน่วยงานนั้น นางอังคณา ระบุว่า สิ่งที่หน่วยงานมาชี้แจง เป็นข้อมูลที่ไม่จริงทั้งหมดหรือเป็นข้อมูลเท็จ เพราะสิ่งที่ได้รับมาต่างจากที่หน่วยงานรัฐให้ข้อมูล ซึ่งเมื่อวานได้โทรประสานหลายหน่วยงานแต่ไม่มีใครรับสาย ส่วนปฏิบัติการเมื่อวันที่ 27 ก.พ. 68 เวลา 02.00 น. ก็ยังไม่รู้ว่า หน่วยงานใดเป็นคนมารับอุยกูร์ทั้ง 40 คนออกไป รถถูกปิดด้วยเทปสีดำทั้งหมด เพราะปกติคนเรานี้ถูกส่งตัวไปจะพยายามร้องขอความช่วยเหลือ ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังปกปิด เป็นสิ่งที่ไม่มีใครรับได้เป็นการกระทำที่รัฐบาลไปรับปากอะไรกับจีนไว้หรือไม่แต่รัฐบาลต้องไม่เอาสิทธิในเนื้อตัวร่างกายหรือชีวิตของผู้บริสุทธิ์มาแลกเปลี่ยน
"เชื่อว่าการที่นายกรัฐมนตรี ไปพบกับประธานาธิบดีของจีน น่าจะเป็นการส่งสัญญาณบางอย่าง เราไม่รู้เลยว่า ความจริงแล้วพูดคุยอะไรกันแต่ส่วนตัวเชื่อว่าน่าจะมีการเจรจาในการแลกเปลี่ยนโดยการขอให้ส่งอุยกูร์กลับ หลังจากที่นายกกลับมาไม่นานคนเหล่านี้ก็ถูกส่งกลับไป" นางอังคณากล่าว
เมื่อถามว่ากังวลอันดับการค้ามนุษย์ของประเทศไทยหรือไม่ นางอังคณากล่าวว่า เรื่องนี้มีการแถลงการณ์จากหลายหน่วยงาน โดยใช้คำค่อนข้างรุนแรงว่าเป็นการกระทำที่ร้ายแรงที่สุด การที่คนกลุ่มนี้อยู่มา 11 ปี เป็นเหตุผลที่ไทยควรจะผ่อนปรนให้เขาได้ออกมาอยู่ข้างนอก หรือพาไปประเทศที่ 3 ไม่ใช่พากลับประเทศต้นทาง ซึ่งเชื่อว่าเขาอาจได้เผชิญต่ออันตราย และไม่เชื่อว่าจะได้รับการดูแลอย่างดีใช้ชีวิตอิสระอย่างมีศักดิ์ศรีเหมือนคนทั่วไป
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่จะเกิดเหตุรุนแรงเหมือนครั้งที่แล้ว นางอังคณา กล่าวว่า มีชาวอุยกูร์อยู่ในแทบทุกประเทศทั่วโลกซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากังวล ว่าอาจมีการประท้วงรัฐบาลไทย ในหลายประเทศตามมา
ทั้งนี้ทางกรรมาธิการจะมีการติดตาม 40 คนที่ถูกส่งกลับอย่างไรหรือไม่นั้น นางอังคณา กล่าวว่า ความจริงแล้วเป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องติดตาม ทางรัฐมนตรียุติธรรม ก็บอกว่ายินดีพาสื่อมวลชนไปดู ซึ่งในฐานะกรรมาธิการก็ยินดีจะเข้าไปตรวจสอบด้วยแต่ต้องมีความมั่นใจว่าจะได้พบตัวจริง ซึ่งตนจำหน้าได้ทั้งหมด จึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลจีน ว่าควรเปิดโอกาส และอนุญาตให้ผู้เชี่ยวชาญสหประชาชาติ ด้านการควบคุมตัวโดยพละการเข้าไปตรวจสอบสถานการณ์ที่เกิดขึ้นรัฐบาลไทยเองก็ต้องใจกว้างให้คณะทำงานเข้ามาตรวจสอบสถานการณ์ของผู้ที่ถูกกักในประเทศไทย เชื่อว่าการเข้ามาของหน่วยงานระดับระดับโลก จะทำให้ประเทศไทยได้รับข้อเสนอแนะกับการปรับปรุง กระบวนการในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนมากขึ้น
z-z1603487247937.jpg)