닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ77

"อัครเดช" เชื่อ รทสช.ไปต่อได้ เพราะปัญหาคงไม่สุดไปมากกว่านี้ หลังพบรายชื่อ 21 สส.ลงเสนอชื่อปรัมครม. หวัง จากนี้ใช้เวทีพูดคุยคลี่คลายปัญหา ชี้ ไม่ทราบ “สุชาติ” ประกาศตัดขาด “ขิง” ยัน ไม่มีโมเดลพรรคแตก เหมือน "พปชร."



วันที่ 11 มิ.ย. 68 ที่รัฐสภา นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการเผยแพร่เอกสารพร้อมลายเซ็นของ 21 สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่เสนอนายกรัฐมนตรีให้มีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ขณะนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นยังไม่มีการเรียประชุม สส.ของพรรค เพราะตอนนี้อยู่ในช่วงสมัยปิดประชุม หลังจากจบการพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณฯ ด้านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรคกำลังอยู่ในช่วงสมัยปิดประชุมสภา และได้มีการลงพื้นที่ก่อนจะมีการเปิดสมัยประชุมสภาในวันที่ 3 ก.ค. 68

ส่วนจะมี สส.เป็นตัวกลาง เพื่อคลี่คลายปัญหานี้ของพรรคหรือไม่ นายอัครเดช กล่าวว่า ตอนนี้ในกลุ่ม ไลน์พรรคเงียบมาก ไม่ได้มีการพูดคุยกันแต่อย่างใด รวมถึง นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะหน้าหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ไม่ได้มีการส่งข้อความใด ๆ พร้อมกำชับ สส.เป็นพิเศษภายหลังเกิดเรื่องขึ้น แต่ก็เชื่อว่าอาจมีการพูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ตามที่เลขาธิการพรรคเคยได้ให้สัมภาษณ์ไปว่าได้มีการพูดคุยกันในแต่ละคนแล้ว และได้มีการชี้แจงผ่านสื่อมวลชนไปแล้วในหลายช่องทาง ซึ่งก็ถือว่าเป็นไปตามที่นายเอกนัฎได้ชี้แจงไปแล้ว ขณะที่ปัญหาของพรรคที่เกิดขึ้นกระทบฐานเสียงของพรรคหรือไม่นั้น เห็นว่าตอนนี้ สส.ของพรรคที่มีการลงพื้นที่อยู่เชื่อว่าประชาชนจะติดตามข้อเท็จจริงว่าตอนนี้กำลังเกิดอะไรขึ้นอยู่ ซึ่งทุกคนเคารพการปฎิบัติหน้าที่ของเลขาธิการพรรค ส่วน สส.ที่มีรายชื่อออกมาก็ยังคงอยู่ในพรรครวมไทยสร้างชาติ ดังนั้นก็ต้องฟังเลขาธิการพรรค

เมื่อถามถึงกรณีที่เลขาธิการพรรคออกมาเปิดเผยว่า มีการปลอมลายเซ็นนั้น นายอัครเดช กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของเจ้าของลายเซ็นที่จะต้องชี้แจง ส่วนตัวไม่สามารถตอบได้ว่าเป็นลายเซ็นจริงหรือไม่จริง 

ส่วนกรณีที่ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ประกาศว่า จะไม่พูดคุยกับ นายเอกนัฎแล้วนั้น จะทำให้พรรคไปต่อลำบากหรือไม่ นายอัครเดช กล่าวว่า ส่วนตัวไม่เคยได้ยินคำสัมภาษณ์ของนายสุชาติเรื่องนี้ รวมถึงประเด็นที่ว่ามีดีลที่จะล้มหัวหน้าพรรคโดยที่นายเอกนัฎขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคเองด้วย ซึ่งตนเองยังไม่ได้ฟังในเรื่องนี้ เพราะตนเองมีภารกิจอื่น ทั้งนี้ส่วนตัวคิดว่าอาจจะต้องมีการพูดคุยเรื่องอื่นกันเพราะถือว่าเป็นวิธีแก้ปัญหาทางการเมืองที่ดีที่สุด โดยเฉพาะผู้ใหญ่ของพรรคสองคนดังกล่าว จะต้องพูดคุยกันเพื่อเป็นทางออกให้กับพรรครวมไทยสร้างชาติ ยืนยันว่าไม่เคยทราบเรื่องมีดีลล้มหัวหน้าพรรคไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ แต่ในฐานะ สส.ของพรรคก็ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ต้องไปถามนายสุชาติ ที่ให้สัมภาษณ์ไป

นายอัครเดช  ย้ำอีกว่า บรรยากาศในพรรคขณะนี้ก็อืมครึ้มถึงที่สุดแล้ว คิดว่าไม่มีสุดกว่านี้แล้ว และคิดว่าหลังจากนี้สถานการณ์ของพรรคจะดีขึ้นเรื่อยเรื่อย เมื่อทุกคนได้แสดงความคิดเห็นออกมาทางสื่อแล้ว หลังจากนี้ไปก็จะเป็นเวทีการพูดคุยกันในพรรค และเมื่อเปิดสมัยประชุมสภาอีกไม่กี่วันก็อาจจะมีการประชุมพรรคด้วยการพูดคุยถ้าพูดคุยสถานการณ์ก็จะดีขึ้นตามลำดับ และพรรคเดินไปต่อได้ และทำให้พรรคเป็นที่พึ่งของประชาชน 

เมื่อถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะซ้ำรอยเหมือนพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ นายอัคราเดช กล่าวว่า บริบทของพรรครวมไทยสร้างชาติกับพรรคพลังประชารัฐไม่เหมือนกัน ซึ่งปัญหาทั้งบุคคลสถานการณ์เหตุการณ์ต่าง ๆ ปัจจัยแวดล้อมไม่เหมือนกัน ดังนั้นอย่าไปด่วนสรุปว่าจะเหมือนพรรคพลังประชารัฐ แต่คิดว่าพรรครวมไทยสร้างชาติมาถึงจุดนี้ได้เพราะประชาชนสนับสนุน เมื่อมีปัญหาก็คิดว่าผู้บริหารพรรคสมาชิกพรรคก็ต้องนำไปคิดถึงประชาชนแล้วพูดคุยกันสถานการณ์ของพรรคก็จะกลับสู่ปกติโดยเร็ว ซึ่งส่วนตัวคาดหวังว่าจะผ่านการพูดคุยกันทั้งผู้ใหญ่ในพรรคโดยไม่ใช่การพูดคุยสองฝ่ายเพราะในพรรคไม่มีฝ่ายเพราะเลขาธิการครับบอกอยู่แล้วว่าพร้อมที่จะดูแล สส.ทั้ง 36 คน แต่จุดไหนที่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนไปบ้างหรือสื่อสารอาจไม่ครบถ้วน ก็เชื่อว่าสถานการณ์ก็น่าจะดีขึ้นเรื่อย ๆ 

ถามย้ำว่ากังวลหรือไม่ว่าพรรครวมไทยสร้างชาติจะซ้ำรอยกับพรรคพลังประชารัฐ  นายอัครเดช กล่าวว่า บริบทของพรรครวมไทยสร้างชาติแตกต่างจากพรรคพลังประชารัฐ บริบทในปัญหาทั้งบุคคล สถานการณ์ เหตุการณ์ และปัจจัยแวดล้อมที่ไม่เหมือนกันอย่าด่วนสรุปว่าจะเหมือนพรรคพลังประชารัฐ คิดว่าที่พรรครวมไทยสร้างชาติมาถึงจุดนี้ได้เป็นเพราะประชาชนสนับสนุน หากมีปัญหาผู้บริหารพรรคและสมาชิกพรรคต้องคิดถึงพี่น้องประชาชนและมาพูดคุยกัน สถานการณ์ในพรรคก็จะกลับมาเป็นเหมือนปกติโดยเร็ว จึงคาดหวังว่าผู้ใหญ่ภายในพรรคจะมีการพูดคุยกัน ทั้งนี้ผู้ใหญ่ภายในพรรคพร้อมดูแลสส.ทั้ง 36 คน อย่างไรก็ตามส่วนตัวไม่เคยได้ยินว่านายสุชาติจะใช้โมเดลพรรคกล้าธรรม เพียงได้ยินจากสื่อมวลชนที่วิเคราะห์กันเอง โดยเชื่อว่านายเอกนัฏและนายสุชาติมีเจตนาที่จะทำให้พรรคทำงานเพื่อประชาชน ดังนั้นจึงเชื่อว่าการพูดคุยจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ ซึ่งเลขาธิการพรรคก็พร้อมพูดคุยถือเป็นสัญญาณที่ดีที่จะทำให้พรรคกลับสู่สถานการณ์ปกติโดยเร็ว