닫기

คตยจคย

"อนุทิน" เปิดเกมตั้งรัฐบาล มอบ หัวหน้า-เลขาฯ คุยดีลตั้งรบ.แค่สองคน รอ กกต.รับรองผล ประกาศชัดเร่งยกเลิก MOU 44 ดันคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ปัดเอี่ยวซิโน-ไทย ย้ำไม่ได้เกี่ยวข้องกว่า 20 ปี



วันที่ 12 ก.พ. 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงผลการประชุมว่าที่สส.พรรคภูมิใจไทย  ว่าวันนี้มีการประชุมว่าที่สส.พรรคภูมิใจไทยทั้งหมด 193 คน เพื่อเตรียมความพร้อมหลังเลือกตั้ง ระหว่างรอการรับรองผลและรายงานตัว รวมถึงการทำงานในสภาฯในฐานะว่าที่สส. ส่วนเรื่องการฟอร์มรัฐบาลนั้น ที่ประชุมได้มอบให้เป็นเรื่องของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค เพียงสองคนเท่านั้นในการพูดคุยและติดต่อกับพรรคการเมืองต่างๆ ส่วนจะชัดเจนเมื่อใด ต้องรอให้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) รับรองผลอย่างเป็นทางการเสียก่อน ขณะที่เรื่องการพูดคุยคงจะมีการพูดคุยกันเรื่อยๆ โดยมีแค่สองท่านทำหน้าที่ประสานและพูดคุยกับพรรคอื่นๆ 


จากนั้นเวลา 16.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ หลังประชุมว่าที่สส.พรรคภูมิใจไทย 193คน ว่า เรียบร้อยดี เหมือนการปฐมนิเทศ ส่วนจะมีกี่พรรคมาสนับสนุนต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการจาก กกต. ก่อน เมื่อถามว่าได้กำชับว่าที่สส.อย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า ใครถือหุ้นสื่อ หุ้นสัมปทาน ใครเข้าลักษณะต้องห้าม ต้องเคลียร์ให้หมดก่อนที่จะไปรายงานตัว ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่าตกม้าตาย ตายน้ำตื้นเปล่าๆ เราก็เตือนเขาตรงนี้ ใครที่ยังห่วงทำมาหากินอยู่ ก็ไม่ต้องมาเป็นสส. และในพรรคภูมิใจไทยห้ามมีมุ้ง มีมุ้งเดียวคือมุ้งอนุทิน ห้ามตั้งมุ้งตั้งก๊วน รักษาอัตลักษณ์ของพรรคภูมิใจไทย คือไปไหนไปด้วยกัน มีเอกภาพ มีภราดรภาพ ไม่ว่าในวันที่พรรคภูมิใจไทยมีสส.เกือบ 200 คน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีกลุ่มมีมุ้งมีก๊วนได้


เมื่อถามว่าน.ส.ตรีนุช เทียนทอง หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มาที่พรรคภูมิใจไทย ได้หารือกันหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนมาไม่ทัน รวมถึงพรรคเศรษฐกิจด้วย เห็นว่านายชาดา ไทยเศรษฐ์ เป็นผู้ประสาน และเท่าที่ได้รับฟังจากนายชาดา จะสนับสนุนให้ตนเป็นนายกฯ ส่วนจะมีการ รวมพรรคการเมืองขนาดเล็กมาร่วมรัฐบาลเลยหรือไม่นั้น ยังไม่ได้พบปะกับพวกท่านโดยตรงเรามีผู้ที่คอยประสานงาน แต่ตอนนี้ที่ตนยังไม่ได้ทำอะไรอย่างเป็นทางการ เพราะยังไม่ทราบผลการนับคะแนน ว่าตัวเลขสุดท้ายจะเป็นอย่างไร เมื่อถามว่าขณะนี้ตัวเลขพอจะเห็นแล้วว่า จะสามารถจับมือ กับพรรคการเมือง ใดบ้างมาเป็นขั้วรัฐบาล นายอนุทินกล่าวว่า รัฐบาลต้องแข็งแกร่งต้องมีเสถียรภาพอันนี้เป็นความตั้งใจ เมื่อถามย้ำว่า ยังยืนยันใช่หรือไม่ว่าจะไม่เอาพรรคการเมืองที่มีความเกี่ยวข้องกับทุนเทา นายอนุทินกล่าวว่า ต้องฟังเสียงประชาชนอยู่แล้ว

เมื่อถามว่าในวันพรุ่งนี้จะเดินทาง ไปกระทรวงการต่างประเทศมีประเด็น เรื่อง MOU 44 หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าต้องมีเพราะได้สั่งการไปแล้ว ในการยกเลิก MOU 44 ให้เร็วที่สุด ขณะที่โครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ว่าเป็นนโยบายที่ จะต้องดำเนินการทันที เมื่อถามถึงกรณีโดมพันล้านถล่มที่บางพลี มีการตั้งข้อสังเกตว่า บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ได้งาน สมัยที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน กล่าวว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทซิโนไทย มากว่า 20 ปีแล้ว ซึ่งไม่เกี่ยวอะไรกับตน

ภท.เตรียมเดินหน้าเจรจาพรรคร่วมรบ. ไล่ลำดับ 3 4 5 


ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคภูมิใจไทยว่า ขณะนี้มีว่าที่สส.จากพรรคการเมืองอื่นๆ ที่แจ้งความจำนงจะสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่น้อยกว่า 30 คน ซึ่งมีทั้งที่มาแสดงตนก่อนการประชุมพรรค และ ที่ยังไม่ได้มาแสดงตนอีกจำนวนหนึ่ง และในที่ประชุมพรรค นายอนุทิน ได้กล่าวย้ำกับว่าที่สส.พรรคภูมิใจไทย ว่าจะจัดตั้งรัฐบาล หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ โดยจะคำนึงถึงความต้องการของประชาชนที่เลือกพรรคภูมิใจไทย อย่าทำให้ประชาชนที่ลงคะแนนให้เสียศรัทธา และเสียใจกับการลงคะแนนให้กับพรรคภูมิใจไทย และเนื่องจากเสียงสส.ภูมิใจไทย ไม่เพียงพอต่อการจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว จึงต้องมีการเจรจากับพรรคการเมืองอื่นๆ โดยจะเชิญพรรคลำดับ 2- 3- 4 -5 พบปะพูดคุยถึงแนวทางการจัดตั้งรัฐบาล และเงื่อนไขในการทำงานร่วมกัน ตามลำดับ แต่ขณะนี้พรรคลำดับ 2 ได้แสดงท่าทีต่อสาธารณะแล้วว่าจะไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย การเจรจาจึงจะเริ่มต้นจากพรรคลำดับที่ 3 คือพรรคเพื่อไทย  จากนั้นก็เป็นพรรคกล้าธรรม และพรรคประชาธิปัตย์  เป็นลำดับสุดท้าย และแม้ว่าที่ประชุมจะมอบสิทธิให้หัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค เป็นผู้เจรจา แต่นายอนุทิน แจ้งว่าเมื่อพบปะพูดคุยกับพรรคการเมืองต่างๆ แล้ว จะนำผลการเจรจามาแจ้งกับสมาชิกพรรค เพื่อให้พิจารณาร่วมกัน ขณะนี้ จึงยังมีความเป็นไปได้สำหรับทุกพรรคการเมืองที่จะเข้าร่วมรัฐบาล พรรคภูมิใจไทย ไม่ปิดโอกาสตัวเอง และจะพยายามจัดตั้งรัฐบาลที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด และแม้ว่าในอดีตจะเคยขัดแย้งกันมาทั้งความคิดและแนวทางการทำงาน แต่หากมาร่วมกันแล้ว ขอให้หยุดความขัดแย้งทั้งหมด แล้วมาช่วยทำงานด้วยกันอย่างเต็มที่ต่อไป