닫기

ปกข่าวเว็บใหม่4

"อนุทิน" ลั่นชัดจนไม่รู้จะชัดยังไงแล้ว "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนพรรคน้ำเงิน ต้องดึงคนมีความรู้-ความสามารถมาทำแทน ชี้ใกล้เลือกตั้ง หากข้อมูลพลาด ต้องแจงแถลงไข ย้ำจุดยืนไม่แตะหมวด 1-2 แก้ รธน. ตลอดกาล จนกว่าจะไม่มีภูมิใจไทย ขอบางพรรคประกาศจุดยืนให้ชัด หวั่นแทรกซึม กระทบสถาบัน


วันที่ 18 ม.ค. 69 ที่ ตลาดน้ำคลองลัดมะยม นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่โพสต์ติงนายสุทธิชัย หยุ่น และ อ.วีระ ธีรภัทร ที่มีการวิเคราะห์ผ่านรายการหนึ่งว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ต้องแบกพรรคภูมิใจไทย 

โดยนายอนุทิน หันไปถามนายสีหศักดิ์ ที่ยืนอยู่ด้านข้างว่า "หนักไหมครับพี่อ้วน แบกพรรคภูมิใจไทย" 

ก่อนที่นายสีหศักดิ์ จะตอบว่า นโยบายตรงกัน และนโยบายที่วางร่วมกัน กับพรรคภูมิใจไทย ก็ไม่ได้หนักอะไร และคิดว่าสิ่งที่ทำมานั้นมาถูกทาง และได้รับการตอบรับจากประชาชน มีผลงานเป็นรูปธรรม 

ขณะที่นายอนุทิน กล่าวเสริมมา เมื่อวานที่ชี้แจงสวนไปในเฟสบุ๊ค เพราะว่ามีการให้ความเห็น ที่ไม่ใช่ความจริง มีการระบุว่า นางศุภจี นายเอกนิติ ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย แต่พรรคภูมิใจไทย นำมาเป็นนายแบก นางแบก และบอกลักษณะประมาณว่า พรรคภูมิใจไทยไม่มีปัญญาทำ ซึ่งแน่นอนว่า หากไม่มีปัญญาทำ จึงต้องไปหาคนที่มีปัญญา คนที่ถูกต้อง คนที่มีความรู้ความสามารถมาทำ 

ส่วนนายสีหศักดิ์ ยิ่งกว่าเป็นสมาชิกพรรค เพราะเป็นแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย ยิ่งกว่าชัดจน ไม่รู้จะชัดยังไง และความชัดเจนนั้นก็มีตั้งแต่วันที่ทั้ง 3 คน ขึ้นเวทีเปิดนโยบายกับพรรคภูมิใจไทยวันที่ 24 ธันวาคม ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งตนก็เกรงว่า หากมีการให้ข้อมูลผิดพลาดต่อประชาชน และยิ่งใกล้เลือกตั้งแล้วในฐานะหัวหน้าพรรคก็มีความจำเป็น ชี้แจงแถลงไขให้เกิดความชัดเจน

ย้ำจุดยืนไม่แตะหมวด1-2 แก้รธน. ตลอดกาล. จนกว่าจะไม่มีภูมิใจไทย ขอบางพรรคประกาศจุดยืนให้ชัด หวั่นแทรกซึม กระทบสถาบัน 

กรณีพรรคการเมืองควรแสดงจุดยืนในการแก้รัฐธรรมนูญ ว่าจะแตะหมวด1 หมวด 2 หรือไม่ ว่า พรรคภูมิใจไทยไม่เคยบังอาจไปก้าวล่วงพรรคอื่น และพรรคภูมิใจไทยก็มีความชัดเจน ที่จะไม่แตะหมวด 1หมวด2 ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นมีขั้นตอน ถ้าเสียงประชามติของประชาชนเป็นอย่างไร เราก็ไม่ค้าน แต่หมวด1 หมวด 2 ต้องดํารงพระราชอํานาจของพระมหากษัตริย์ ต้องไม่มีผลกระทบ 

นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้มีข่าวเฟคนิวส์ในโซเชียลว่าพรรคภูมิใจไทยจะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เราไม่ได้เป็นตัวตั้งตัวตี ซึ่งพรรคภูมิใจมีความพอใจกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่เมื่อมีแคมเปญที่อยากได้รัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน อย่างแท้จริง ไม่ได้มาจากการร่างของคสช . ก็ฟังว่ามีเหตุผล แต่หมวด1 หมวด 2 ต้องดํารงอยู่

เมื่อถามว่า มีบางพรรคบอกว่า ไม่ต้องล็อก หมวด1 หมวด2 ไว้ ถ้าไม่ล็อกไว้จะทําให้กระทบกระเทือนต่อสถาบันหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า นี่ไงก็ไม่ได้ล็อกไว้ ก็ไม่รู้ จะมีการสอดแทรกหรือแทรกซึมเข้ามา ควรจะพูดให้ชัดเจน เพราะทุกพรรคพูดชัดเจนหมดแล้ว เดี๋ยวจะหาว่าตนไปแทรกแซงพรรคอื่น ซึ่งตนไม่เคยทำ ขอย้ําว่าพรรคภูมิใจไทยไม่มีเรื่องแตะหมวด1 หมวด 2 และไม่แตะเรื่องพระราชอํานาจ เรื่องความมั่นคง เรื่องของสถาบัน ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ สามารถพูดคุยกันได้ ทั้งเรื่องการได้มาของรัฐสภาอย่างไร และเรื่องรัฐมนตรีอย่างไร ส่วนเรื่องคอร์รัปชั่น ถ้าเพิ่มขึ้นตนเห็นด้วย แต่ถ้าลดลงกว่านี้ไม่เห็นด้วย 

เมื่อถามว่า ถ้าพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลจะมีเงื่อนไขหรือไม่ว่าพรรคที่ร่วมรัฐบาลจะไม่แตะ หมวด1 หมวด2 นายอนุทิน กล่าวว่า ประกาศมาตั้งแต่ปี 62 ปี 66 และปี 69 และปีต่อๆไปในอนาคต จนกว่าพรรคภูมิใจไทยจะไม่มีอยู่ในสารบบการเมือง

"นายกฯ อนุทิน" ตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำประตูระบายน้ำสองพี่น้อง บูรณาการหน่วยที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนระยะยาวอย่างยั่งยืน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำบริเวณประตูระบายน้ำสองพี่น้อง ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 4 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง  นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ โดยมี นายอุดม โปร่งฟ้า นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นผู้บรรยายสรุป

นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการจัดการสาธารณภัยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในห้วงที่ผ่านมา ทุก ๆ รัฐบาลจะต้องใช้จ่ายเงินงบประมาณในการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชนครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในทุกปี และในแต่ละครัวเรือนจะได้เพียงครัวเรือนละ 9,000 บาท และสภาพปัญหาดังกล่าวก็จะเวียนมาซ้ำซากในทุกปี

"รัฐบาลโดยส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจึงได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาในระยะยาว ทั้งการขยายเพิ่มเติมประตูระบายน้ำ การก่อสร้างเขื่อนริมตลิ่ง เพื่อให้น้ำมีทางระบายลงสู่ปากน้ำได้อย่างรวดเร็ว และช่วยป้องกันไม่ให้น้ำเอ่อล้นมาท่วมยังครัวเรือนบ้านเรือนของพี่น้องประชาชน ซึ่งในส่วนของประตูระบายน้ำพื้นที่สองพี่น้อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และแผนงานโครงการ เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาในระยะยาวอย่างยั่งยืนต่อไป

ด้านนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ได้กล่าวถึงสภาพปัญหาของการจัดการน้ำบริเวณประตูระบายน้ำสองพี่น้อง ซึ่งมักจะพบกับสภาพปัญหาจำนวนผักตบชวาที่ส่งผลต่อการระบายน้ำ รวมถึงมีประตูระบายน้ำเพียง 3 บาน จึงส่งผลให้การระบายน้ำไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ จึงเกิดปัญหาน้ำท่วมเอ่อล้นตลิ่งริมคลองจากแม่น้ำท่าจีน และคลองสายต่าง ๆ ไหลเข้าพื้นที่ที่เป็นแอ่งกระทะ โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน น้ำหลาก ทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบเสียหายหนัก พร้อมเสนอแนวทางการแก้ไข คือ การทำการระเบิดคอขวดตรงประตูเภาทะลาย คลอง ร.4 ขวา และ "ประตูน้ำบางสาม" คลองสองพี่น้อง เพิ่มจาก 3 บาน เป็น 5 บาน เพื่อช่วยผลักดันน้ำลงแม่น้ำท่าจีนให้เร็วที่สุด อันจะช่วยบรรเทาปัญหาทั้งภัยแล้ง และอุทกภัยในพื้นที่ได้เป็นอย่างมาก