닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บ2รัีรัีร

"อนุทิน" ยันคนเข้าใช้อาคารจำนวนมากไม่กระทบตัวอาคารหลังแผ่นดินไหว กรมทรัพยากรธรณี กรมอุตุนิยมวิทยา ยืนยันแล้วไม่มีเหตุการณ์แผ่นดินไหว มองอาจเป็นช่วงคนยังตื่นตระหนกอยู่ ขอมั่นใจ “ชัชชาติ”นั่งบัญชาการ เหตุเป็นวิศวกรโยธา น่าเชื่อถือ ย้ำเซลล์ บอร์ดแคช เตรียมส่งมอบปลาย ก.ค.



วันที่ 31 มี.ค. 2568  ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย กล่าวก่อนการประชุมติดตามและแก้ไขปัญหาการเตือนภัย SMS ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ว่า ที่ประชุมวันนี้ไม่มีอะไรเสนอ เนื่องจากขณะนี้มีการลดระดับความรุนแรง จากระดับ 3 เหลือระดับ 2 ซึ่งขณะนี้สถานการณ์ผู้ว่าราชการทุกจังหวัด มีอำนาจสั่งการอย่างเต็มที่ หากยังขาดอะไรก็ยังขอการสนับสนุนมาเป็นกรณีไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาเกิดเหตุวุ่นวาย มีการอพยพคนออกจากอาคารในหลายพื้นที่ นายอนุทิน กล่าวว่า กรมทรัพยากรธรณี กรมอุตุนิยมวิทยา ออกมายืนยันแล้วว่า ไม่มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวอย่างที่คิด และกรมโยธาธิการและผังเมือง นายกสภาวิศวกรก็เข้าไปตรวจดูที่ศูนย์ราชการอาคาร A แล้วว่าไม่มีอะไร แต่อาจเป็นอุปทานหมู่ ซึ่งยอมรับว่า เป็นไปได้เนื่องจากเป็นช่วงที่คนยังตื่นตระหนกอยู่ ส่วนที่เป็นรอยแยกหรือที่เรียกว่า Expansion joint (ข้อต่อขยายสำหรับการเคลื่อนไหว) ซึ่งทุกอาคารมีอยู่แล้ว หากมีการขยายตัวเพื่อที่จะไม่ให้เกิดรอยร้าว

เมื่อถามว่า จะนำนักวิชาการหรือวิศวกรมาอธิบายเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนมากขึ้นหรือไม่ นายอนุทิน ย้อนถามว่า เห็นกรมประชาสัมพันธ์ก็มีอยู่ไม่ใช่หรือ แล้วนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็ออกมาชี้แจงยังไม่พออีกหรือ ท่านเป็นวิศวกรโยธา และก่อนที่จะมีการประกาศลดระดับสถานการณ์ ก็ได้มีการตรวจสอบก่อนแล้วว่าไม่น่าจะมีอะไรที่เลวร้าย และเมื่อลดระดับสถานการณ์จากระดับ 3 มาอยู่ที่ระดับ 2 ก็ไม่ได้หมายความว่ากระทรวงมหาดไทย หรือกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ไม่ทำหน้าที่ ผู้บัญชาการสถานการณ์ แต่เป็นการเกิดภัยทั่วประเทศก็จะมีการรวบศูนย์บัญชาการสถานการณ์มาอยู่ที่รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย แต่เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้ก็กระจายอำนาจออกไป เพื่อจะให้สามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นยืนยันว่า ภาครัฐได้มีการเผยแพร่ข้อมูลโดยตลอด

ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา มีคนเข้าไปใช้อาคารมาก จึงอาจจะเกิดผลกระทบต่อเนื่องจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่28 มี.ค. นายอนุทิน ส่ายศีรษะ ก่อนกล่าวยืนยันว่า เป็นไปไม่ได้ ถ้าเฉพาะคนเข้าไปเยอะขึ้นแล้วน้ำหนักคนกับตัวอาคารมันเทียบไม่ได้ ซึ่งเป็นอุปทานที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ในช่วงที่ยังหวั่นวิตกกันอยู่ พอเราเห็นคนอื่นลงไปเราก็ลง หากเป็นตนก็ลงไปเหมือนกัน อย่าว่าแต่คนอื่นเลย อย่างเช่นกรณีศูนย์ราชการอาคารเอ ก็มีความเป็นห่วง ซึ่งได้มีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดูทันที และยืนยันว่าไม่มีอะไรน่าห่วง ส่วนที่บอกว่าตึกเอียงนั้น ตึกเขาออกแบบมาเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีผนังเปลือกอาคารด้านนอกที่สร้างครอบตึกบัญชาการ 1 มีรอยร้าว นายอนุทิน ได้แหงนหน้าขึ้นไปดู และอธิบายว่านี่คือ Hair Crack หรือรอยร้าวขนาดเล็ก อาคารขยับแม้ไม่มีแผ่นดินไหว ก็มีการยืดเข้ายืดออกได้โดยอุณหภูมิความร้อน เมื่อมีการเปลี่ยนอุณหภูมิก็จะยืดเข้ายืดออก อย่างถนนก็จะมีเส้นตีแบ่งไว้เพื่อไม่ให้ร้าวลามไปจุดอื่น

"ขออย่าตื่นตระหนก หากอยากให้สบายใจ หลายหน่วยงานและหลายบริษัทสามารถออกนโยบายเวิร์คฟอร์มโฮมได้ คงไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง ส่วนรอยร้าวของอาคารต่างๆ เมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหว 7.8 ริกเตอร์ บางตึกก็เกิดรอยร้าวขึ้นได้ ที่บ้านผมก็มี ดังนั้นขอย้ำว่า หากกระทบโครงสร้างก็ต้องหยุดใช้งาน โดยได้สั่งการให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ออกคำสั่งฯ ว่าให้เจ้าของอาคารทุกอาคารเร่งตรวจสอบอาคาร"

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า การตรวจสอบอาคารต้องมีอยู่แล้ว อย่ารอให้กรมโยธาธิการและผังเมืองเข้าไป แต่ทุกอาคารชุดและอาคารตึกสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มีนิติบุคคล ทุกปีควรจะต้องมีการตรวจสอบ ไม่ต้องรอให้ถึงวงรอบ หากใครตรวจก่อนวันที่ 28 มี.ค. ขอให้ตรวจอีกรอบหนึ่ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่อยู่อาศัยในอาคาร

เมื่อถามว่างบประมาณที่จะมาดูแลเรื่องการป้องกันภัยมีเพียงพอหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า งบประมาณการป้องกันภัยมีอยู่แล้ว ส่วนในเรื่อง เซลล์ บอร์ดแคช ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพิ่งลงนามในการจัดหาอุปกรณ์ในช่วงก่อนสิ้นเดือนมี.ค.นี้ เพราะตอนประมูลตั้งแต่ก่อนที่ตนจะเข้ามาก็มีความล่าช้า พอตนเข้ามาประมูลได้ ก็ไปติดเรื่องร้องเรียน พอประมูลอีกครั้งก็ไปติดผู้ประมูลต่ำสุดคนหนึ่งเป็นรายปกติ อีกคนหนึ่งมีสิทธิ์ SME ที่ได้เปรียบอีกรายกว่า 10% จึงเกิดการร้องเรียน ทำให้เกิดการตรวจสอบ เพื่อไม่ให้เกิดการผิดระเบียบและเป็นไปตามกฎหมายทุกอย่าง

"ยอมรับว่า มีขั้นตอนอีกมาก นี่ขนาดเร่งแล้วนะ ขู่แล้วขู่อีก ก็ยังใช้เวลา เพิ่งเซ็นไปก่อนแผ่นดินไหวไม่กี่วันนี้เอง น่าจะเป็นช่วงปลายเดือนก.ค. ต้นเดือนส.ค. ก็น่าจะส่งมอบเป็นที่เรียบร้อย ทุกอย่างเป็นไปตามสัญญา ซึ่งต้องไปเชื่อมกับทางสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)"