닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopy989

"อนุทิน" มั่นใจสถานการณ์อุทกภัยจะไม่หนักเท่าปี 54 พร้อม มอง งบประมาณเยียวยาประชาชนในทุกปีสามารถทำประโยชน์อย่างอื่นได้อีก  เฉพาะการจัดการเส้นทางน้ำลดปัญหาให้ประชาชน



วันที่ 10 ต.ค.68 ที่เขื่อนเจ้าพระยา  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่จังหวัดชัยนาทเพื่อติดตามสถานการณ์รวมถึงแผนจัดการอุทกภัย ว่า สถานการณ์อุทกภัยในภาพรวมถือว่าไม่หนักเท่าปี 2554 และมั่นใจว่าพื้นที่กรุงเทพฯก็จะไม่ท่วมเหมือนปี 2554 แน่นอนเลย และคาดว่าการระบายน้ำจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในช่วง 2-3 สัปดาห์หลังจากนี้ เนื่องจากเดือนตุลาคมจะเป็นช่วงปลายฝน 

อย่างไรก็ตามรัฐบาลเห็นว่าขนาดนี้ไม่ได้คิดแค่เรื่องของการระบาย แต่รัฐบาลต้องคิดไกลกว่านั้นซึ่งเป็นแผนระยะยาวในการจัดการอย่างเป็นระบบ เพราะจากที่ทุกคนทราบกันเมื่อมีปัญหาด้านภัยพิบัติโดยเฉพาะปัญหาอุทกภัย ทุกปีก็จะเน้นในเรื่องของการเยียวยาโดยใช้งบประมาณกว่า 20,000 ล้านบาทต่อปี ส่วนตัวจึงเห็นว่างบประมาณในส่วนนี้ถ้าเอามาลงทุน ทั้งเรื่องของการระบายน้ำหรือเส้นทางน้ำ ก็จะทำให้การใช้งบประมาณเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากกว่าเดิม 

ส่วนแนวทางการทำเขื่อนกั้นน้ำเพิ่มเติมนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า  มั่นใจสถานการณ์อุทกภัยจะไม่หนักเท่าปี 2554 พร้อมมองงบประมาณเยียวยาประชาชนในทุกปีสามารถทำประโยชน์อย่างอื่นได้อีก โดยเฉพาะการจัดการเส้นทางน้ำลดปัญหาให้ประชาชน

ส่วนตัวก็ได้มอบนโยบายให้กับทาง สนทช.ไปแล้ว ในเรื่องของแผนศึกษาการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบรวมถึงการหาแนวทางคลี่คลายหากเกิดสถานการณ์ อย่างไรก็ตามปัญหาใหม่ๆในเรื่องของการจัดการน้ำก็มีหลายขั้นตอน หนึ่งในนั้นก็มีเรื่องเกี่ยวกับที่ดินของประชาชนด้วย การจะเวนคืนที่ดินของประชาชนก็คงเป็นสิ่งที่ลำบากใจเพราะส่วนใหญ่คนที่อยู่ใกล้พื้นที่เส้นทางน้ำก็เป็นเกษตรกร จึงต้องพยายามหาวิธีใหม่ๆรวมถึงเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาจัดการโดยที่ไม่มีผลกระทบ

สำหรับในส่วนของโครงการแก้มลิงแม้จะเป็นโครงการที่มีประโยชน์เป็นอย่างมาก แต่ก็ต้องเข้าใจว่าลักษณะภูมิประเทศมีการเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆ จึงต้องหาวิธีการเพิ่มเติมเพื่อที่จะลดปัญหาให้กับประชาชน 

ส่วนการทำงาน 4 เดือนจากนี้จะทันต่อการวางรากฐานแก้ไขปัญหาต่างๆได้หรือไม่นั้น นายอนุทิน ยืนยัน ว่าขณะนี้ได้วางระบบไว้แล้ว ขณะนี้ก็อยู่ที่การจัดการทุกอย่างให้บูรณาการ