닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บcopy

"หมอเขียว" ลั่น MOU44 ควรยกเลิก! ฝากถึง "นายกฯอิ๊งค์" ใช้ปัญญาให้มากไม่ใช่ฟังแต่เสียงเชียร์

 

เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2567 หลังจากที่นายสนธิ ลิ้มทองกูล พร้อมนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ เดินทางกลับไปแล้ว มวลชนคนเสื้อเหลืองได้เดินทางไปปักหลักกันต่อที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ โดยมี ดร.ใจเพชร กล้าจน หรือ หมอเขียว ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนเพิ่มเติมถึง MOU 44

 


หมอเขียว เปิดเผยว่า ตนมาในวันนี้เพื่อสื่อสารกับรัฐบาล ว่าเรื่องของmouที่มีความพยายามจะเจรจาเรื่องผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับเกาะกูดว่า เรื่องนี้มันเสี่ยงที่จะเสียผลประโยชน์ของประเทศชาติซึ่งถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดีซึ่งตนมองว่ามันผิดในเรื่องของจริยธรรมแล้วก็รัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 160 (5) ซึ่งในรัฐธรรมนูญก็ระบุอยู่แล้วว่าจะต้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติถ้าทำให้เสียผลประโยชน์ของส่วนรวมก็จะจริยธรรมรวมถึงเรื่องนี้ได้ขัดต่อพระบรมราชโองการซึ่งตนมองว่าถ้าภาครัฐ ยังมีความพยายามในการผลักดันในเรื่องนี้ต่อก็ย่อมเสี่ยงที่จะติดคุกและแสดงถึงความล้มเหลวของรัฐบาล

 

หลายคนตั้งข้อสงสัยว่าmouนี้ มีมาตั้งแต่ปี 2544 ทำไมปีนี้ถึงเพิ่งจะออกมาเคลื่อนไหวซึ่งต้องบอกว่าเรื่องนี้มีการเคลื่อนไหวกันมาเป็นเคลื่อนไหวมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยรัฐบาลของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รวมถึงรัฐบาลอื่นๆเค้าไม่ได้มุ่งที่จะเจรจาเพื่อที่จะให้มันเกิดผลประโยชน์กับตัวของเขาเองต่อนักการเมืองหรือต่อต่างชาติรวมถึงประเทศเพื่อนบ้านด้วย ซึ่งที่ผ่านมามันไม่ได้มีปฏิกิริยาว่าจะต้องใช้mouนี้ เพื่อที่จะให้เกิดผลเสียต่อประเทศชาติของเราซึ่งส่งผลดีต่อประเทศอื่น แต่ตนพบว่ารัฐบาลนี้มีปฏิกิริยานี้เราว่าคนไทยมีปัญญาหรือว่าอะไรที่มันเป็นประโยชน์ต่อสังคมประเทศชาติอะไรจะเสียหายซึ่งอันนี้มันคือประชาธิปไตยที่เจริญแล้ว คนไทยติดตามสถานการณ์ว่านักการเมืองนักปัจจุบันเป็นอย่างไรไว้ใจได้หรือไม่โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำพูดแต่ละคำพูดไปอย่างนึงแต่พบว่าเค้าทำอีกอย่างนึง เช่น รวยแล้วไม่โกงแต่สุดท้ายก็โกง กลับมาเลี้ยงหมา ไม่ใช่กลับมาเลี้ยงหลานตกลงก็ไม่เห็นกลับมาเลี้ยงหลานแต่มายุ่งกับการเมืองเป็นต้น สรุปป่วยทิพย์หรือป่วยจริงแต่น้ำหนักของประชาชนมองว่าป่วยทิพย์ ซึ่งตนมองว่าหลังจากนี้ทางแกนนำอาจ ไม่ได้มีการนัดลงถนนหรอกแต่เชื่อว่าประชาชนอาจจะมีการเชิญแกนนำมาลงถนนแทนเป็นต้น

 

ถามว่าเอ็มโอยู 44 สำหรับรัฐบาลนี้มีการแก้ไขที่ตรงจุดกว่ารัฐบาลอื่นใช่หรือไม่ เรื่องนี้ถือว่าตรงจุดที่สุด แล้วเรื่องนี้สมควรที่จะมีการยกเลิกและโมฆะเพราะข้อมูลมันชัดเจนอย่างมากประเทศไทยทำไมจะต้องเสี่ยงต่อการเสียประโยชน์ซึ่งประเทศไทยกำลังทหารเหนือกว่าประเทศอื่นอยู่แล้วในเรื่องของการสู้รบแต่ตนก็ไม่ได้ต้องการให้มีการสู้รบเกิดขึ้น แต่ตนก็เชื่อว่าประเทศไทยก็ไม่ใช่ประเทศที่จะไปข่มเหงใครถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องทำแบบนั้นรวมถึงในเรื่องของกฎหมายต่างๆเป็นที่ยอมรับของนานาๆอริยะประเทศ ในการกำหนดเขตแดนของประเทศเราก็ถูกต้องอยู่แล้ว ในเมื่อทุกอย่างถูกต้องแล้วทำไมจะต้องหาเรื่องเสียเปรียบให้โง่ ซึ่งตนมองว่าคนที่จะทำในลักษณะนี้ได้คือคนโง่จริงๆแล้วก็พวกแกล้งโง่เพราะเห็นแก่ตัว ซึ่งก่อนหน้านี้เราเคยพลาดมาแล้วในเหตุการณ์เขาพระวิหารถ้าเราไม่มีการทักท้วงเราแย่ย้ำว่าเราไม่จำเป็นที่จะต้องมาเสี่ยงในเรื่องนี้อีกแล้วสำหรับmou44 ซึ่งตนมองว่าเรื่องทั้งหมดนี้หากรัฐบาลเพื่อไทย มีความซื่อสัตย์ ต่อประชาชนประเทศชาติก็ควรจะทำในสิ่งที่มันไม่เสี่ยงทำในสิ่งที่มันเป็นประโยชน์


ถามว่าอยากจะฝากอะไรถึง นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๋งอิ๋ง นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ถึงเรื่องนี้บ้าง ตนอยากฝากให้คุณอุ๋งอิ๋งเพิ่มปัญญาให้มากๆ และควรที่จะนึกถึงอนาคตของตนเองให้มาก ใช้กฎหมายด้วยความถูกต้องและมีศีลธรรมเพื่อที่จะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมซึ่งการฟังเรื่องราวต่างๆนั้นควรที่จะฟังโดยรอบไม่ใช่ฟังแต่คนรอบข้างที่ประจบเอาใจซึ่งหลายสิ่งหลายอย่างมันไม่ใช่เรื่องจริง เช่น คนรอบข้างที่เขาคอยเชียร์ คุณอุ๋งอิ๋งอยู่บางทีคนเหล่านั้นเขาอาจจะเชียร์ให้ไปตาย แล้วเป็นเครื่องมือของเขาซึ่งสิ่งที่คนเหล่านั้นเชียร์คุณอุ๋งอิ๋งมันไม่ใช่สิ่งที่ดี อยากให้คุณอุ๋งอิ๋งมีความรอบคอบจะต้องใช้ปัญญาให้มากเพราะตนหวังดีกับเขา ไม่อย่างนั้นมันจะทำร้ายคุณอุ๊งอิ๊งไปเรื่อยๆ ตนเชื่อว่าเรื่องMOU 44 เปรียบเสมือนกับเวรกรรมที่พ่อได้ทำไว้ส่งต่อมาถึงลูก