"สุดารัตน์" แนะรัฐบาลเปิดทางฝ่ายค้าน อภิปรายไม่ไว้วางใจ 30 ชั่วโมง
"สุดารัตน์" แนะรัฐบาลเปิดทางฝ่ายค้าน อภิปรายไม่ไว้วางใจ 30 ชั่วโมง ระบุบรรทัดฐานเดิมให้เวลาถึง 4 วัน ย้ำการตรวจสอบเป็นหัวใจประชาธิปไตย เตือนอย่าปิดกั้นการตรวจสอบที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2568 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย(ทสท.) กล่าวถึงกรณีวิปรัฐบาลระบุให้เวลาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล 23 ชั่วโมง และ7 ชั่วโมงเป็นเวลาของฝ่ายรัฐบาล ขณะที่พรรคฝ่ายค้านต้องการเวลาอภิปราย30 ชั่วโมงว่า ตนขอเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่ตรวจสอบเต็มที่ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยขอเวลาในการอภิปราย 30 ชั่วโมง เพื่อนำเสนอข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้อย่างครบถ้วน ทั้งนี้ ในอดีตเคยมีกรณีนายกรัฐมนตรีถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจเพียงคนเดียวมาแล้ว เช่น นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกอภิปรายเรื่องสัญชาติและข้อกล่าวหาทุจริตอดีตนายกรัฐมนตรี ได้ให้เวลาการอภิปรายรวมถึงการลงมติเป็นระยะเวลา 4 วันเต็ม ซึ่งนายบรรหารได้เข้าร่วมการประชุมตลอดเวลา และลุกขึ้นตอบทุกคำถามด้วยตัวเองทุกคำถาม โดยไม่มีตัวช่วย หรือองครักษ์เพื่อขัดขวางกระบวนการตรวจสอบ ตนอยู่ในเหตุการณ์ขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็น รมช. มหาดไทย สังกัดพรรคพลังธรรม ในรัฐบาลยุคนั้น ในปีถัดมา พ.ศ. 2540 พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ก็เผชิญกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจเพียงคนเดียว จากกรณีการลอยตัวค่าเงินบาทและปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจไทย ในครั้งนั้น อดีตนายกฯพล.อ.ชวลิต ก็ให้เวลาการอภิปรายเท่ากัน คือ 4 วันเต็ม พร้อมนั่งอยู่ในสภาตลอดเวลา และลุกขึ้นตอบทุกข้อซักถามโดยตรง และไม่มีการเล่นเกมส์ ขัดขวางการอภิปรายของฝ่ายค้าน
”เมื่อบรรทัดฐานมีอยู่แล้ว และเป็นแนวทางที่สะท้อนถึงความรับผิดชอบของผู้นำประเทศในการให้ฝ่ายนิติบัญญัติตรวจสอบ ดังนั้น จึงไม่ควรลดเวลาการอภิปรายให้สั้นลง เพราะรัฐบาลไม่ต้องการเผชิญกับข้อกล่าวหา พรรคฝ่ายค้านมีข้อมูลสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนที่ต้องการนำเสนออย่างรอบด้าน ไม่ใช่เพียงการตั้งคำถามลอยๆ แต่เป็นข้อมูลที่มาจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ถึงผลเสียหายในการบริหารประเทศของรัฐบาล
การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลไม่ใช่แค่การแสดงความเห็นทางการเมือง แต่เป็นกลไกสำคัญของประชาธิปไตย ที่ช่วยให้รัฐบาลต้องรับผิดชอบต่อสาธารณชน หากรัฐบาลมั่นใจว่าทำงานด้วยความสุจริต ก็อย่ากลัวการตรวจสอบ และควรเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ หากนายกรัฐมนตรีแสดงความพร้อมที่จะรับฟังคำถามและตอบด้วยตัวเองโดยตรง ไม่ใช้เกมการเมืองในสภาขัดขวางการอภิปรายของฝ่ายค้าน หรือใช้เสียงข้างมากในสภาปิดกั้นกระบวนการตรวจสอบ ถ้านายกฯตอบได้ดี ก็จะเป็นคะแนนนิยมของตัวนายกรัฐมนตรีเอง จึงเป็นโอกาสดีรัฐบาลจะแสดงให้ประชาชนเห็นถึงความโปร่งใส ความกล้าหาญ และความรับผิดชอบในการบริหารประเทศ หากไม่มีอะไรต้องปิดบัง ก็ควรเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านอภิปรายอย่างเต็มที่ และให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ฝ่ายค้านยืนยันว่าการอภิปรายครั้งนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประเทศ ไม่ใช่เพียงแค่ประเด็นทางการเมือง และเรียกร้องให้รัฐบาลใช้บรรทัดฐานเดิม เพื่อให้เกิดการตรวจสอบที่รอบด้านและเป็นธรรม” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว
z-z1603487247937.jpg)