"สุดารัตน์" แนะ “นายกฯ” นั่งประธานวอร์รูมรับมือวิกฤตพลังงานเอง หวั่นสงครามยือเยื้อดันน้ำมันพุ่ง150ดอลล่าร์
โพสต์เมื่อ : 10 มี.ค 2569 เวลา 8:43 น.
"สุดารัตน์" แนะ “นายกฯ” นั่งประธานวอร์รูมรับมือวิกฤตพลังงานเอง หวั่นสงครามยือเยื้อดันน้ำมันพุ่ง150ดอลล่าร์ ย้ำ รัฐบาลควรประเมินฉากทัศน์ที่เลวร้ายสุด เพื่อเตรียมรับมือรอบครอบ พ่วงประกาศแผนให้ภาคธุรกิจและประชาชนรู้พร้อมเตรียมตัวรับมือ
วันที่ 10 มีนาคม 2569 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กล่าวแสดงความกังวลต่อสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน จะยืดเยื้อว่า แม้ขณะนี้ รัฐบาลจะยกระดับคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ ที่มีรัฐมนตรีคมนาคมเป็นประธาน แล้ว แต่ส่วนตัวเห็นว่า ไม่เพียงพอต่อการรับมือสถานการ ซึ่งควรยกระดับให้เป็นวอร์รูมเต็มรูปแบบมีทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยประธานต้องเป็นตัวนายกรัฐมนตรีเอง เพราะกรณีนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องคมนาคมและการขนส่งอย่างเดียว แต่เรื่องคอขาดบาดตายคือ ที่เราเอาคอแขวนอยู่เป็นเรื่องของการจัดหาพลังงานน้ำมัน
หลังจากอิหร่านตั้งนายมอสตาบา คาเมเนอี บุตรชายท่านผู้นำคนเก่า เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ ซึ่งถือเป็นสัญญะสำคัญในการรักษาระบอบเดิมและตอบโต้แผน ’Regime Change‘ ของประธานาธิบดีทรัมป์ นักวิเคราะห์ทั่วโลกคาดการณ์ว่าสงครามจะไม่จบลงง่ายๆ และมีโอกาสขยายตัวเป็นสงครามระดับภูมิภาค โดยเฉพาะเมื่อมีการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันและคลังพลังงานในพื้นที่อ่าวอาหรับ จนส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงขึ้นจาก 64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ที่สำคัญคือ การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ปัญหาการขาด แคลนน้ำมันและก๊าซ เพราะน้ำมันและก๊าซจากประเทศในกลุ่มอ่าวอาหรับ ออกมาขายไม่ได้ ซึ่งจะกลายเป็นวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ของโลก และจะกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและเกิดปัญหาเงินเฟ้อรุนแรงไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่ต้องนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลาง
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า สำหรับผลกระทบต่อประเทศไทย การตรึงราคาน้ำมันของรัฐบาลในปัจจุบันอาจทำได้เพียงระยะสั้น เพราะกองทุนน้ำมันเริ่มติดลบ ซึ่งต้องใช้เงินหนุนในปัจจุบันถึงกว่า 700 ล้านบาทต่อวัน จึงเสนอให้รัฐบาลยกระดับการทำงานของ "วอร์รูม" โดยมีนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธานด้วยตัวเองเพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันหลายกระทรวง ทั้งการล็อบบี้จัดหาแหล่งพลังงานใหม่ผ่านกระทรวงพลังงานและกระทรวงต่างประเทศ การควบคุมราคาสินค้าโดยกระทรวงพาณิชย์ และการเยียวยาภาคเกษตรกรรม พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลประเมินฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุด (Worst Case Scenario) เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือหากเกิดการขาดแคลนพลังงาน และราคาน้ำมันพุ่งสูง ถึง 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รัฐบาลจะมีแผนการรองรับอย่างไร ทั้งการจัดหาน้ำมันที่ขณะนี้ทุกประเทศทั่วโลกแย่งกันซื้อ และควรประกาศแผนรับมือวิกฤติ ให้ภาคธุรกิจและ ประชาชนรับทราบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และภาคธุรกิจวางแผนในการดำเนินชีวิตและธุรกิจได้ทันสถานการณ์
z-z1603487247937.jpg)