"สิทธิพล" เรียกหน่วยงาน ถกปม ต่างชาติปล่อยเช่าคอนโดรายวันผิดกฎหมาย
โพสต์เมื่อ : 13 มี.ค 2568 เวลา 8:27 น.
"สิทธิพล" เรียกหน่วยงาน ถกปม ต่างชาติปล่อยเช่าคอนโดรายวันผิดกฎหมาย ลั่น รบ.ปล่อยปละละเลย ชี้ กฎหมายหละหลวม "เทียนประสิทธิ์ " ลั่น ได้รับผลกระทบโดนแย่งลูกค้าแย่งรายได้จากผู้ไม่เสียภาษี เผย การปล่อยเช่าลักษณะนี้อาจกลายเป็นเทรน
วันที่ 13 มี.ค. 2568 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ มีการประชุมหารือเรื่อง การควบคุมการปล่อยเช่าคอนโดมิเนียมผ่าน ” Airbnb “และการถือครองกรรมสิทธิ์โดยชาวต่างชาติ โดยนายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมว่า มีการประชุมคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจสภาผู้แทนราษฎร โดยมีวาระประชุมหนึ่งซึ่ง กมธ.เห็นว่ามีความสำคัญและบรรจุในระเบียบการประชุมคือการพิจารณาผลกระทบของ คอนโดผู้ซื้อ ซึ่งมีหลายคอนโดนำห้องชุดไปปล่อยเช่าผ่านแอป Airbnb ซึ่งในประเด็นนี้กระทบในหลายมิติ
โดยมิติแรกคือกระทบในเรื่องของความปลอดภัยของผู้พักอาศัย นอกจากนี้ยังเสี่ยงผิดกฎหมายหลายฉบับอีกด้วย ดังนั้นวันนี้จึงมีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในส่วนของภาคราชการ เช่น กรมที่ดิน,กรมสรรพากร และมีตัวแทนสมาคม เช่นสมาคมโรงแรมไทย,สมาคมอสังหาริมทรัพย์ เข้ามาให้ข้อมูลโดยเบื้องต้น
พร้อมมองว่าทางภาครัฐจำเป็นต้องที่จะต้องเอาจริงเอาจังและตรวจสอบว่ามีกระบวนการลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นหรือไม่
ซึ่งในระยะยาวนั้น มีเพื่อนสมาชิกบางส่วน เช่นเพื่อนสมาชิกในพรรคประชาชนที่กำลังเสนอเพื่อแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมอาคารชุด เพื่อให้ได้รับการแก้ไข และยังมีประเด็นของการที่อนุญาตให้เจ้าของห้องชุดนำห้องชุดไปปล่อยเช่าได้หรือการปล่อยเช่าห้องชุดที่ต่ำกว่าหนึ่งเดือนถือว่าผิด พ.ร.บ.โรงแรม
โดยต่อไปนี้ ต้องทำให้เข้มงวดขึ้นเช่น ปล่อยเช่าได้แต่ต้องให้เป็นข้อตกลงร่วมกันของเจ้าของร่วมในอาคารชุด ซึ่งแต่เดิมอาจจะกำหนดไว้เพียงครึ่งเดียวโดยเราจะปรับเกณฑ์ให้มีความเข้มงวดมากขึ้น เช่นอย่างต่ำต้อง 3 ใน 4 ขณะเดียวกันนอกจากเกณฑ์ในเชิงจำนวนเจ้าของร่วมที่ต้องมากกว่ส 3 ใน 4 นั้นควรจะเป็นผู้ถือครองที่เป็นบุคคลสัญชาติไทยถ้าเราทำได้เช่นนี้ก็น่าจะเป็นมาตรการหนึ่งในการกำกับตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้น
ส่วนในมิติที่เป็นการรักษาความปลอดภัยให้ทางกับทางเจ้าของของร่วม เป็นการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาวของ พ.ร.บ.โรงแรม ก็ควรนำมาปรบปรุงแก้ไข เช่น Airbnb หรือผู้ให้ประกอบการผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ปัจจุบันกรมสรรพากรสามารถตรวจสอบรายได้และมีการเสียภาษีครบถ้วนหรือไม่
ด้านนายสิทธิพล ระบุต่อว่า อย่างที่รายงานข่าว เห็นได้วันนี้สถานการณ์โรงแรมขณะที่นำกล่องที่มีการ์ดนำหรือกล่องบรรจุกุญแจต่างๆไปติดตั้งตามเสาไฟ ตามผนังที่สาธารณะต่างๆ และมีปุ่มพาสเวิร์ดให้หมุนได้เพื่อที่จะนำกุญแจและคีย์การ์ดไปใช้ มองว่าสิ่งสำคัญคือรัฐบาลปล่อยปละละเลยไม่มีการตรวจขันให้เข้มงวด ซึ่งเวลาลงไปตรวจแล้วพบว่าไม่สามารถสืบสาวเอาผิดกับผู้กระทำการเช่นนี้ได้ในประเด็นเหล่านี้
ทั้งนี้จากข้อมูลที่ได้รับรายงานมาว่าผู้เช่าที่นำห้องไปปล่อยเช่า ส่วนมากจะเจอเจ้าของที่มีแนวโน้มจะเป็นบุคคลสัญชาติต่างประเทศ ซึ่งกระทบต่อความมั่นคงในหลายมิติ
“สมควรที่รัฐบาลจะต้องไปกำกับตรวจสอบว่าในกระบวนการได้มาซึ่งห้องชุดนี้ เป็นคนไทยหรือคนต่างประเทศ หากเป็นบุคคลต่างประเทศถือว่าผิดกฎหมายในแง่ของการถือครองหรือไม่หรือมีการใช้นอมินีหรือไม่อย่างไร”
เมื่อถามว่ามองว่ารัฐบาลหลวมในเรื่องนี้หรือไม่ นายสิทธิพล กล่าวว่า หละหลวม สมควรที่ส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะกรมที่ดิน,กระทรวงมหาดไทย รวมถึงกรมสรรพากร ควรเข้าไปตรวจสอบ
ขณะที่นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า การนำคอนโดมาให้เช่ารายวันนั้นผิดกฎหมายแต่ใน พ.ร.บ.โรงแรมฉบับปี 2566 มีการเปิดช่องว่าอาคารที่มีลักษณะไม่เกิน 8 ห้องพักได้ไม่เกิน 30 คน สามารถนำมาจดเป็นที่พักที่ไม่เป็นโรงแรมได้ แต่ภายใต้พ.ร.บ.จัดสรรและพ.ร.บ. อาคารชุดวัตถุประสงค์คือเพื่อพักอาศัยไม่สามารถมาทำธุรกิจได้ แน่นอนว่าการทำลักษณะแบบนี้ตามข่าวนั้นมีเยอะมาก
" เพราะฉะนั้นจึงทำให้ผู้ประกอบกิจการโรงแรมโดนผลกระทบที่มาแย่งลูกค้า แล้วแย่งรายได้แถมยังสามารถทำได้ง่ายโดยไม่ต้องเสียภาษีให้รัฐอีกด้วย สมาคมโรงแรมจึงไม่เห็นด้วยเพราะเป็นสิ่งผิดกฎหมายอยู่แล้ว เพียงแต่อยากให้ภาครัฐบังคับใช้กฎหมายให้มากขึ้น รวมถึงอยากให้มีการควบคุมแพลตฟอร์มที่ไม่ถูกกฎหมาย " นายเทียนประสิทธิ์ระบุ
เมื่อถามว่าทราบหรือไม่ว่ามีจำนวนเยอะแค่ไหนที่ปล่อยเช่าในลักษณะนี้ นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า เนื่องจากไม่ถูกกฎหมายจึงไม่สามารถประเมินได้แต่จากภาพที่เห็น เชื่อว่าอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 10,000 ห้องทั่วประเทศ เข้าใจว่าทางภาครัฐทราบพอสมควรเพียงแต่องค์ประกอบการจับกุม ให้เช่ารายวันโดยมีผลตอบแทนต้องมีใบเสร็จ และต้องดูว่ามีห้องให้เช่าจริงหรือไม่
ซึ่งวันนี้ตนก็จะมาเสนอในคณะกรรมาธิการว่าการประกาศขายผ่านแอปพลิเคชั่นนั้นเข้าองค์ประกอบแล้วหรือไม่ เพราะการจะเอาผิดได้ต้องมีใบเสร็จและหลักฐานการจอง ส่วนที่ปล่อยให้เช่าผ่านแอปพลิเคชั่นอยู่ขณะนี้ เท่าที่ทราบก็ยังไม่สามารถจับกุมโดยตรงได้
ทั้งนี้นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า การปล่อยเช่าลักษณะนี้อาจกลายเป็นเทรนให้ต่างชาติมาลงทุนในลักษณะนี้มากขึ้น อาจมีการมาซื้อคอนโดและได้ผลตอบแทนได้ง่าย ๆ ซึ่งกฎหมายบอกชัดเจนว่าทำไม่ได้ ซึ่งเงื่อนไขในการจับกุมและบทลงโทษคงต้องมีการพิจารณา และวันนี้จะเสนอในกรรมาธิการอีกด้วยว่าต่างชาติหนึ่งคนมีสิทธิ์ซื้อได้มากน้อยแค่ไหน เพราะปัจจุบันไม่มีการกำหนด ส่วนในวันจันทร์หน้า (17 มี.ค.68) ทางกระทรวงมหาดไทยได้เชิญไปประชุมเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง
z-z1603487247937.jpg)