"ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ" กำแพงร้าว ฝ้าหล่น รอการซ่อมแซม หลังเหตุแผ่นดินไหว
โพสต์เมื่อ : 1 เม.ย 2568 เวลา 8:7 น.
มั่นใจ "ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ" ไม่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหว รอยแยกที่เห็นถูกออกแบบมาให้ยืดหยุน ยันมีเพียง กำแพงร้าว ฝ้าหล่น รอการซ่อมแซม
เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 68 ผู้สื่อข่าวเดอะรูม 44พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่บริษัทธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ ที่มีหน้าที่ดูแลบริหารอาคารศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ได้ลงพื้นที่ อาคารศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ภายหลังจากเมื่อวันที่ 28 มี.ค. ที่ผ่านมาเกิดแผ่นดินไหว และต่อเนื่องมาเมื่อวันที่ 31 มี.ค. มีกระแสข่าวว่าอาคารเกิดรอยร้าว รอยแยก เพดานหล่น และมีอาคารบางส่วนเอียง
โดยหลังจากผู้สื่อข่าวพร้อมกับเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ศูนย์ราชการอาคาร B ตรวจสอบอาคารกว่า 2 ชั่วโมง พบว่า ร่องรอยที่ ที่เป็นร้อยร้าวนั้น เป็นเพียงผิวด้านนอก ที่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างหลักของอาคาร เพียงฉาบปูนและทาสีใหม่ก็สามารถกลบรอยได้ เนื่องจากอาคารถูกสร้างให้มีความยืดหยุ่น ทนต่อแรงแผ่นดินไหวและการเคลื่อนตัวของอาคาร ส่วนรอยแยกที่ปรากฎเป็นภาพในโซเชียลนั้น คือรอยต่อระหว่างอาคาร ที่ถูกออกแบบมาให้ไม่เชื่อมติดกัน เมื่อเกิดแผ่นดินไหวอาคารเคลื่อนไหว รอยแยกจึงเห็นได้ชัด เพราะอาคารถูกสร้างมาให้เหมือน บล็อคทั้งหมด 8 บล็อคประกอบรวมกัน
ทางเจ้าหน้าที่ยังกล่าวอีกว่า อาคารศูนย์ราชการได้รับการตรวจสอบจากทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ ในวันที่เกิดแผ่นดินไหวเรียบร้อย ซึ่งยืนยันว่าปลอดภัยชัดเจนสามารถเข้ามาทำงานได้ปกติ โดยหลังคาของอาคารถูกออกแบบให้เป็นรูปทรงโปร่งแสง จะเห็นได้ว่าหลังจากเกิดแผ่นดินไหว ไม่มีส่วนใดของอาคาร ถล่มลงมา มีเพียง ฝ้าเก่า ๆ ที่ถูกน้ำ กัดเซาะเท่านั้น ที่หล่นลงมา เมื่อมีการเคลื่อนตัว
ส่วนภายนอกอาคาร A ที่เห็นเป็นกำแพงมีรอยแยกและมีบางส่วนเผยอเปิดออกมานั้น เจ้าหน้าที่เผยว่าน่าจะเป็นอยู่ก่อนแล้ว พอมีแผ่นดินไหวก็อาจจะทำให้เผยอเปิดกว้างขึ้น สามารถให้ช่างขึ้นมาซ่อม ให้กลับเป็นดั้งเดิมได้ เมื่อมองดูใกล้ๆพบว่ามีนกไปทำรังอยู่ด้านใน คาดว่าน่าจะมีส่วน ทำให้เผยอมากขึ้น
ส่วนรอยแยก ระหว่างอาคารที่เห็นชัดนั้น คือส่วนช่องว่างระหว่างอาคารที่ออกแบบมาให้ยืดหยุ่น หากเกิดการขยายตัวของอาคาร หรือหากเกิดแผ่นดินไหว จะได้เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระโดยไม่ดึงรั้งส่วนอาคารอื่น ๆ ให้เกิดความเสียหาย
ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าอาคารศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะไม่ได้รับความเสียหายในส่วนโครงสร้างเนื่องจากไม่พบรอยแตกที่ลึกจนถึงเหล็กเส้นด้านในและความเสียหายของอาคารก็มีเพียงสีถลอกกับฝ้าหล่นเท่านั้น ทั้งนี้ยังสบายใจได้ว่าประชาชนสามารถเข้ามาใช้บริการได้ตามปกติ ส่วนที่อาคารเอียงนั้นเนื่องจากเป็นเพียงรูปทรงของอาคารเท่านั้นที่ถูกออกแบบมาให้เอียงเพื่อลดแสงแดดลดการใช้อุณหภูมิ ไม่ได้เอียงเนื่องจากแผ่นดินไหวแต่อย่างใด
โดยภายหลังจากผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบอาคารเสร็จสิ้นพบว่ามีตลาดบริเวณด้านชั้นสองของศูนย์ราชการอาคาร B ซึ่งมีประชาชนมาใช้งานตามปกติเมื่อสอบถาม ทราบว่าไม่ได้หวั่นวิตกแต่อย่างใด ส่วนการเวิร์คฟอร์มโฮมนั้นพบว่ามีเพียงบางหน่วยงานที่ให้พนักงานทำงานอยู่ที่บ้านเนื่องจากมีการปรับปรุงภายในและซ่อมหลังคาที่ได้รับความเสียหายซึ่งเป็นจำนวนไม่เยอะ
นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวภายหลังเข้าตรวจอาคารในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯว่า ได้ผ่านการตรวจโดยวิศวกร พบโครงสร้างอาคารแข็งแรงสามารถเปิดใช้อาคารได้ตามปกติ เและกรมฯได้ส่งวิศวกรเข้ามาตรวจซ้ำอีกครั้งเพื่อเพิ่มความมั่นใจยิ่งขึ้น เท่าที่เดินดูและตรวจสอบอาคาร A ยังไม่พบความผิดปกติ ทั้งนี้อาคารในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ทั้งอาคาร A และ อาคาร B ออกแบบให้เป็นอาคารผนังเอียงอยู่แล้วไม่ใช่เอียงเพราะแผ่นดินไหวอย่างที่เป็นข่าว
ด้านนายธเนศ วีระศิริ นายกสภาวิศวกร กล่าวว่า สภาฯ ได้เข้าร่วมในการตรวจสอบอาคารในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ ภายหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวเป็นการตรวจสอบร่วมกับที่ปรึกษาของบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด ผลการตรวจสอบโครงสร้างอาคารแข็งแรงสามารถให้เข้าใช้อาคารได้ตามปกติ ส่วนรอยแยกของอาคารที่เห็น คือส่วนเชื่อมรอยต่อระหว่างอาคารแต่ละหลัง ซึ่งใช้ Expansion Joint เป็นวัสดุที่มีความยืดหยุ่น
“การใช้ Expansion Joint ระหว่างอาคารเป็นหลักของการออกแบบอยู่แล้วเพื่อให้อาคารมีความยืดหยุ่น ส่วนรอยร้าวที่เห็นก็เป็นจุดเดิมๆ ที่เกิดขึ้นมาหลายปี เป็นรอยแตกที่ซ่อมแซมได้ ส่วนตัวผมเองก็นั่งทำงานอยู่ที่อาคาร A มาเป็น 10 ปี และวันนี้ก็จะกลับไปนั่งทำงานที่อาคารนี้ต่อ”
ดร. นาฬิกอติภัค แสงสนิท กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด กล่าวยืนยันว่า ผลการตรวจสอบของทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ ไม่พบความเสียหายต่อโครงสร้างอาคาร ผู้ใช้อาคารสามารถใช้อาคารได้ตามปกติ ระบบลิฟต์ บันไดเลื่อน ใช้ได้ปกติและมีความปลอดภัย
z-z1603487247937.jpg)