닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopy29

"รัสเซีย" เตือน สหรัฐฯ-อิสราเอล โจมตีอิหร่านเสี่ยงเร่งแข่งนิวเคลียร์ ดันภูมิภาคสู่หายนะ



วันที่ 4 มี.ค. 2569 เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ประเมินว่า ปฏิบัติการทางทหารที่สหรัฐและอิสราเอล ร่วมกันโจมตีอิหร่าน อาจผลักดันให้อิหร่านเดินหน้าครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ เนื่องจากสหรัฐฯ ไม่เคยโจมตีประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในครอบครอง

ลาฟรอฟ ระบุว่า ผลลัพธ์ที่เป็นเหตุเป็นผลจากการกระทำดังกล่าว อาจทำให้เกิดกระแสภายในอิหร่านที่สนับสนุนการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่สหรัฐฯ ต้องการหลีกเลี่ยง โดยกล่าวว่า “สหรัฐฯ ไม่โจมตีผู้ที่มีระเบิดนิวเคลียร์”

เขายังเตือนว่า ประเทศอาหรับอาจเข้าสู่การแข่งขันสะสมอาวุธนิวเคลียร์จากสถานการณ์ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา และอาจทำให้ปัญหาการแพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์ลุกลามจนควบคุมไม่ได้ พร้อมระบุว่า การเริ่มต้นสงครามภายใต้เป้าหมายป้องกันการแพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์ อาจก่อให้เกิดผลลัพธ์ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

ลาฟรอฟ กล่าวเพิ่มเติมว่า องค์กรพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) และหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ เคยยืนยันว่า อิหร่านยังไม่มีความพยายามพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

พร้อมกันนี้ รัสเซียยืนยันความพร้อมในการช่วยผลักดันทางออกทางการทูต และปฏิเสธสิ่งที่เรียกว่า “การรุกรานทางทหารโดยไม่มีเหตุผล” ของสหรัฐฯ และอิสราเอลในภูมิภาค

ก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียกล่าวหาสหรัฐฯ และอิสราเอลว่า ก่อ “การก่อการร้ายทางทหารโดยไตร่ตรองไว้ล่วงหน้าและไร้เหตุผล” ต่อรัฐสมาชิกสหประชาชาติที่มีอธิปไตย พร้อมระบุว่าทั้งสองประเทศใช้การเจรจาฟื้นฟูความสัมพันธ์เป็นฉากหน้าเพื่อปกปิดเจตนาเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในอิหร่าน

กระทรวงฯ ยังเตือนว่า การกระทำดังกล่าวกำลังผลักดันภูมิภาคเข้าสู่หายนะด้านมนุษยธรรม เศรษฐกิจ และอาจลุกลามถึงภัยพิบัติทางกัมมันตรังสี โดยความรับผิดชอบต่อผลกระทบและความรุนแรงที่อาจขยายตัวต่อเนื่องนั้น ตกอยู่กับสหรัฐฯ และอิสราเอลโดยตรง