닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ7

"รัตนมงคล" ไทยสร้างไทย เปิดคลิปแฉ ทุนต่างชาติ แห่เปิดร้านค้าขายสินค้าผิดกฎหมายกลางกรุงพรึบ  พร้อมตั้งคลังสินค้า ไม่เสียภาษีนำเข้า ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ ร้องกมธ.คุ้มครองผู้บริโภค สภาฯ  หวดหน่วยงานรัฐตรวจสอบ ปราบปรามจริงจัง ใช้ช่องว่างผ่านนอมินีหุ่นเชิด ทำไทยเสียหายทางเศรษฐกิจ เสียประโยชน์ที่ควรได้  แนะปรับปรุงกฎหมายเพิ่มโทษ พร้อมติดดาบให้ผู้ปฏิบัติงาน สั่งปิดร้านแทนการปรับ 


วันที่ 19 ธ.ค. 2567 ที่ รัฐสภา นายรัตนมงคล เลิศทวีวิทย์ รองเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย(ทสท.) ในฐานะผู้ร้องเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.)คุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา เป็นประธาน  โดยนายรัตนมงคล กล่าวว่า ปัจจุบันมีกลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมายหลายรูปแบบในประเทศไทย เช่น ร้านค้าปลีก ที่นำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย ไม่ผ่านมาตรฐานการควบคุมจากองค์การอาหารและยา(อย.)ของประเทศไทย ไม่ผ่านการควบคุมมาตรฐานอุตสาหกรรม(มอก.)ทั้งยังพบข้อมูลว่า มีการจัดตั้งโรงงานหรือคลังสินค้าเพื่อกระจายสินค้าที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงการใช้นอมินีคนไทย ที่ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่งเป็นผู้ถือหุ้นแทนในบริษัทที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย  พร้อมกันนี้นายรัตนมงคลนำคลิปวีดีโอจากการลงพื้นที่ย่านห้วยขวางใจกลางกรุงเทพฯ ที่มีภาพร้านค้าปลีกที่ขายสินค้า นำเข้ามาจากต่างประเทศที่ผิดกฎหมายให้ กมธ.ดู พร้อมตั้งคำถามถึงกรมศุลกากร กระทรวงการคลังที่มีหน้าที่กำกับควบคุม ว่า เหตุใดจึงปล่อยให้สินค้าที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ ไม่เสียภาษีนำเข้า ทั้งของกินของใช้ให้เข้ามาขายได้ เป็นความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน ผลิตภัณฑ์หลายอย่างไม่มี อย.รับรอง และไม่เสียภาษี เงินจากการซื้อขายถูกส่งกลับประเทศของผู้ผลิตสินค้าโดยที่ประเทศไทยไม่ได้รับภาษีหรือประโยชน์ใดๆจากการค้าและการทำธุรกปล่อยให้ทำธุรกิจเหล่านี้เลย

“และขอให้กระทรวงพาณิชย์เร่งตรวจสอบบริษัทต่างชาติ ตามข้อมูลที่ส่งให้กับคณะกรรมาธิการที่พบผู้ถือหุ้นเป็นคนไทยเข้าข่ายลักษณะนอมินีถือหุ้นแทนคนต่างชาติเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายของไทย อาจเป็นช่องทางที่ทำให้เกิดการกระทำกฎหมาย ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมพัฒนาธุรกิจการค้าลงมาตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันการทำผิดและสร้างความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อระบบเศรษฐกิจของไทย ขอย้ำว่า ต้องตรวจสอบเชิงลึกบริษัทที่เข้าข่ายทุกแห่ง และปิดช่องว่างของกฎหมายเอาผิดให้ได้

โดยเฉพาะคนที่เข้าข่ายนอมินี ซึ่งเดิมจะมีบทลงโทษตามมาตรา 36  มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี เป็นให้มีโทษจำคุกไม่เกิน5ปี รวมถึงการเพิ่มอำนาจ ในส่วนของเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานให้สามารถสั่งปิดร้านหรือสถานที่ที่ทำผิดกฎหมายได้ เพราะปัจจุบันเจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจสั่งปิด ทำได้แค่การสั่งปรับ แล้วร้านค้าเหล่านี้ก็กลับมาเปิดใหม่ ทั้งนี้ยืนยันว่า ผมไม่ได้ปิดกั้นการเข้ามาทำธุรกิจของชาวต่างชาติ หรือชาวจีนในประเทศไทย แต่ขอให้เข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เสียภาษีการนำเข้า  สินค้าต้องส่งตรวจสอบมีเครื่องหมายรับรองของไทย” นายรัตนมงคล กล่าว