닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ7

"รังสิมันต์" จี้ หน่วยงานรัฐ แจงปมส่งชาวอุยกูร์ให้จีน  จริงหรือไม่  จ่อนำหารือในกมธ.ความมั่นคงฯ สัปดาห์หน้า หวั่นละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ  ด้าน “รอมฎอน” แฉมีขบวนรถเข้า ตม.สวนพลูเมื่อคืน26 ก.พ. แฉ ขนคนนำขึ้นทางด่วน มีไฟท์บินออกนอก



วันที่ 27 ก.พ. 2568 ที่ รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีรถต้องสงสัยที่คาดว่าจะขนชาวต่างชาติออกจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ว่า  ตนได้พยายามพูดคุยกับหลายคนที่เป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมืองว่าตกลงแล้วที่มีข่าวลือว่าจะขนชาวอุยกูร์ส่งกลับไปที่ประเทศจีนมีความชัดเจนอย่างไร โดยเบื้องต้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อมต่างปฏิเสธ  ซึ่งตนก็ยังไม่ได้รับการยืนยันในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม มีข้อบ่งชี้หลายอย่างที่ทำให้เกิดความน่ากังวลในเรื่องนี้มาก  เช่น กรณีที่มีการปรากฎภาพและคลิปวิดีโอว่า มีรถยนต์ติดสติกเกอร์สีดำต่างๆ เข้าไปใน ตม.สวนพลูเมื่อช่วงดึกที่ผ่านมา โดยรถยนต์คันดังกล่าวมีพฤติกรรมที่น่าสงสัย รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ที่ตนพยายามติดต่อด้วยนั้นก็เหมือนมีการปิดมือถือ

“ทั้งนี้ หากมีการส่งชาวอุยกูร์ไปยังประเทศจีนจริงๆ ผมคิดว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องใหญ่ที่ไม่ใช่เฉพาะแค่ประเทศไทย แต่จะเป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาก็มีความเป็นห่วงเรื่องนี้อย่างชัดเจน ซึ่งอาจทำให้เกิดบรรยากาศที่ตรึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับประเทศไทยได้ เราต้องยอมรับว่าประเทศไทยมีบทบาทในคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งการส่งชาวอุยกูร์เช่นนี้อาจจะทำให้ส่งผลกระทบที่ไม่ดี และเกิดคำถามว่าการบทบาทด้านสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของประเทศไทยเป็นอย่างไร และอีกประการคือ เรามีพระราชบัญญัติซ้อม ทรมานและป้องกันการอุ้มหาย โดยหนึ่งในมาตรการสำคัญคือเราจะไม่ส่งคนที่เรารู้ดีว่าเมื่อไปส่งไปแล้วจะเป็นอันตรายต่อชีวิตหรือร่างกาย ถือเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้เพราะเป็นการละเมิดกฎหมายดังกล่าวรวมถึงเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ” นายรังสิมันต์ กล่าว และว่า หากยังมีการจำกันได้ เราเคยมีการส่งชาวอุยกูร์ไปแล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาหลังจากนั้นคือ มีระเบิดเกิดขึ้น ตนไม่ไปทำนายอะไรแต่มองด้วยความเป็นห่วงว่า หากมีการตัดสินใจของรัฐบาลในการที่จะส่งชาวอุยกูร์ไปให้จีน ก็อาจจะมีผลกระทบหลากหลายรูปแบบมากๆ  หากคำนวณทุกอย่างแล้ว หากรัฐบาลสนใจที่จะส่งชาวอุยกูร์จริงๆ ตนก็ได้แค่ภาวนาว่าจะไม่ใช่เรื่องจริง

ด้านนายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชน. กล่าวว่า ตนและน.ส.ธิษะณา ชุณหวัณ สส.กทม. พรรคปชน.ได้ไปสังเกตการณ์ที่ ตม.สวนพลู ซึ่งก็พบความผิดปกติหลายอย่าง คือ เรื่องรถขนคนที่ถอยหลังเข้ามา 2 คันใหญ่  ซึ่งตนพยายามคุยกับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน แต่เขาไม่ได้ให้ข้อมูล และไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปด้านใน เพราะไม่ได้มีการติดต่อไปก่อน ทั้งนี้ ตนข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีสื่อมวลชนที่พยายามติดตามรถขนคนไปทางด่วน แต่เมื่อรถขบวนนี้เข้าทางด่วนเสร็จ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ปิดการใช้งานทางด่วน แต่ผู้สื่อข่าวก็พยายามที่จะไปขึ้นทางด่วนแห่งอื่นๆ อีกอย่างน้อย 2 แห่ง ซึ่งพบว่ามีการปิดใช้งานเช่นกันตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. เป็นต้นไป  แต่ช่วงเช้าที่ผ่านมากลับพบว่ามีไฟล์ทบินปริศนาที่เดินทางไปยังเป้าหมายที่ไม่ระบุในตอนแรกไปยังประเทศจีน  ตนพยายามสื่อสารถึงนายกรัฐมนตรี รวมถึงนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม  โดยนายรังสิมันต์และตนได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ระดับนโยบาย ข้าราชการประจำทุกคนพูดเป็นเรื่องเดียวกันว่า ทั้งหมดขึ้นอยู่กับฝ่ายการเมือง ฝ่ายรัฐบาล ทั้งหมดจึงเป็นความรับผิดชอบโดยตรงของนายกรัฐมนตรี  ไม่ว่าผลกระทบที่จะเกิดขึ้น จะบวก จะลบ ท่านจะเอาอะไรไปแลกเปลี่ยน นายกฯต้องตอบคำถามต่อวิกฤติครั้งนี้และขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีสื่อสารออกมา  โดยเร็วที่สุดคือ ก่อนเที่ยงของวันนี้ และเราจะใช้กลไกของสภาฯที่มีอยู่ในการไตร่สวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้เพราะทุกคนจับตามองและติดตาม 

นายรังสิมันต์ กล่าวเสริมว่า เรากำลังหารือเรื่องญัตติด่วน เพราะหากจะตั้งญัตติด่วนได้ต้องเห็นพ้องกันทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ หลังจากนี้เราจะได้มีการหารือกันในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ในสัปดาห์หน้า  ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการดีลทางการเมืองเพื่อให้ส่งตัวทั้งชาวอุยกูร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลับไปพร้อมกันนั้น ตนขอไม่ยืนยันข้อมูลตรงนี้