닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopy39op90-

"พรรคเป็นธรรม" ประณามเหตุกัมพูชายิงข้ามแดนช่วงเลือกตั้ง ลั่น "นี่ต้องเป็นครั้งสุดท้าย" ที่ไทยถูกล้ำเส้น พร้อมชวนทุกพรรคแสดงจุดยืนปกป้องอธิปไตย ชูจุดยืน "อธิปไตยต้องปกป้อง“ คู่ขนาน”ประชาธิปไตยต้องเดินต่อ"

 


เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2569  นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม เบอร์ 45 ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนต่อเหตุการณ์ทหารกัมพูชาใช้อาวุธปืนยิงเข้ามาในเขตราชอาณาจักรไทย ชี้เป็นการละเมิดอธิปไตยและยั่วยุในช่วงเวลาเปราะบางของการเลือกตั้ง พร้อมประกาศหากได้เป็นรัฐบาล จะไม่ยอมให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำ  จากกรณีที่มีรายงานเหตุการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน โดยมีการใช้อาวุธจากฝั่งกัมพูชาเข้ามายังฝั่งไทยในห้วงเวลาที่มีการเลือกตั้ง พรรคเป็นธรรมได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าว "ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ไม่ใช่อุบัติเหตุ และไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย" แต่ถือเป็นการละเมิดอธิปไตยของประเทศไทยอย่างชัดเจน


แถลงการณ์ระบุต่อว่า วันนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่กัมพูชาล้ำเส้น แต่จะต้องเป็นครั้งสุดท้ายที่ประเทศไทยทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ลูกปืนหนึ่งนัด อาจยิงมาจากชายแดน แต่ความวุ่นวายจากการยั่วยุ อาจทำร้ายประชาธิปไตยทั้งประเทศ ทางพรรคฯ มองว่าการกระทำนี้ส่อเจตนาสร้างสถานการณ์ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังดำเนินกระบวนการประชาธิปไตยผ่านการเลือกตั้งและการทำประชามติ จึงขอเรียกร้องให้หยุดการกระทำดังกล่าวทันทีโดยไม่มีข้อแก้ตัว  พรรคเป็นธรรมประกาศชัดเจนว่า หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้เป็นรัฐบาล จะดำเนินการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อดำเนินการตามกลไกของรัฐและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเด็ดขาด และจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก


 “พรรคขอส่งกำลังใจไปยังทหารไทยและฝ่ายความมั่นคงที่ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้แรงกดดัน โดยขอให้ยึดหลักความอดทน อดกลั้น เพื่อประคับประคองสถานการณ์ให้การเลือกตั้งดำเนินไปอย่างสงบเรียบร้อย ไม่ตกเป็นเหยื่อของการยั่วยุจากภายนอก  พร้อมกันนี้ พรรคเป็นธรรมยังได้เชิญชวน พรรคการเมืองทุกพรรคให้ออกมาแสดงจุดยืนร่วมกัน เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของความมั่นคงและอธิปไตยของชาติ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนสามารถออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้อย่างปลอดภัย  ทั้งนี้ พรรคเป็นธรรมไม่ต้องการความรุนแรง แต่เราจะไม่ยอมให้ใครใช้ช่วงเวลาเปราะบางนี้มาทดสอบอธิปไตยของประเทศ ประเทศไทยต้องเดินหน้าเลือกตั้งควบคู่กับการปกป้องศักดิ์ศรีของชาติอย่างมีสติ" นายปิติพงศ์ กล่าว